สอบถามปัญหาออนไลน์
Live chat by BoldChat
Live chat by Boldchat


BECOME A MEMBER
สมัคร ! สมาชิกชมรม
รักสุขภาพ   ฟรี ข่าว
สาระความรู้เรื่องสุขภาพ

top

ต่อมลูกหมากโต BPH

รู้เรื่องการดูแลสุขภาพเพื่อลด
    โอกาสเกิดต่อมลูกหมากโต
ยารักษาภาวะต่อมลูกหมากโต

Prostate Cancer 
    มะเร็งต่อมลูกหมาก
  

หนังหุ้มปลายอวัยวะเพศ
    ไม่เปิด
    Phimosis

ช่องคลอดอักเสบ 
    Vaginitis

มดลูกอักเสบ
    Endometritis

การตั้งครรภ์นอกมดลูก
    Ectopic Pregnancy

ครรภ์ไข่ปลาอุก 
    MolarPregnancy

แท้งบุตร  Abortion

การทำ กิฟท์ (GIFT)  
    สำหรับผู้มีบุตรยาก
    ที่อยากมีบุตร

ไวกร้า(Viagra)   
    ยาช่วยในการแข็งตัว
    อวัยวะเพศชาย

วิธีการใช้ยาคุมกำเนิด
    ให้มั่นใจ/ปลอดภัย

 

ซิฟิลิส  
    Syphilis

หนองใน 
    Gonorrhea
หนองในเทียม 
    Non-gonococcal 
    urethritis

แผลริมอ่อน 
    Chancroid

ฝีมะม่วง LGV

 

ปวดประจำเดือน
    Dysmenorrhea

ภาวะประจำเดือนมาก
    ผิดปกติ
    DysfunctionUterine
    Bleeding 

ประจำเดือนไม่มา
   Amenorrhea



Health Navigation






สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม
กรุณาแจ้งให้ทึมงานเพื่อ
จัดเตรียมหาสาระให้



Contact : 
info@thailabonline.com
ชมรมเรารักสุขภาพ 
ไทยแล็ปออนไลน์


ต่อมลูกหมากโต    Benign Prostatic hyperplasia

     

artical_uro001
ลักษณะทั่วไป

ผู้ชายเมื่อมีอายุมากกว่า 45 ปีขึ้นไป ต่อมลูกหมากมักจะโตไม่มากก็น้อย ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลง
ตามสังขาร ผู้ป่วยจะไม่มีอาการแสดงใด ๆ ต่อเมื่อมีอายุมากกว่า 55 ปี ขึ้นไป ผู้ชายบางคนอาจมี
ต่อมลูกหมากโตและแข็ง กดท่อปัสสาวะได้ และกล้ามเนื้อกระเพาะปัสสาวะไม่แข็งแรงพอจะบีบ
ต้านแรงกดของต่อมลูกหมาก จึงทำให้เกิดมีอาการอุดกั้นของทางเดินปัสสาวะ   โรคนี้อาจพบได้
ประมาณ 10% ของผู้ชายสูงอาย

ต่อมลูกหมากโตเกิดขึ้นได้อย่างไร 
ต่อมลูกหมากในผู้ชายที่โตเต็มที่จะประมาณเท่ากับลูกเกาลัด
เมื่ออายุมากขึ้นเนื้อเยื่อจะมีการเปลี่ยนแปลงเป็นเนื้องอก (ชนิดธรรมดา) โดยไม่ทราบสาเหตุแน่ชัดว่าเกิดจากอะไร เมื่อเซลล์แตกตัวมากขึ้นก็ทำให้ขนาดต่อมลูกหมากโตขึ้นเรื่อยๆจนไปกดหรือเบียดท่อปัสสาวะ ทำให้เกิดอาการปัสสาวะขัดขึ้น

อาการ
ผู้ป่วยจะมีอาการถ่ายปัสสาวะลำบาก ต้องออกแรงเบ่ง ปัสสาวะพุ่งไม่แรง ผู้ป่วยจะมีความรู้สีกต้อง
ถ่ายปัสสาวะบ่อยครั้ง (ตอนกลางคืนต้องลุกขึ้นถ่ายบ่อย) แต่ละครั้งออกได้ทีละน้อย บางครั้งอาจ
ถ่ายออกเป็นเลือด หรืออาจมีอาการขัดเบาจากกระเพาะปัสสาวะอักเสบ    ผู้ป่วยมักมีอาการถ่าย
ปัสสาวะลำบากดังกล่าวอยู่เป็นแรมปี จนในที่สุด จะมีอาการถ่ายปัสสาวะไม่ออกเลย เนื่องจากท่อ
ปัสสาวะถูกต่อมลูกหมากกดจนอุดตัน ผู้ป่วยจะรู้สึกปวดตึงที่ท้องน้อย และคลำได้ก้อนของกระเพาะ
ปัสสาวะที่มีปัสสาวะคั่งอยู่เต็ม

อาการโดยหลัก
   - อาการระคายเคือง
   -
ปัสสาวะบ่อย
   -
ปัสสาวะกลางคืน
   -
ไม่สามารถกลั้นปัสสาวะได้

และหากเป็นมากขึ้นจะเริ่มมีอาการอุดตัน เช่น ปัสสาวะต้องเบ่ง ปัสสาวะลำเล็กลง ปัสสาวะไม่สุด และอาจลงท้ายด้วยภาวะแทรกซ้อน เช่น การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ กระเพาะปัสสาวะบีบตัวผิดปกติ นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ ปัสสาวะเป็นเลือด ปัสสาวะเล็ดราด จนถึงไตทำงานลดลง

โรคต่อมลูกหมากโตเป็นโรคเกี่ยวกับทางเดินปัสสาวะ ซึ่งมี 2 ระยะคือ

ระยะแรก จะมีอาการปัสสาวะบ่อย จากที่เคยลุกขึ้นปัสสาวะในตอนกลางคืน 1-2 ครั้ง หรือไม่ลุกเลย จะลุกขึ้นบ่อย 3-4 ครั้งขึ้นไปจนรบกวนการนอนหลับ ในเวลากลางวันก็มีอาการปัสสาวะบ่อยแต่คนไข้จะปรับตัวได้จนไม่รู้สึก

ระยะที่สอง ต่อมาจะรู้สึกว่าปัสสาวะนานกว่าจะออก ต้องเบ่งบางครั้งต้องรอ 1-2 นาทีจึงจะออกและจะเป็นมากขึ้นเรื่อยๆ ปัสสาวะไม่พุ่ง แทนที่จะพุ่งไปข้างหน้าก็พุ่งน้อยลง พอปัสสาวะเสร็จยังมีหยดออกมาอีก ในที่สุดจะปัสสาวะไม่ออกเลย

คนไข้มักจะมาหาหมอด้วยอาการปัสสาวะไม่ออกเลย ปัสสาวะแน่นท้องต้องใช้วิธีสวนออกให้ และให้การรักษาต่อไป

สำหรับท่านใดที่มีอาการดูคล้ายกับอาการของต่อมลูกหมากโต แนะนำให้รีบมาปรึกษาแพทย์หรือทำการตรวจหาสาเหตุที่แท้จริง เพราะเนื่องจากยังมีอีกหลายภาวะที่มีอาการคล้ายกัน เช่น ภาวะปัสสาวะบ่อยจากมีปริมาณปัสสาวะมาก ปัสสาวะบ่อยกลางคืนจากการนอนไม่หลับ หรือเป็นผลจากการใช้ยาบางชนิด เช่น ยาลดน้ำมูก โดยปกติ เมื่อพบแพทย์มักจะมีการตรวจร่างกาย ตรวจปัสสาวะ การคลำต่อมลูกหมากทางทวารหนัก เพื่อดูขนาด ความแข็ง ความขรุขระที่ผิวของต่อมลูกหมาก (เพื่อดูมะเร็งต่อมลูกหมาก) ความรู้สึกเจ็บ (เพื่อดูเรื่องต่อมลูกหมากอักเสบ)

อาการแทรกซ้อน
อาจทำให้เป็นกระเพาะปัสสาวะอักเสบ กรวยไตอักเสบ  หรือภาวะไตวาย

การรักษา
หากสงสัยควรส่งโรงพยาบาล การใช้นิ้วมือตรวจทางทวารหนัก อาจคลำได้ต่อมลูกหมากที่โต
อาจต้องทำการเอกซเรย์ ใช้เครื่องมือส่องตรวจกระเพาะปัสสาวะ ดังที่เรียกว่า ซิสโตสโคป
(Cystoscope) อาจต้องตรวจปัสสาวะ และตรวจเลือดดูการทำงานของไต เพื่อค้นหาภาวะ
แทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น ถ้าถ่ายปัสสาวะไม่ออก อาจต้องใช้สายยางสวนเป็นครั้งคราว
ในรายที่เริ่มเป็นระยะแรก หรือเป็นมาก แต่อยู่ระหว่างรอผ่าตัด หรือมีข้อห้ามในการผ่าตัด อาจให้
ยากลุ่มยับยั้งแอลฟา (alpha-blockers) เช่น พราโซซิน (Prazosin) 1-4 มก. วันละ 2 ครั้ง, หรือ
เทราโซซิน (Terazosin) 1-5 มก.ก่อนนอน หรือ ฟีน็อกซีเบนซามีน (Phenoxybenzamine) 5-20 มก.
ก่อนนอน ยานี้ช่วยให้ถ่ายปัสสาวะคล่องขึ้น แต่ไม่ได้ทำให้ต่อมลูกหมากเล็กลง    หรืออาจให้ยา
กลุ่มยับยั้งแอลฟารีดักเทส (alpha-reductase inhibitors) เช่น ไฟนาสเตไรด์ (Finasteride)
ยานี้ทำให้ขนาดของต่อมลูกหมากเล็กลงประมาณ 30% แต่ถ้าหยุดยา ก็จะเริ่มโตขึ้นใหม่
ในบางราย อาจใช้วิธีรักษาด้วย แสงเลเซอร์หรือไมโครเวฟ ทำให้เกิดความร้อนบริเวณต่อมหมวกไต
จนเนื้อส่วนนั้นตาย (coagulation necrosis) ต่อมลูกหมากก็จะฝ่อลง ทำให้ปัสสาวะคล่องขึ้น
วิธีเหล่านี้ จะใช้ได้ผลกับผู้ป่วยบางคนเท่านั้น บางคนก็อาจไม่ได้ผลถ้าต่อมลูกหมากโตมาก หรือ
ใช้วิธีดังกล่าวไม่ได้ผล ก็จะรักษาด้วยการผ่าตัด โดยการใช้กล้องส่องผ่านท่อปัสสาวะ ที่เรียกว่า
"ทียูอาร์" (TUR/Transurethal resection) ซึ่งจะช่วยให้หายขาดได้

ข้อแนะนำ
1. ควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาแอนติสปาสโมดิก , ยากระตุ้นประสาทอัตโนมัติ (sympathomimatic)
เพราะอาจทำให้ปัสสาวะไม่ออกได้
2. โรคนี้เป็นภาวะที่ไม่รุนแรง และมีทางรักษาให้หายได้ด้วยการผ่าตัด แต่ถ้าปล่อยไว้ อาจมีภาวะ
แทรกซ้อนอันตรายร้ายแรงได้
3. อาการถ่ายปัสสาวะลำบากในผู้ชายสูงอายุ อาจมีสาเหตุจากโรคมะเร็งของต่อมลูกหมากหรือมะเร็ง
ของกระเพาะปัสสาวะได้ ซึ่งบางครั้งอาจแยกอาการจากต่อมลูกหมากโตไม่ออก ดังนั้นทางที่ดี     ควร
แนะนำให้ผู้ชายสูงอายุที่มีอาการปัสสาวะลำบากไปตรวจที่โรงพยาบาลทุกราย

รายละเอียด  คำถามที่พบได้บ่อย
ผู้ชายสูงอายุ ที่มีอาการปัสสาวะลำบากควรปรึกษาแพทย์ อาจเป็นต่อมลูกหมากโต หรือสาเหตุอื่นได้

หมอจะทำอะไรให้เมื่อคนไข้มาหา 
ส่วนใหญ่มักเป็นเรื่องของอาการมากกว่า คนไข้มักมีคุณภาพชีวิตเสีย ต้องปัสสาวะบ่อยๆ ต้องลุกขึ้นบ่อยๆ หน้าที่ของหมอคือทำให้อาการดีขึ้น มีคุณภาพชีวิตดีขึ้น 
ฉะนั้นเวลาที่อาการปัสสาวะไม่ออกอย่าตกใจ ให้มาหาหมอเพื่อหาสาเหตุ เนื่องจากมีบางโรคที่มีอาการคล้ายต่อมลูกหมากโต หลังจากแยกโรคแล้วว่าไม่ใช่โรคอื่น ก็จะดูอาการเป็นหลัก 
หากมีอาการน้อยก็แนะนำให้เปลี่ยนพฤติกรรมโดยไม่ต้องใช้ยา 
ถ้ามีอาการมากหมอจะให้ยากินเพื่อขยายท่อปัสสาวะ 
วิธีสุดท้ายคือผ่าตัด เพื่อขูดต่อมลูกหมาก 

ในคนไข้ที่มีอาการน้อยๆ ควรเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างไร 
จุดใหญ่คือคนที่อายุมากขึ้นจะมี ปัญหาเรื่องปัสสาวะแน่นอน ขึ้นอยู่กับว่าจะเป็นมากเป็นน้อย วิธีปฏิบัติตัวคือ 
1. หลักเลี่ยงการกลั้นปัสสาวะ ก่อนนอนอย่าดื่มน้ำมาก และให้ปัสสาวะก่อนเข้านอน เพราะกลางคืนจะได้ไม่ต้องลุกขึ้นบ่อย กลางวันไปไหนก็อย่ากลั้นปัสสาวะ ปวดแล้วก็ควรจะปัสสาวะ เพราะกลั้นแล้วจะทำให้เป็นมากขึ้น 
2. งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพราะแอลกอฮอล์จะทำให้ปัสสาวะออกมาเยอะ 
3. อย่านั่งจักรยานหรือทำอะไรที่สะเทือนต่อมลูกหมาก เพราะจะทำให้ปัสสาวะไม่ออก 
4. ถ้าเป็นไปได้ควรมีการร่วมเพศบ้าง เวลามีน้ำเชื้อออกมาบ้างจะทำให้ต่อมลูกหมากไม่บวม 

การผ่าตัดโดยเลเซอร์ดีกว่าการผ่าตัดธรรมดาจริงหรือไม่ 
สมัยก่อนจะผ่าตัดต่อมลูกหมากและขูดต่อมลูกหมาก ซึ่งเป็นวิธีที่เหมาะสมและปลอดภัย ระยะหลังมีการรักษาเกี่ยวกับการผ่าตัดเพิ่มขึ้น 4 - 5 วิธี ซึ่งเสียค่าใช้จ่ายเยอะคนไข้ก็จะเข้าใจผิดว่าเป็นการรักษาที่ดีมาก ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง หลักในการรักษา 3 อย่างง่ายๆ คือ แนะนำให้เปลี่ยนพฤติกรรม ถ้าอาการมากขึ้นก็ให้กินยา ถ้ามากขึ้นไปอีกก็ให้ขูดต่อมลูกหมาก 

โรคต่อมลูกหมากโตสามารถรักษาให้หายขาดได้หรือไม่ 
คำถามนี้ตอบยาก โรคส่วนใหญ่ไม่มีหายขาดนอกจากโรคติดเชื้อบางอย่าง โรคต่อมลูกหมากเป็นโรคเนื้องอกในต่อมลูกหมาก การรักษาโดยผ่าตัดก็ไม่ได้ตัดต่อมลูกหมากเพียงแต่เอาเนื้องอกออก ซึ่งก็เกิดขึ้นใหม่ได้ แต่การเปลี่ยนพฤติกรรมดังที่กล่าวไปแล้ว มีส่วนทำให้อาการดีขึ้น บางส่วนอาจไม่ดีขึ้นแต่ก็ไม่แย่ลง 

โรคนี้ป้องกันได้หรือไม่ 
ขณะนี้ยังไม่ได้ เพราะต่อมลูกหมากโตเกิดจากสาเหตุอะไรไม่รู้ ที่แนะนำคือป้องกัน ไม่ให้อาการแย่ลงแต่วิธีป้องกันไม่ให้เกิดยังไม่มี 

สรุป
โรคนี้เป็นโรคที่ไม่ร้ายแรงและรักษา ไม่หายขาดแต่มีอาการดีขึ้นได้ หากเปลี่ยนพฤติกรรม คือ อย่ากลั้นปัสสาวะ งดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ หากมีอาการมากขึ้นก็ควรพบแพทย์เพื่อรักษา ตามขั้นตอน 
ที่สำคัญอย่าหลงเชื่อคำโฆษณาที่บอกว่า มียารักษาโรคนี้ได้หายเด็ดขาด หรือวิธีนี้วิธีนั้นดีที่สุด 

 

ต่อมลูกหมากโต ภัยเงียบของผู้ชาย ไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับคุณผู้อ่านที่เป็น
ผู้หญิง ที่ไม่รู้จักต่อมลูกหมาก และก็ไม่ใช่
เรื่องแปลกเช่นกัน สำหรับคุณผู้อ่านที่เป็น
ผู้ชายที่ไม่รู้จักต่อมลูกหมาก ทั้งๆ ที่เป็น
ต่อมที่มีความสำคัญมากทั้งในด้าน
สุขภาพ และความเป็นชาย 
สำคัญอย่างไร??? 
ก็เพราะมะเร็งของต่อมลูกหมากนั้นเป็น
โรคมะเร็งที่พบบ่อยที่สุดของผู้ชาย และ
เป็นตัวการทำให้มีผู้เสียชีวิตมากเป็น
อันดับต้นๆ ทีเดียว และที่ว่าสำคัญในด้าน
ความเป็นชายก็คือ ต่อมลูกหมากนี้มีหน้าที่สร้างน้ำหล่อเลี้ยงตัวอสุจิ ของคุณผู้ชาย
ยังไงล่ะครับ...... 

ต่อมลูกหมากอยู่บริเวณส่วนล่างๆ ของท้องน้อย โดยซ่อนอยู่ระหว่างกระดูกหัวหน่าว (ตรงส่วน
ล่างสุดของท้องน้อย คลำลงไปเจอกระดูกแข็งๆ นั่นแหละครับ กระดูกหัวหน่าว) กับลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย
ส่วนที่เรียกว่าไส้ตรง มีขนาดเท่ากับลูกวอลนัท โดยมีโครงสร้างเป็นต่อมเล็กต่อมน้อย รวมกันเป็นกลุ่ม
ก้อนร่วมมือกันผลิตน้ำหล่อเลี้ยงน้ำอสุจิ ตัวต่อมลูกหมากนี้จะห่อหุ้มท่อปัสสาวะเอาไว้ ซึ่งท่อปัสสาวะนี้ก็
เหมือนสายยางเล็กๆ ที่เป็นทางออกของปัสสาวะที่เก็บไว้ในกระเพาะปัสสาวะ โดยที่กระเพาะปัสสาวะนี้ 
จะตั้งทับอยู่บนต่อมลูกหมากพอดิบพอดี


ตอนที่คุณผู้ชายยังหนุ่มๆ ปัสสาวะจะคล่องไม่ติดขัด แต่พออายุซัก 40-45 ปี ต่อมลูกหมากจะ
ใหญ่โตขึ้น (ทีส่วนอื่นที่อยากให้ใหญ่กลับไม่ใหญ่) กลายเป็น โรคต่อมลูกหมากโต (Benign 
prostatic hyperplasia) หรือที่เรียกย่อกันทั่วไปว่า BPH ซึ่งการที่ต่อมลูกหมากโตขึ้นนี้ จะไป
บีบรัดท่อปัสสาวะทำให้ปัสสาวะไม่คล่อง ซึ่งเป็นอาการที่พบบ่อยมากในชายสูงอายุทั้งหลาย โรคอื่นๆ
ของต่อมลูกหมากที่พบบ่อย คือ โรคต่อมลูกหมากอักเสบ (Prostatitis) ซึ่งเกิดจากการติดเชื้อที่ต่อม
ลูกหมาก ส่งผลให้มีอาการแสบร้อนเวลาปัสสาวะ และโรคที่ร้ายแรงที่สุดของอวัยวะนี้คือ มะเร็ง
ต่อมลูกหมาก ซึ่งเป็นมะเร็งที่ไม่ค่อยทำให้มีอาการผิดปกติอะไรในระยะแรก เพราะตอนเริ่มเป็นใหม่ๆ 
ก้อนมะเร็งก้อนน้อยๆ ชอบไปเลือกเกิดตรงขอบนอกของต่อมลูกหมาก ก็เลยไม่มีผลต่อท่อปัสสาวะที่อยู่
ตรงกลาง คนที่เพิ่งเป็นโรคนี้ก็เลยยังคงปัสสาวะได้ตามปกติ 


มะเร็งต่อมลูกหมากในระยะแรกๆจะไม่ทำให้มีอาการอะไรเลย วิธีที่จะช่วยให้คุณทราบได้
แต่เนิ่นๆ ว่าเป็นโรคนี้หรือไม่ ก็คือไปให้หมอตรวจ ซึ่งหมอจะซักถามประวัติ ตรวจร่างกาย และมีการ
ตรวจทางห้องแล็บเพิ่มเติม ซึ่งถ้ามีอะไรน่าสงสัยก็อาจตรวจพิเศษเพิ่มอีก เวลาไปหาหมอ หมอก็จะถาม
ถึงประวัติในครอบครัวว่ามีใครป่วยเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากบ้างหรือไม่ และที่ขาดไม่ได้คือจะถามถึงว่า
มีความผิดปกติระหว่างที่คุณปัสสาวะหรือไม่


การตรวจร่างกายที่ให้รายละเอียดของต่อมลูกหมากได้มากที่สุดคือการตรวจทางทวารหนัก 
โดยหมอจะเอานิ้วสอดเข้าไปในทวารหนักเพื่อคลำต่อมลูกหมากดูว่ามีความผิดปกติบ้างหรือไม่ เพราะ
ฉะนั้นเวลาหมอจะตรวจก็ไม่ต้องอาย แล้วก็พยายามอย่าเกร็ง หมอจะได้ตรวจง่ายๆ หน่อย


การตรวจแล็บที่สำคัญคือการตรวจ PSA (Prostate-specific antigen) ซึ่งเป็นการตรวจ
หาสารตัวหนึ่งในเลือด สารตัวนี้เป็นโปรตีนชนิดหนึ่งซึ่งสร้างขึ้นโดยเซลล์ของต่อมลูกหมากทั้งที่ปกติ
และเซลล์มะเร็ง ส่วนใหญ่ของผู้ที่เป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก (60-75%) จะมีค่า PSA สูงกว่าเกณฑ์ 
โรคต่อมลูกหมากโต และต่อมลูกหมากอักเสบก็ให้ค่า PSA สูงเช่นกัน แต่ไม่สูงเท่ามะเร็งต่อมลูกหมาก 
แต่ในบางคนระดับของ PSA ก็มีความแตกต่างกันได้โดยที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับโรค ซึ่งทางสถาบัน
มะเร็งของสหรัฐอเมริกาได้แนะนำให้ตรวจ PSA เป็นประจำทุกปีสำหรับชายที่อายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป 
แต่ถ้าคุณมีประวัติว่ามีพ่อ ลุง หรือพี่น้องเป็นโรคนี้ ก็ต้องตรวจกันตั้งแต่อายุ 40 ปีเลย 


ถ้าหากตรวจพบว่าเป็นมะเร็งในระยะเริ่มแรกที่ยังไม่กระจายออกนอกต่อมลูกหมาก การรักษาจะ
ได้ผลที่ดีเลิศ ส่วนกลุ่มที่เป็นเยอะแล้ว แม้ว่าการรักษาจะไม่ได้ผลดีเท่ากลุ่มแรก แต่ก็มีวิธีรักษาหลายวิธีที่
ใช้ได้ผล เช่น การผ่าตัดเอาต่อมลูกหมากออก การใช้รังสี การใช้ฮอร์โมน หรือการใช้ยาฆ่าเซลล์มะเร็ง ซึ่ง
คุณควรปรึกษากับหมอของคุณให้ถึงข้อดีข้อเสียของแต่ละวิธีเพื่อเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมกับคุณมากที่สุด


แม้ว่ามะเร็งต่อมลูกหมากจะเป็นโรคที่ร้ายแรงที่ทำให้ตายได้ แต่ถ้าหากคุณรู้ว่าเป็นเสียแต่เนิ่นๆ 
คุณจะสามารถเอาชนะโรคนี้ได้ เพราะฉะนั้นคุณต้องไปให้หมอตรวจเป็นประจำทุกปี และถ้าหากมีอาการ
ผิดปกติของการปัสสาวะ เช่น ปัสสาวะลำบาก ปัสสาวะไม่ออก หรือปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืน คุณก็ต้อง
รีบบอกหมอของคุณด้วย และอีกวิธีที่จะช่วยป้องกันโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก รวมถึงมะเร็งอื่นๆ ด้วย ก็คือ
การดำเนินชีวิตอย่างมีสุขภาพ เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ลดความ
เครียดในชีวิตประจำวันด้วยการเล่นกีฬาหรือหางานอดิเรกที่สนุกๆทำ ไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มของมึนเมา
ทั้งหลายให้มากเกินไป และกินยาเฉพาะตามที่หมอสั่งเท่านั้น เรื่องของอาหารที่มีประโยชน์นั้น ถ้าเน้นลงไป
ถึงประโยชน์เฉพาะในแง่ของโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก จะพบว่ามีความเชื่อหลายประการว่าอาหาร
บางอย่างมีผลดีผลเสียต่อมะเร็งต่อมลูกหมากเป็นพิเศษ มาดูกันว่าความเชื่อเหล่านี้มีส่วนจริงบ้างหรือไม่


อาหารมัน นั้นเชื่อกันว่ามีผลก่อให้เกิดมะเร็งต่อมลูกหมากได้ แต่ยังไม่มีการทดลองที่สนับสนุน
อย่างชัดเจน ว่ากันว่ากรดไลโนเลอิก ที่มีอยู่ในเนื้อแดงๆ จะเป็นตัวร้ายที่กระตุ้นให้เกิดมะเร็งต่อมลูกหมาก
ได้ อีกตัวหนึ่งคือ IGF-1 ซึ่งมีอยู่ในเนื้อสัตว์เช่นกัน ก็อาจเป็นตัวกระตุ้นมะเร็งต่อมลูกหมากด้วย แม้ว่าจะ
ยังไม่ชัดเจน แต่การลดอาหารมันก็ไม่ได้มีอะไรเสียหาย 


ไอโซฟลาโวน และถั่วเหลือง คุณประโยชน์ของไอโซฟลาโวนซึ่งพบในผลิตภัณฑ์อาหารที่
ทำจากถั่วเหลืองนั้น ก็ยังไม่ชัดเจนเช่นกัน แม้ว่าในชาวเอเชียซึ่งเป็นเชื้อชาติที่ป่วยเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก
น้อยที่สุด จะมีการบริโภคผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลืองมากถึง 10 เท่าของชาวอเมริกันก็ตาม ก็ไม่ได้เป็นการชี้
ชัดลงไปว่าการที่ชาวเอเชียเป็นโรคนี้น้อย เป็นผลจากการกินอาหารจากถั่วเหลืองมาก แต่ก็มีการทดลองใน
หลอดทดลองที่แสดงให้เห็นว่าสารกลุ่มไอโซฟลาโวนสามารถลดมะเร็งต่อมลูกหมากในหนูทดลองได้


วิตามิน ยังไม่มีการทดลองที่ยืนยันถึงประโยชน์ของวิตามินใดๆ ในแง่ของมะเร็งต่อม
ลูกหมากอย่างชัดเจน แต่สำหรับคนที่มีระดับเบต้า-แคโรทีนต่ำอยู่ก่อน การได้รับเบต้า-แคโรทีนก็อาจช่วย
ป้องกันมะเร็งต่อมลูกหมากได้ แต่ก็แปลกที่เมื่อเอาเบต้า-แคโรทีนไปรวมกับวิตามินอี แล้วกลับทำให้มี
อุบัติการณ์ของการเป็นมะเร็งปอดสูงขึ้น แต่กลุ่มที่ได้รับวิตามินอีเดี่ยวๆ กลับป่วย และตายจากมะเร็ง
ต่อมลูกหมากน้อยลง ซึ่งเป็นการทดลองในประเทศฟินแลนด์ ยังมีการทดลองในสหรัฐอเมริกาซึ่งก็ไม่
สามารถยืนยันถึงประโยชน์ของวิตามินอี ,เบต้า-แคโรทีน ,วิตามินรวม และวิตามินซีได้ แต่เมื่อศึกษาใน
รายละเอียดก็พบว่าสำหรับผู้ที่สูบบุหรี่ หรือผู้ที่เพิ่งเลิกบุหรี่นั้นการกินวิตามินอีจะสามารถลดการเกิด
มะเร็งต่อมลูกหมากได้ ส่วนวิตามินดีนั้น กล่าวกันว่าการขาดวิตามินดี ที่ร่างกายสร้างขึ้นโดยมีรังสี UV
ในแดดเป็นตัวกระตุ้น มีส่วนทำให้เพิ่มอุบัติการณ์ของโรคนี้ได้ และเคยมีการทดลองพบว่าแคลซิไตรออล 
(Calcitriol) ซึ่งเป็นวิตามินดีในรูปแบบหนึ่ง สามารถหยุดการเจริญของเซลล์มะเร็งในหลอดทดลองได้ 
เซเลเนียม เป็นตัวที่มีการกล่าวขานกันว่าสามารถต้านมะเร็งได้มาหลายปี แต่กลไกการต้านมะเร็งยังคงไม่
ชัดเจน คาดว่าตัวที่มีบทบาทนี้ที่พบในอาหารก็คือ เซเลโนเมทไทโอนีน(selenomethionine) ซึ่งพบ
ว่าสามารถลดอัตราการตายจากมะเร็งผิวหนังบางชนิดได้ และยังมีการทดลองแสดงให้เห็นว่าเซเลโน
เมทไทโอนีน สามารถยับยั้งการเจริญของเซลล์มะเร็งเต้านม มะเร็งต่อมลูกหมาก และมะเร็งผิวหนังชนิด
เมลาโนมาได้


สังกะสี และไลโคพีน สังกะสีนั้นเป็นธาตุที่พบว่ามีความเข้มข้นสูงในเนื้อเยื่อต่อมลูกหมาก
ปกติ แต่ว่ากลับพบในปริมาณต่ำมากในเซลล์มะเร็งต่อมลูกหมาก มีการทดลองแสดงให้เห็นว่าสังกะสี
สามารถยับยั้งการเจริญของเซลล์มะเร็งต่อมลูกหมากได้ ซึ่งเป็นการชี้ให้เห็นว่าสังกะสีมีบทบาทสำคัญ
เกี่ยวข้องกับมะเร็งต่อมลูกหมาก แต่ว่าประโยชน์จากการกินสังกะสีเป็นอาหารเสริมนั้นยังไม่มีการทดลอง
ยืนยัน ส่วนไลโคพีนซึ่งเป็นสารที่พบในมะเขือเทศนั้น มีการศึกษาในสหรัฐอเมริกาได้แสดงให้เห็นว่าการ
กินมะเขือเทศที่ปรุงแล้วอาจช่วยลดการป่วยเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากได้เล็กน้อย 


มะเร็งต่อมลูกหมากเป็นภัยทางสุขภาพที่ซ่อนตัวอยู่เงียบๆ ในบางคนมันอาจก่อให้เกิดผลร้าย
ต่อสุขภาพ และลุกลามอย่างรวดเร็ว ในขณะที่บางคนกลับมีชีวิตอย่างปกติ และเสียชีวิตไปเพราะโรค
อื่นแทน โดยที่มะเร็งต่อมลูกหมากไม่ได้เกี่ยวข้องเลย โดยโรคที่ทำให้เสียชีวิต ได้แก่ โรคหัวใจ 
เบาหวาน เส้นโลหิตสมองแตก และปอดบวม ดังนั้นการดูแลสุขภาพตนเองไว้ให้ดี เช่น ไม่สูบบุหรี่ ออก
กำลังสม่ำเสมอ และการกินอาหารไขมันต่ำ เป็นอีกหนทางหนึ่งที่จะช่วยให้คุณมีชีวิตที่ยืนยาว และมี
ความสุขได้ 

ยารักษาภาวะต่อมลูกหมากโต

     

เภสัชกรหญิง รศ. ดร. มยุรี ตันติสิระ

ต่อมลูกหมาก (prostate gland) เป็นอวัยวะภายในที่เป็นส่วนหนึ่งของระบบสืบพันธุ์เพศชาย มีขนาดความยาวประมาณ 4 ซม. กว้าง 3 ซม. และหนาประมาณ 2 ซม. หนักประมาณ 20- 25 กรัม ตั้งอยู่ใต้กระเพาะปัสสาวะโดยจะอยู่ล้อมรอบท่อปัสสาวะส่วนต้น มีหน้าที่ในการสร้างของเหลวซึ่งเป็นส่วนประกอบส่วนหนึ่งของน้ำอสุจิ โดยทั่วไปต่อมลูกหมากจะโตตามอายุจนมีขนาดคงที่ในช่วงอายุ 30- 40 ปี หลังจากนั้นต่อมลูกหมากก็อาจโตขึ้นอีก เป็นภาวะที่เรียกว่าภาวะต่อมลูกหมากโต และที่จะพูดถึงกันในวันนี้หมายความถึงเฉพาะแต่ภาวะต่อมลูกหมากโตที่ไม่ใช่เนื้อร้ายหรือมะเร็ง (ซึ่งต่อมลูกหมากก็อาจโตได้เช่นกัน)ซึ่งไม่ใช่โรคที่ร้ายแรงสามารถจะใช้ยาบรรเทาอาการเพื่อช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ในขณะที่การรักษาภาวะต่อมลูกหมากโตที่เป็นเนื้อร้ายหรือที่เรียกง่ายๆว่ามะเร็งต่อมลูกหมากซึ่งเป็นโรคที่รุนแรงเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตนั้น จำเป็นจะต้องได้รับการรักษาในลักษณะของการรักษามะเร็งโดยเร็วที่สุด ดังนั้นก่อนที่จะใช้ยาเพื่อบรรเทาอาการอันเป็นผลสืบเนื่องจากภาวะต่อมลูกหมากโตที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้นั้น ผู้ป่วยจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับการตรวจจากแพทย์เพื่อให้ทราบโดยแน่นอนชัดเจนว่า ภาวะต่อมลูกหมากโตที่เกิดขึ้นนั้นเป็นภาวะต่อมลูกหมากโตที่ไม่เป็นอันตรายร้ายแรง ( Benign prostatic hypertrophy ,BPH) หรือพูดกันง่ายๆว่าไม่ใช่มะเร็ง

อุบัติการของภาวะต่อมลูกหมากโตที่ไม่ใช่เนื้อร้ายในผู้ชายโดยทั่วไปในทุกชาติทุกภาษาจะคล้ายคลึงกัน นั่นคือ มักจะพบในผู้ชายที่มีอายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไปและอุบัติการจะเพิ่มขึ้นตามอายุ ประมาณกันว่า80-90 % ของผู้ชายในวัย 80-90 ปีจะมีต่อมลูกหมากโต และในจำนวนนี้จะมีประมาณกว่าครึ่งหนึ่งจะมีอาการแสดงทางคลินิกซึ่งจะเป็นอาการที่นำผู้ป่วยไปพบแพทย์ ทั้งนี้เนื่องจากเมื่อต่อมลูกหมากมีขนาดใหญ่ขึ้นนั้นผู้ป่วยจะไม่สามารถรับรู้ได้เลยจนกว่าจะมีอาการปรากฏออกมา อาการเหล่านี้ได้แก่ ความผิดปกติในการถ่ายปัสสาวะทั้งหลาย เช่น ถ่ายปัสสาวะบ่อยแต่จำนวนที่ออกมาแต่ละครั้งน้อยลง กลั้นปัสสาวะไม่อยู่หรือใช้เวลานานกว่าจะเริ่มถ่ายปัสสาวะ ปัสสาวะออกช้ากระปริบกระปรอย ไม่พุ่ง หรือเมื่อปัสสาวะเสร็จแล้วยังมีความรู้สึกว่ายังปัสสาวะออกไปไม่หมดหรือถ้าเป็นมากๆก็อาจปัสสาวะไม่ออกเลย ทั้งนี้ด้วยโครงสร้างของต่อมลูกหมากที่อยู่ล้อมรอบท่อปัสสาวะส่วนต้น เมื่อเนื้อเยื่อของตัวต่อมมีขนาดโตมากขึ้นหรือมีความตึงตัวมากขึ้นก็จะกดบีบรัดทำให้เกิดการอุดกั้นของปัสสาวะในท่อปัสสาวะ ทำให้เกิดอาการต่างๆดังที่กล่าวมา ความรุนแรงของอาการดังกล่าวจะขึ้นอยู่กับความรุนแรงของการอุดกั้นท่อปัสสาวะ แต่ไม่มีความสัมพันธ์โดยตรงกับขนาดของต่อมลูกหมาก ดังนั้นจึงไม่จำเป็นว่าผู้ป่วยที่มีอาการมากจะต้องมีขนาดต่อมลูกหมากโตมากกว่าผู้ป่วยที่มีอาการน้อยเสมอไป และโดยที่อาการปัสสาวะลำบากในลักษณะที่กล่าวมานี้อาจค่อยเป็นค่อยไปและไม่มีอาการรุนแรงเฉียบพลัน ผู้ป่วยส่วนใหญ่จึงเลือกวิธีที่จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและวิถีชีวิต เช่นหลีกเลี่ยงการออกนอกบ้านหรือเดินทางไกล ดื่มน้ำให้น้อยลง มากกว่าที่จะไปพบแพทย์ตั้งแต่เริ่มมีอาการ

อย่างไรก็ตามถ้าหากผู้ป่วยเหล่านี้ไม่ได้รับการรักษาก็จะทำให้โรคลุกลามหรือเกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆได้ เช่น ปัสสาวะที่ถูกปิดกั้นก็จะคงค้างอยู่ในกระเพาะปัสสาวะมากขึ้น จะส่งผลให้การทำงานของไตเสีย การมีเลือดออกในปัสสาวะเมื่อมีการเบ่งปัสสาวะจนหลอดเลือดที่ต่อมลูกหมากฉีกขาด หรือเกิดการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ เป็นต้น

ยาบางชนิด เช่น ยาที่มีฤทธิ์ลดอาการคัดจมูก ยาต้านอาการซึมเศร้า หรือยาที่มีฤทธิ์ลดการปวดเกร็งของกล้ามเนื้อเรียบบางชนิด เป็นยาที่ควรหลีกเลี่ยงหรือพึงใช้ด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษในผู้ป่วยชายสูงอายุ เนื่องจากยาเหล่านี้อาจมีผลไปเพิ่มความตึงตัวของคอกระเพาะปัสสาวะหรือความตึงตัวของเนื้อเยื่อต่อมลูกหมากทำให้เกิดการปัสสาวะไม่ออกอย่างเฉียบพลันได้ ดังนั้นเมื่อผู้ป่วยไปพบแพทย์จึงควรมีรายการยาที่ตนเองใช้หรือนำตัวอย่างยาติดไปเพื่อที่แพทย์ผู้รักษาได้ทราบถึงประวัติการใช้ยาของผู้ป่วย การซักประวัติและการตรวจร่างกายโดยแพทย์ร่วมกับผลการตรวจวินิจฉัยเลือดหรือปัสสาวะทางห้องปฏิบัติการจะช่วยให้ทราบโดยแน่ชัดว่า ความผิดปกติของการถ่ายปัสสาวะที่นำผู้ป่วยไปพบแพทย์นั้นน่าจะ มีสาเหตุมาจากอะไร

ในกรณีที่พบว่าผู้ป่วยมีภาวะของต่อมลูกหมากโตโดยไม่เป็นเนื้อร้าย ซึ่งถ้าอาการไม่รุนแรงก็อาจจะรอสังเกตุอาการไปก่อนโดยนัดให้ไปพบแพทย์เป็นระยะๆ แต่ถ้าอาการรุนแรงรบกวนการปฏิบัติภารกิจชีวิตประจำวัน ผู้ป่วยก็ควรจะได้รับการรักษาซึ่งอาจทำโดยการผ่าตัดซึ่ง มีอยู่หลายรูปแบบหลายวิธี และ เป็นวิธีการรักษาที่ได้ผลดี (70-85%)วิธีเดียวที่ใช้กันในอดีต แต่เนื่องจากภาวะต่อมลูกหมากโตเป็นโรคที่พบมากและมีระยะเวลาของการดำเนินของโรคอยู่นาน ในสิบกว่าปีที่ผ่านมานี้ จึงได้มีความพยายามที่จะหาวิธีการรักษาด้วยยาซึ่งเป็นที่ยอมรับและสะดวกสำหรับผู้ป่วยส่วนใหญ่ ในปัจจุบันผู้ป่วยต่อมลูกหมากโตที่อาการไม่รุนแรงมากหรือไม่อยากเข้ารับการผ่าตัดด้วยเหตุผลต่างๆ อาจเลือกการรักษาด้วยยาซึ่งแม้จะไม่ให้ผลการรักษาที่รวดเร็วและเป็นการรักษาโดยตรง เช่นการผ่าตัด แต่ยาก็สามารถบรรเทาความผิดปกติของการถ่ายปัสสาวะที่เกิดขึ้นได้ตราบเท่าที่ยังใช้ยาอยู่ อาจแบ่งยาในกลุ่มนี้ตามกลไกการออกฤทธิ์ออกเป็น ยากลุ่มที่สามารถลดขนาดของต่อมลูกหมากและยากลุ่มที่ลดความตึงตัวของเนื้อเยื่อต่อมลูกหมาก

Finasteride (5 มก.วันละหนึ่งครั้ง )เป็นตัวยาที่มีรายงานว่าสามารถลดขนาดของต่อมลูกหมากได้ถึง 10-20% และมักจะใช้ได้ผลดีกับผู้ป่วยที่มีขนาดต่อมลูกหมากโต ผู้ป่วยที่ใช้ยากลุ่มนี้ควรได้รับการชี้แจงตั้งแต่แรกใช้ยาว่า ผลการรักษาของ Finasteride จะปรากฏชัดเจนหลังจากที่ใช้ยาติดต่อกันมาแล้วประมาณ 3-6 เดือน เพื่อที่ผู้ป่วยจะได้อดทนและให้ความร่วมมือในการใช้ยาอย่างเต็มที่
Finasteride
อาจทำให้เกิดอาการปวดศีรษะได้ในผู้ป่วยบางราย นอกจากนั้นก็อาจทำให้ลดหรือหมดความรู้สึกทางเพศ (4-6%) ลดปริมาณการหลั่งน้ำกาม ซึ่งอาการเหล่านี้หากเป็นสิ่งที่ผู้ป่วยรู้สึกไม่พึงพอใจก็ควรจะรายงานให้แพทย์ผู้รักษาทราบ ข้อควรระวังอีกประการหนึ่งของการใช้ยาชนิดนี้ก็คือ Finasteride จะทำให้ผลการตรวจวิเคราะห์สารที่เป็นตัวบ่งชี้ของการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมากที่เรียกว่า Prostate specific antigen (PSA)คลาดเคลื่อน ดังนั้นหากใช้ยาชนิดนี้อยู่จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องแจ้งให้แพทย์ทราบในกรณีที่จะเข้ารับการตรวจหามะเร็งต่อมลูกหมาก

สำหรับยาอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งมีชื่อเรียกในทางเภสัชวิทยาว่ายาปิดกั้นตัวรับอัลฟาโดยจำเพาะซึ่งในขณะนี้มีใช้อยู่ประมาณ 4-5 ชนิดนั้น จะออกฤทธิ์รักษาโดยการลดความตึงตัวของเนื้อเยื่อต่อมลูกหมากเนื่องจากยาในกลุ่มนี้บางชนิดนอกจากจะมีฤทธิ์ลดความตึงตัวของเนื้อเยื่อต่อมลูกหมากแล้วยังมีฤทธิ์ลดความดันเลือดโดยการทำให้หลอดเลือดคลายตัวได้อีกด้วย จึงมีประโยชน์ใช้ อีกอย่างหนึ่ง คือใช้เป็นยารักษาความดันเลือดสูงได้ ดังนั้นอาจจะเป็นข้อดีสำหรับผู้ป่วยชายที่เป็นทั้งความดันเลือดสูงและต่อมลูกหมากโต ด้วยเหตุผลที่ว่า ขนาดยาที่ใช้ในการรักษาความดันเลือดสูงนั้น(ซึ่งมักจะสูงกว่า)สามารถบรรเทาอาการของต่อมลูกหมากโตได้ด้วย และในขนาดที่ใช้สำหรับลดหรือบรรเทาอาการปัสสาวะลำบากในผู้ชายที่มีความดันเลือดปกตินั้นก็ไม่มีผลลดความดันเลือดในผู้ป่วยกลุ่มนี้แต่อย่างใด ดังนั้นจึงสามารถใช้ยาในกลุ่มนี้ได้อย่างปลอดภัยเช่นกัน ถึงแม้ว่ายาในกลุ่มนี้บางชนิดจะต้องรับประทานวันละหนึ่งหรือสองครั้งแตกต่างกันไปตามชนิดของตัวยาแต่ละชนิด แต่ยาในกลุ่มนี้ทั้งหมดจะให้ผลการรักษาที่ค่อนข้างเร็วคือประมาณ 2-4 สัปดาห์ ผู้ป่วยที่ใช้ยากลุ่มนี้ก็อาจจะมีปัญหาเกี่ยวกับการที่รู้สึกไม่สบายหรือมีอาการวิงเวียนเกิดขึ้นเมื่อมีการเปลี่ยนอิริยาบถอย่างรวดเร็ว(4%) ซึ่งปัญหานี้อาจแก้ได้ด้วยการแนะนำให้ผู้ป่วยปรับเปลี่ยนอิริยาบถอย่างช้าๆ หรือรับประทานยาก่อนนอนเพื่อลดฤทธิ์อันไม่พึงประสงค์ดังกล่าว หรือมีอาการปวดศรีษะ(3-10%) อ่อนเพลีย (3-10%) มึนงง (3-15%) ซึ่งในกรณีนี้ก็ควรจะหลีกเลี่ยงการทำงานที่ต้องมีความตื่นตัวสูง เช่นการใช้เครื่องจักรกลหรือขับรถ

การใช้ยาไม่ว่าจะเป็นกลุ่มใดที่กล่าวมาข้างต้นนี้ไม่ได้เป็นการรักษาโรคแต่เป็นการรักษาอาการ ทำให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ผู้ป่วยจะต้องมีภาระกับค่ายาซึ่งต้องใช้อยู่โดยตลอดเพื่อควบคุมอาการ ดังนั้นหากใช้ยาอย่างถูกต้องทุกประการแล้วยังไม่สามารถควบคุมหรือบรรเทาอาการได้ในระยะเวลาอันสมควร ผู้ป่วยก็ควรจะปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาทางเลือกอื่น

ถึงแม้ว่าในด้านการรักษาภาวะต่อมลูกหมากโตชนิดที่ไม่เป็นมะเร็งจะมีการพัฒนาไปมาก โดยเฉพาะในด้านการใช้ยาดังที่กล่าวมาแล้ว แต่สิ่งที่เรายังไม่ทราบกันโดยชัดเจนก็คือสาเหตุของการเกิดโรครวมทั้งปัจจัยเสี่ยงที่อาจมีผลเกี่ยวกับการเกิดโรค ดังนั้นจึงไม่สามารถจะบอกได้ว่าเราจะมีวิธีป้องกันไม่ให้เกิดโรคได้อย่างไร



 

 

 

 

 

หนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชายไม่เปิด - Phimosis

ลักษณะทั่วไป
ผู้ชาย บางคนอาจมีหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศรัดแน่น จนดึงให้เปิดขึ้นไม่ได้เหมือนคนปกติ อาจเป็น
มาตั้งแต่กำเนิด ซึ่งจะตรวจพบเมื่ออายุมากกว่า 5 ขวบขึ้นไป แต่ผู้ป่วยมักจะสังเกตเห็น และปรึกษา
แพทย์เมื่อย่างเข้าวัยรุ่น บางครั้งอาจเกิดจากการติดเชื้ออักเสบในบริเวณนั้น แล้วกลายเป็นแผลเป็น
ดึงรั้งทำให้หนังหุ้มปลายเปิดไม่ได้โดยทั่ว ๆ ไปมักจะไม่มีอาการอะไร บางคนอาจถ่ายปัสสาวะไม่ออก
หรือถ่ายลำบาก บางครั้งอาจเกิดการติดเชื้ออักเสบ เป็นหนองได้ บางครั้งอาจมีอาการเจ็บปวดเวลา
อวัยวะเพศแข็งตัว

การรักษา
ควรส่งโรงพยาบาล เพื่อตัดหนังส่วนนั้นให้เปิดออกเรียกว่า การขริบปลาย (circumcision) ในรายที่มี
การอักเสบให้ยาปฏิชีวนะ เช่น เพนวี  หรือ อะม็อกซีซิลลิน

 



















 






We subscribe to the
HONcode principle
of the Health on the
Net Foundation

  
About Us | Add URL I Privacy Policy | Member Register | Health Shop | Contact Us | Health Board | Advertising
Disease / Condition | Head Line News | Healthcare | Diagnostic | Alternative Medicine | Aromatherapy |
Health Game Zone


1999-2009 Thailabonline.com. All rights reserved. 
เลขทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์  e-Commerce Registration Number  7100803000130
By using this information service,    you accept the terms of our Visitor Agreement. Please read it. 
The material on Thailabonline.com and iHealthsite.net are for informational purposes only and is not 
a substitute for medical advice or treatment for any medical conditions.   You should promptly seek 
professional medical care if you have any concern about your health, and you should always consult 
your physician before starting a fitness regimen.
”Thailabonline.com” and “ihealthsite.net” and ”AromaEssence” and ”MedHealthMart” are trademarks of Crystal Diagnostics Co.,Ltd.