BECOME A MEMBER
สมัคร ! สมาชิกชมรมรักสุขภาพ
ฟรี ข่าวสาระความรู้เรื่องสุขภาพ

top
รู้เรื่องประจำเดือนและประจำเดือน
ที่ผิดปกติ
Knowledge about menstrual period and 
abnormal menstrual

 ประจำเดือนปกติ
 ฮอร์โมนเป็นตัวควบคุมรอบเดือน
สาเหตุของการมีประจำเดือน
  ผิดปกติ

สาเหตุของภาวะฮอร์โมน
  ไม่สมดุล

สาเหตุอื่นที่พบไม่บ่อยเช่น

 วิธีลดปวดประจำเดือน 
 
มดลูก อวัยวะมหัศจรรย์ 
   กับประจำเดือน




Health Navigation






สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม
กรุณาแจ้งให้ทึมงานเพื่อ
จัดเตรียมหาสาระให้



Contact : 
info@thailabonline.com
ชมรมเรารักสุขภาพ 
ไทยแล็ปออนไลน์




 รู้เรื่องประจำเดือนและประจำเดือนผิดปกติ      

พญ. ฐิติมา สุนทรสัจ

ผู้หญิงจำนวนไม่น้อยที่มีปัญหากับประจำเดือนอย่างน้อยๆ ก็อาการไม่สบายตัว ก่อนที่คุณจะคิดว่าการมี
รอบเดือนของคุณนั้นผิดปกติ ควรทำความเข้าใจกับรอบเดือนปกติเสียก่อนว่าเป็นฉันใด... 

ประจำเดือนปกติ

ประจำเดือน คือเลือดที่ออกจากโพรงมดลูกเป็นรอบๆ ห่างกันทุก 28 วัน ผิดพลาดได้ไม่เกินบวก
ลบ 7 วัน หมายความว่า บางเดือน หรือ ของบางคน รอบของประจำเดือนอาจจะเป็น 21 วัน 22 วัน หรือ
30 วัน 35 วันก็ได้ ยังถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติ ระยะเวลาที่มีเลือดประมาณ 2-7 วัน โดยปริมาณเลือดที่ไหล
ออกมาทั้งหมดราวๆ 20-60 ซีซี ต่อรอบ


เด็กสาวที่เริ่มมีประจำเดือนใหม่ๆ ในช่วง 1-2 ปีแรก จะมีประจำเดือนไม่สม่ำเสมอ รอบมักจะยาว บางคน 
2-3 เดือนจึงจะมาสักครั้ง เนื่องจากการทำงานของรังไขยังไม่ค่อยสมบูรณ์ ทำให้ไข่ตกไม่สม่ำเสมอ ประจำ
เดือนจึงมาห่างๆ และมักจะมามากนานหลายวัน หลังจากนั้นเมื่อเข้าที่เข้าทาง ก็จะมีรอบเดือนสม่ำเสมอ
มากขึ้นเพราะมีการตกไข่ทุกเดือน 


ปัจจัยที่ทำให้มีประจำเดือนเร็วหรือช้า ขึ้นอยู่กับพันธุกรรม เชื้อชาติ สิ่งแวดล้อม แสงสว่าง ความอ้วน 
ผอมของร่างกาย สุขภาพทั่วไป สภาวะทางจิตใจ และเชื่อหรือไม่ คนที่อาศัยอยู่ในเมือง หรือประเทศ
ใกล้เส้นศูนย์สูตร พื้นที่ระดับน้ำทะเล เช่น กรุงเทพมหานครจะมีประจำเดือนเร็วกว่าพวกที่อยู่ในชนบท
ไกลจากเส้นศูนย์สูตร หรืออยู่บนยอดเขา เช่น ธิเบต เป็นต้น ที่น่าแปลกก็คือมีการศึกษาพบว่า เด็กที่ตาบอด
กลับมีประจำเดือนเร็วกว่าเด็กปกติ แสดงว่าแสงสว่างน่าจะมีผลต่อการมีประจำเดือนด้วย



ฮอร์โมนเป็นตัวควบคุมรอบเดือน

รอบเดือนจะถูกควบคุมด้วยการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนซึ่งเป็นสารเคมีที่ไหลเวียนอยู่ในกระแสเลือด
ของคุณ ต่อมที่อยู่บริเวณฐานสมองของคุณจะเป็นแหล่งสร้างฮอร์โมนซึ่งทำหน้าที่ควบคุมการเจริญ และการ
ตกไข่ของไข่ที่สุกแล้ว โดยทั่วไปจะมีไข่เพียงใบเดียวเท่านั้นที่โตใหญ่ขึ้นมามีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 
18-20 มิลลิเมตร จากนั้นต่อมใต้สมองก็จะหลั่งฮอร์โมนอีกชนิดออกมาทำให้ไข่ใบโตนี้แตกออกเกิดการตกไข่
ขึ้น


รังไข่ของคุณเป็นแหล่งที่เก็บของไข่เหล่านี้ซึ่งจะอยู่ในถุงไข่ (follicle) อีกชั้นหนึ่ง โดยถุงไข่จะทำหน้าที่
สร้างฮอร์โมน estrogen ในระยะก่อนตกไข่ และสร้างฮอร์โมน progesterone ในระยะหลังตกไข่แล้ว 
ฮอร์โมนเหล่านี้จะควบคุมการเจริญ และการเปลี่ยนแปลงของเยื่อบุโพรงมดลูกอีกทีหนึ่ง 


ระยะเวลาหลังจากไข่ตกจนเริ่มมีประจำเดือนนี้จะค่อนข้างคงที่ประมาณ 14 วัน ดังนั้นรอบเดือนจะยาว 
หรือสั้นจึงขึ้นกับระยะเวลาที่ไข่เจริญเติบโตมากกว่า ถ้าใช้เวลาเพียง 10 วัน รอบเดือนจะแค่ 24 วันเท่านั้น
แต่ถ้าใช้เวลา 14 วัน รอบเดือนจะเท่ากับ 28 วัน การนับรอบเดือนนี้ทางการแพทย์นับจากวันแรกที่เริ่มมี
ประจำเดือนถึงวันแรกของการมีประจำเดือนรอบถัดไป ขอแนะนำว่าควรจดวันแรกของการมีประจำเดือน
ไว้ทุกครั้ง เพราะมีประโยชน์มากมาย เช่น ช่วยคะเนวันตกไข่ได้ เลือกมีเพศสัมพันธ์ให้ถูกจังหวะ
หากอยากมีบุตร และเมื่อตั้งครรภ์ก็จะสามารถคำนวณอายุครรภ์ได้ถูกต้อง หรือไม่ต้องการมีบุตรก็คุมกำเนิด 
โดยวิธีนับวันได้ถูกต้อง

ประจำเดือนของผู้หญิงนั้น เกิดจากการลอกตัวของเยื่อบุโพรงมดลูกออกมาเป็นวงจรในแต่ละรอบเดือน 
รังไข่ข้างใดข้างหนึ่งของผู้หญิงจะเกิดการตกไข่ขึ้น ไข่ที่โตเต็มที่จะตกจากรังไข่เข้าไปรอคอยพระเอก 
หรือตัวอสุจิอยู่ในส่วนปลายของท่อนำไข่ ซึ่งเปรียบกับสะพานเชื่อมรัก ขณะเดียวกัน เปลือกไข่ที่เหลืออยู่ 
ก็จะทำการสร้างฮอร์โมนเพศที่เรียกว่า โปรเจสเตอโรน มาทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกหนานุ่ม มีเลือดมาเลี้ยงมาก 
เพื่อเตรียมตัวรับกับไข่ที่ถูกปฏิสนธิจากตัวอสุจิ ถ้ามีการปฏิสนธิเกิดขึ้นจริง ตัวอ่อนก็จะเดินทางกลับเข้ามา 
ฝังตัวในโพรงมดลูก ในเยื่อบุโพรงมดลูกที่เตรียมเอาไว้ และทำการสร้างฮอร์โมนที่เรียกว่า HCG ไปบำรุง
เปลือกไข่ให้ผลิตฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน มากระตุ้นเยื่อบุโพรงมดลูกให้เจริญต่อไป เพื่อเป็นแหล่งส่งอาหาร
ต่อให้ทารกในครรภ์ 

ในกรณีนี้ก็จะไม่มีการหลุดลอกของเยื่อบุโพรงมดลูกออกไปเป็นประจำเดือน ประจำเดือนที่เคยมาเป็นประจำ 
สม่ำเสมอ ก็จะขาดหายไป ไปตรวจปัสสาวะหรือตรวจเลือด หาระดับของฮอร์โมน HCG ก็จะได้ผลบวก 
คุณก็ตั้งครรภ์ 

แต่ถ้าไม่เกิดการปฏิสนธิระหว่างไข่กับตัวอสุจิขึ้น ไข่ใบน้อยที่รอรักอยู่ที่สะพานเชื่อมรัก ก็จะฝ่อไปภายใน 
48 ชั่วโมง ไม่มีการสร้างฮอร์โมนไปประคับประคองเปลือกไข่ไว้ ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนที่จะมาบำรุงเยื่อบุ
โพรงมดลูกก็ไม่มี เยื่อบุโพรงมดลูกก็จึงหลุดลอกตัว ออกมาเป็นเลือดประจำเดือน 

พูดง่ายๆ ก็คือ นางเอกรอรักอยู่ที่สะพานเชื่อมรัก รอแล้วรอเล่า พระเอกไม่ยอมขี่ม้าขาวมาพบสักที นางเอก
ย่อมเสียใจเป็นธรรมดา จึงร้องไห้ออกมาเป็นสายเลือด.. สายเลือดประจำเดือน เลือดประจำเดือน จึงไม่ใช่
เลือดเสียแต่อย่างใด... แต่เป็นเลือดที่เกิดจากการลอกตัว ของเยื่อบุโพรงมดลูกตามปกติ 


ผู้หญิงไทยโดยเฉลี่ยจะหมดประจำเดือนเมื่ออายุ 49.5 ปี ถ้าหมดประจำเดือนก่อนอายุ 40 ปี ถือว่า
ผิดปกติ มักเกิดจากการทำงานของรังไข่ล้มเหลวก่อนวัยอันควร ซึ่งแพทย์ต้องตรวจหาสาเหตุร่วมด้วย 

ดังนั้นผู้หญิงทุกคนที่มีประจำเดือน ยังไม่มีประจำเดือน หรือหมดประจำเดือนไปแล้ว ควรสังเกตุ
อาการต่อไปนี้ 

- มีประจำเดือนก่อนอายุ 8 ปี 
- อายุ 14 ปีแล้วยังไม่มีประจำเดือน และไม่มีขนรักแร้ ขนหัวหน่าว หรือเต้านม 
- อายุ 16 ปีแล้วยังไม่มีประจำเดือน ทั้งๆ ที่มีขนรักแร้ ขนหัวหน่าว และเต้านม 
- ประจำเดือนขาดหายไป หรือมาไม่สม่ำเสมอ 
- ประจำเดือนออกมาก และนานเกิน 7 วัน 
- มีเลือดออกระหว่างรอบของประจำเดือน 
- รอบเดือนสั้นกว่า 21 วัน หรือนานกว่า 35 วัน 
- ปวดประจำเดือนมากกว่าปกติ 
- มีเลือดออกทางช่องคลอดภายหลังเข้าสู่วัยหมดประจำเดือนแล้ว 

ถ้ามีอาการข้อใดข้อหนึ่งควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจรักษาทันที 

สาเหตุของการมีประจำเดือนผิดปกต
ความไม่สมดุลของระดับฮอร์โมน เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุด ของการมีประจำเดือนไม่สม่ำเสมอหรือประจำ
เดือนออกมาก มักเกิดจากการตกไข่ไม่สม่ำเสมอ เรียกว่าภาวะประจำเดือนออกผิดปกติ (Dysfunctional 
uterine bleeding หรือ DUB) 

สาเหตุของภาวะฮอร์โมนไม่สมดุล
- การเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนในช่วงวัยรุ่น หรือวัยใกล้หมดประจำเดือน 
- โรคเบาหวาน, ความผิดปกติของต่อมธัยรอยด์ ;หรือต่อมใต้สมอง(Pituitary) หรือความผิดปกติอื่นๆ 
- อ้วนมากเกินไป 
- ภาวะเครียด 
- การออกกำลังกายหนักเกินไป 
- ความผิดปกติของการทานอาหารบางอย่าง เช่น โรคเบื่ออาหาร (Anorexia nerversa) 

เนื้องอกของมดลูก : ส่วนใหญ่แล้วเนื้องอกประเภทนี้มักเป็นเพียงเนื้องอกธรรมดา ไม่ค่อยมีเนื้อร้าย
ซึ่งนอกจากทำให้มีเลือดออกผิดปกติแล้ว ยังอาจทำให้รู้สึกปวดหรือถ่วงในท้องน้อยได้ด้วย 

สาเหตุอื่นที่พบไม่บ่อยเช่น
การตั้งครรภ์นอกมดลูก 
ผลจากยาบางอย่าง เช่น ยาประเภทฮอร์โมน หรือยาคุมกำเนิด 
มีโรคที่ทำให้การแข็งตัวของเลือดผิดปกติ 
การติดเชื้อ หรือมะเร็งของระบบอวัยวะสืบพันธุ์ 
ปัญหาจากการใส่ห่วงอนามัย 
เยื่อบุช่องคลอดที่บางและเกิดแผลอักเสบง่าย 


ความผิดปกติต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นกับคุณผู้หญิงเป็นสิ่งที่พึงสังเกต และติดตามผลกันอย่างสม่ำเสมอ 
ซึ่งสิ่งที่ไม่ควรจะเป็นก็คือ อย่ากังวลเกินเหตุ หรือระแวงไปก่อนล่วงหน้าพราะจะทำให้เครียดเปล่า ๆ 
ชวนให้ฮอร์โมนที่อาจจะปกติอยู่กลับผิดปกติไปเสียนี่


ทางที่ดีที่สุดคือไปพบคุณหมอตรวจหาสาเหตุ โดยทั่วไปหมอจะซักประวัติคุณทั้งเรื่องของอาการ 
การคุมกำเนิดสำหรับผู้ที่มีเพศสัมพันธ์ ภาวะจิตใจ ตลอดจนประวัติผิดปกติของประจำเดือนของสมาชิก
ในครอบครัวเป็นข้อมูลประกอบการวินิจฉัยร่วมกับการตรวจร่างกายด้วยวิธีอื่นๆ 

 

ผศ.นพ.พันธ์ศักดิ์ ศุภระฤกษ์ 
--------------------------------------------------------------------------------
การมีประจำเดือน เป็นเครื่องหมายของสตรีที่อยู่ในวัยเจริญพันธุ์ คือ ตั้งแต่อายุได้ ประมาณ 12 ปี จนถึงอายุ
เฉลี่ยประมาณ 55 ปี โดยการทำงานของฮอร์โมนเพศ เอสโตรเจน และโปรเจสเตอโรน ที่มีหน้าที่ในการ
ควบคุมกระบวนการสร้างไข่ ตกไข่ ตลอดจนการนำไปสู่ การปฏิสนธิกับเชื้ออสุจิของฝ่ายชาย และการฟักตัว
เป็นมนุษย์ในที่สุด 

ประจำเดือนที่มาตามปกตินั้น จะช่วยให้ระบบการทำงานของร่างกายดำเนินไปตามปกติ เพราะไข่ที่ไม่ได้รับ
การผสม จะทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกที่ถูกสร้างขึ้นสำหรับเป็นที่ฝังตัว ของไข่ ถูกขับออกมา เป็นการถ่ายเทของ
เก่าเพื่อสร้างของใหม่ ทำให้ไม่มีของเสียคั่งค้าง ภายใน จึงนับว่าเป็นผลดีของการมีประจำเดือน 

อย่างไรก็ตาม คุณผู้หญิงจำนวนมาก ก็ยังรู้สึกเบื่อหน่าย และไม่อยากให้ช่วงเวลานั้ ของเดือน มาถึงเร็วนัก 
เพราะกิจกรรมบางอย่างในชีวิตประจำวันต้องเปลี่ยนไป ยกตัวอย่างเช่น ต้องงดการว่ายน้ำหรือการกระโดด
โลดเต้น อีกทั้งยังต้องคอยระมัดระวัง และกังวล กับรอยซึมเปื้อน ทำให้ความั่นใจลดลง รวมไปถึงความไม่
สบายกายอีกมากมาย เช่น อาการวิงเวียน คลื่นไว้ ท้องอืด เบื่ออาหาร หงุดหงิด มีอาการหนาว ๆ ร้อน ๆ 
อันเนื่องมาจากระดับฮอร์โมนเพศลดลงจากระดับปกติ ที่สำคัญคุณผู้หญิงจำนวนไม่น้อย ยังต้องประสบกับ
ปัญหาปวดท้องในขณะมีประจำเดือน ซึ่งสร้างความทรมาน ทั้งทางร่างกาย และอารมณ์ จนบางครั้งอาจ
ส่งผลต่อการทำงานปกติ หรือการดำเนินชีวิตประจำวันได้ 

ความจริงแล้ว อาการปวดที่เกิดขึ้นเนื่องจากการมีประจำเดือนแล้ว ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ ใด ๆ เพียงแต่เป็น
อาการที่เกิดขึ้นกับคุณผู้หญิงบางคน ที่มดลูกมีการบีบรัดตัว อย่างรุนแรง เท่านั้น จึงไม่มีอะไรที่น่าวิตกกังวล 
เว้นเสียแต่ว่าจะมีการปวดถ่วงอย่างรุนแรง บริเวณท้องน้อย ซึ่งหากปวดมาก ๆ จนไม่เป็นอันกินอันนอน
ควรรีบปรึกษาแพทย์ เพื่อตรวจหาความผิดปกติ เพราะการปล่อยให้อาการปวดประจำเดือนรุมเร้า ทุกครั้ง
ที่มีประจำเดือน โดยไม่ได้รับการบำบัดรักษาอย่างถูกวิธีนั้น อาจส่งผลเสียต่อ สุขภาพกาย และสุขภาพจิต
อย่างมากได้ 

การับประทานยาแก้ปวด เพื่อบรรเทาอาการที่เกิดขึ้น เป็นหนึ่งวิธีที่พบได้บ่อย ๆ ซึ่งก็ใช้ได้ผล แต่การสะสม
ของยาแก้ปวดในร่างกาย อาจส่งผลต่อกระบวนการ การทำงานของตับ และยังอาจก่อให้เกิดอาการข้างเคียง
ได้ ดังนั้นการเตรียมตัวให้พร้อม จึงเป็นเรื่องสำคัญมากกว่า การออกกำลังกายเป็นประจำ สม่ำเสมอ และ
เหมาะสม ไม่หักโหมจนเกิดอาการเจ็บป่วย เช่น การวิ่งอยู่กับที่ การออกกายบริหาร แบบเต้นแอโรบิก 
การเดินวันละ 10-20 นาที นอกจากจะช่วยให้ระบบการทำงาน ของร่างกายโดยรวม เป็นไปด้วยดีแล้ว 
ที่สำคัญช่วยให้ร่างกายสามารถทนกับ ความเจ็บปวดได้มากขึ้น 

การบำรุงร่างกายด้วยอาหาร และสมุนไพรจีนอย่าง "ตังกุย" ก็นับว่าเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ของผู้หญิงยุคนี้ 
เนื่องจากเป็นที่ยอมรับในวงการแพทย์แผนปัจจุบันแล้วว่า สารสกัดที่อยู่ในตังกุยมีคุณสมบัติในการต้านการ
บีบตัวของกล้ามเนื้อมดลูก จึงทำให้สามารถบรรเทาอาการปวดประจำเดือน และอาการปวดเมื่อยตามเนื้อตัว
ได้ รวมทั้งสามารถช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต ทำให้ประจำเดือนมาเป็นปกติ และสม่ำเสมอ 
นอกจากนี้วิตามินบี 1 บี 6 บี 12 กรดโฟลิก และไบโอติน ที่มีอยู่ในตังกุยยังเป็นสารที่มีความสำคัญต่อการ
สร้างเลือด บำรุงเลือด และฟอกเลือด สำหรับสตรีอีกด้วย ดังนั้น การรับประทานตังกุยเป็นอาหารบำรุง ใน
ช่วงนี้ จึงนับว่า มีความเหมาะสมยิ่ง นอกจากนั้นแล้ว การเลือกรับประทานอาหาร ที่ให้พลังงานสูง จำพวก
แป้ง ไขมัน น้ำตาล และอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง ๆ เช่น ตับ เนื้อสัตว์ต่าง ๆ ปลา หอย ถั่วเมล็ดแห้ง ก็จะช่วย
ป้องกันภาวะโลหิตจาง จากการที่ร่างกายต้องสูญเสียเลือดไป ในขณะมีประจำเดือนด้วยเช่นกัน 

นอกเหนือจากการปฏิบัติตัวที่กล่าวมาแล้ว ยังควรคำนึงถึงสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ บางประการ ซึ่งจะช่วยให้เกิด
ความรู้สึกที่ดีขึ้นในระหว่างที่มีรอบเดือน นั่นคือ ควรพิถีพิถัน กับการทำความสะอาดร่างกายให้มากกว่าปกติ 
โดยเฉพาะบริเวณ "จุดซ่อนเร้น"ขณะเดียวกันก็ควรแต่งกายให้เหมาะสมกับสภาวะร่างกายในขณะที่มีประจำ
เดือน คือ ไม่ใส่เสื้อผ้าที่หลวมหรือคับจนเกินไป เลือกรับประทานอาหารให้ครบถ้วนทุกหมวดหมู่ งดดื่มน้ำ
เย็นจัด ๆ ไม่ปล่อยความคิดให้ฟุ้งซ่าน หรือหมกหมุ่นอยู่กับเรื่องเลวร้าย รวมไปถึงไม่ควรทุ่มตัวหักโหมกับ
งานจนเกินไป พยายามทำใจให้สบาย ทำอารมณ์ให้สดชื่น แจ่มใสอยู่ตลอดเวลา 

เพียงคุณปฏิบัติตัวให้พร้อมอยู่เสมอดังที่กล่าวมา ปัญหาการปวดรอบเดือน ก็ไม่ใช่เรื่องที่ทำให้คุณหงุดหงิด 
ว้าวุ่นใจอีกต่อไป 

ผศ.นพ.พันธ์ศักดิ์ ศุภระฤกษ์ 

 

 

เป็นเรื่องที่สลับซับซ้อนจนไม่รู้ว่าธรรมชาติคิดได้ยังไงถึงได้ออกแบบระบบสืบพันธุ์ของเราได้สุดยอดขนาดนี้
ในร่างกายของมนุษย์อวัยวะที่นับว่ามหัศจรรย์ที่สุดคือ สมอง สมองของมนุษย์เราก้อนไม่ใหญ่ไม่โตนี่แหละ 
ที่สรรค์สร้างโลกจนถึงทุกวันนี้ รองจากสมองแล้วก็ต้องยกให้มดลูกกับระบบสืบพันธ์ของเราสิครับ ถ้าไม่มี
มดลูกในโลกเราก็คงมีแค่อดัมกับอีฟ ดีที่พระเจ้าให้อีฟมีมดลูกติดตัวมาด้วย มนุษย์ถึงได้แตกลูกแตกหลาน ออก
มามากมายจนทุกวันนี้ 

มดลูกเป็นอวัยวะที่สำคัญ แต่จะบอกว่าสำคัญที่สุดก็ไม่ได้เพราะระบบสืบพันธ์ของเรา ต้องมีครบทุกส่วน
ประกอบถึงจะมีลูกได้เพียงแต่มดลูกเป็นส่วนที่ทำงานหนักที่สุดตอนตั้งครรภ์ก็ต้องทำหน้าที่อุ้มลูกเป็นลูกโป่ง
อยู่ข้างในแถมต้องเจ็บปวดทรมานตอนคลอดอยู่ส่วนเดียวอีกต่างหากถึงตอนที่ไม่ได้ตั้งครรภ์ก็ต้องทำหน้าที่ตาม
คำสั่งของรังไข่คือมีรอบเดือนออกมาจากมดลูกเป็นเลือดสดๆ ทุกๆ เดือน… น่าสงสารมดลูกจังนะครับ 

ดีนะครับที่ธรรมชาติสร้างให้ระบบสืบพันธุ์ของมนุษย์เราทำงานเป็นรอบในแต่ละรอบ ก็มีวันที่จะสามารถ
ปฏิสนธิได้แค่วันเดียวถ้าปฏิสนธิกันได้ทุกวันป่านนี้คงล้นโลกไปแล้วครับ ยิ่งคนเราไม่เหมือนสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม
ชนิดอื่นด้วยไม่ว่าหมูหมาวัวควายที่ไหนต่างก็มีการผสมพันธุ์เป็นเรื่องเป็นราว เฉพาะบางช่วงของปีเท่านั้น
คนเรานี่แน่กว่าสามารถผสมพันธุ์กันได้ทุกวัน ทุกเวลา ทุกสถานที่ เฮ้อ…คิดแล้วก็เหนื่อยแทน 

อย่างที่บอกไว้นะครับว่าระบบสืบพันธุ์ของคนเราทำงานเป็นรอบเป็นวงจร มดลุกของคนเราก็จะทำงานของมัน
ไป เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการปฏิสนธิทุกเดือน หากเดือนไหนไม่มีการปฏิสนธิเกิดขึ้นเยื่อบุมดลูกที่เตรียมไว้ 
สำหรับให้ตัวอ่อนฝังตัวก็จะหลุดออกมาพร้อมๆ กับมีเลือดออกมาด้วย กลายเป็นประจำเดือน นี่แหละครับตัว
การทำให้ต้องเปลืองผ้าอนามัยไปทุกเดือน 

คำนวณ "วันนั้น" ของเดือน 
เรื่องของรอบเดือนได้สร้างปัญหาให้กับผู้หญิงบ่อยเหมือนกันก็คนเราไม่ใช่เครื่องจักรนี่ครับ จะให้รอบเดือน
มาตรงกันเป๊ะๆ เหมือนกันหมดไม่ยืดไม่หดเอาเลยคงเป็นไปไม่ได้ ทั้งคนเราเกิดมาไม่ได้มีอะไรเหมือนกันหมด
ซะทุกอย่างดังนั้นรอบเดือนของผู้หญิงแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน จะไปเปรียบเทียบว่า ประจำเดือนเราไม่เหมือน
ของคนอื่นของคนอื่นไม่เหมือนของเราไม่ได้แน่ๆ ครับ 

ปกติแล้วผู้หญิงจะมีประจำเดือนทุก 24-32 วัน แต่โดยมากแล้วหรือประมาณ 1 ใน 6 ของผู้หญิงทั้งหมด 
ประจำเดือนจะมาทุก 28 วันทำให้รู้สึกว่ารอบเดือนมันร่นเร็วขึ้นเรื่อยๆคุณผู้หญิงทั้งหลายๆ คน มักบ่นให้ฟัง
เรื่องรอบเดือนมาไม่เคยตรงเลย ทำยังไงถึงจะมาตรงซะทีแต่พอนับไปรับมาปรากฏว่า รอบเดือนมาทุก 28 วัน
พอดีทุกรอบ 

ดังนั้นเราจะไปยึดถือเอาวันที่ของปฏิทินให้ตรงกันทุกเดือนเห็นจะไม่ได้ เพราะแต่ละเดือนมีวันไม่เท่ากันเลย 
บางเดือนมี 30 วัน บางเดือนมี 31 วัน แถมบางเดือนมีแค่ 28 วันเอง ผมเองยังงงๆ เหมือนกันว่าอีตาจูเลี่ยน 
คนที่สร้างปฏิทินขึ้นใช้เป็นคนแรก แล้วก็ใช้กันมาจนถึงทุกวันนี้ ทำไมไม่กำหนดให้แต่ละเดือนมี 30 วันเท่าๆ 
กันซะหมดเรื่องหมดราวหรือปฏิทินที่เราใช้กันอยู่ที่แท้อาจเป็นตารางรอบประจำเดือนของภรรยาของคุณ
จูเลี่ยนเองก็ได้ 

ปกติแล้ววงรอบของประจำเดือนเกิดขึ้นที่มดลูก โดยมีฮอร์โมนจากรังไข่มาควบคุมมดลูกอีกที แล้วรังไข่ก็ถูก
ควบคุมด้วยฮอร์โมนที่สร้างจากสมอง คุมกันไปคุมกันมาหลายขั้นตอนเลยนะครับ ดังนั้นหากมีอะไรไปรบกวน
ระบบการควบคุมของฮอร์โมนนี้เข้า ก็อาจทำให้รอบเดือนคลาดเคลื่อนไปได้ ที่พบบ่อยๆ ก็เช่น ความเครียด 
อดนอน พักผ่อนไม่พอ อ้วนขึ้นหรือผอมลง เจ็บป่วยไม่สบาย หรืออาจเกิดจากการรับประทานยาบางอย่างก็เป็น
เหตุทำให้รอบเดือนมาเร็วขึ้นหรือยืดออกไปได้ แต่ปกติแล้วหากไม่เร็วขึ้นเกินกว่า 7 วัน หรือไม่ยืดเลยออกไป
เกิน 7 วันถือว่ายังอยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้ครับ 

ส่วนจำนวนวันที่ประจำเดือนมาก็จะอยู่ที่ 3-7 วัน ถ้าเกิน 7 วัน ขึ้นไปถือว่าผิดปกติ แต่ผู้หญิงบางคนก็อาจ
มีประจำเดือนเพียงแค่วันเดียวหรือมาเยอะเต็มที่ 7 วันเลยก็ได้ ต่างคนต่างมีลักษณะเฉพาะของใครของมัน 
ไม่ใช่เห็นคนอื่นมีประจำเดือน 3 วัน ก็อยากจะให้ตัวเองมี 3 วันตาม อย่างนี้ไม่ได้แน่

วันไหนมามาก วันไหนมาน้อย 
ปริมาณเลือดประจำเดือนที่ออกมาไม่ค่อยเท่ากันในแต่ละคน บางคนออกมามาก บางคนออกมาน้อย แต่เฉลี่ย
แล้วจะเสียเลือดรวมทั้งหมดประมาณ 33 ซีซี. ก็ไม่รู้เหมือนกันนะครับว่า เขาวัดดวงกันยังไงและจะถือว่า
ประจำเดือนมามากผิดปกติก็ต่อเมื่อเสียเลือดมากกว่า 80 ซีซี. นี่เป็นแค่ตัวเลขอ้างอิงที่ทำเป็นเรื่องเป็นราวเท่า
นั้นนะครับเพราะในความเป็นจริงถ้าจะไปวัดไปตวงว่า รอบเดือนมานี้มากี่ซีซี.ก็คงจะลำบาก เอาเป็นว่าหาก
ประจำเดือนออกมา ในปริมาณปกติจะใช้ผ้าอนามัยขนาดมาตรฐานซับเต็มที่ 3-4 แผ่นต่อวัน แต่ถ้าเป็นแบบ
บางเฉียบ หรือเป็นคนที่เปลี่ยนผ้าอนามัยบ่อยก็คงต้องใช้มากขึ้นกว่านิดหน่อย 
หากประจำเดือนออกมามากกว่าปกติ โดยปกติแล้วผู้หญิงสาวๆ ยังไม่เคยมีลูกมดลูกยังใหม่ๆ อยู่ ประจำเดือน
มักมาไม่ค่อยมาก แต่พอมดลูกผ่านการใช้งานมาอย่างหนัก ผ่านการมีลูก มดลูกก็มักยืดขยายและแรงบีบรัดก็จะ
น้อยลง โดยเฉพาะในช่วงหลังคลอดใหม่ๆ จะรู้สึกว่าประจำเดือนออกมามากกว่าปกติ สักระยะหนึ่งก็จะน้อยลง
เอง แต่ไม่น้อยลงไปกว่าตอนที่ยังไม่มีลูกหรอกนะครับ 

การคุมกำเนิดหลังคลอดก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับปริมาณของประจำเดือนด้วย หากคุมกำเนิดโดยการกินยาคุมกำเนิด
ปริมาณของประจำเดือนจะน้อยลงกว่าเดิม เฉลี่ยแล้วลดลงประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าคุมกำเนิดโดยการใส่ห่วงคุมกำเนิด ประจำเดือนจะกลับมามากกว่าเดิมอีก 30 เปอร์เซ็นต์เหมือนกัน 

ปริมาณของประจำเดือนยังขึ้นกับรูปร่าง น้ำหนักของผู้หญิงคนนั้นด้วย ผู้หญิงผอมๆ มักมีประจำเดือนออก
มาน้อย ผู้หญิงอ้วนๆ มักมีประจำเดือนออกมามาก เนื่องจากถ้าอ้วนมากก็จะมีไขมันมาก แล้วเซลล์ไขมันก็
สามารถสร้างฮอร์โมนออกมาได้ คนอ้วนก็มีสิวมากกว่า หน้ามันมากกว่า มีขนขึ้นมากกว่า แถมหากอ้วนมาก
ก็มักมีผลทำให้ประจำเดือนมาไม่เป็นปกติอีกด้วย 

สีสด สีคล้ำ บอกอะไร? 
เรื่องสีของประจำเดือนก็เป็นเรื่องชวนปวดหัวทั้งๆ ที่สีของประจำเดือนนั้นไม่ได้มีอะไร เกี่ยวข้องกับสุขภาพ
ร่างกายเลยมีคุณผู้หญิงหลายๆ คนที่มาหาหมอสูติฯ ด้วยเรื่องประจำเดือนออกมาสีดำกว่าปกติ กลัวว่าจะเป็น
เลือดเสียมีปัญหาข้างในมดลูกหรือเปล่า หรือถ้าเลือดสีดำออกมาน้อยไปหน่อย ก็กลัวว่าเลือดเสียมันจะตกค้าง
อยู่ข้างในแต่ที่จริงแล้วเลือดประจำเดือนของเราไม่ใช่เลือดเสียนะครับ คนเราไม่ได้ขับของเสียออกมาทาง
ประจำเดือนมดลูกมีหน้าที่สืบพันธุ์เพียงอย่างเดียว ส่วนหน้าที่ขับถ่ายของเสียเป็นหน้าที่ของไตและตับ ออกมา
เป็นปัสสาวะ อุจจาระแต่ด้วยความบังเอิญว่า ช่องคลอดของเราดันไปอยู่ตรงกลางระหว่างท่อปัสสาวะกับทวาร
หนักพอมีประจำเดือนออกมาก็เลยเหมาเอาว่า เป็นการขับของเสียด้วยเหมือนกัน 

เลือดประจำเดือนเกิดจากการลอกตัวของเยื่อบุมดลูกเมื่อไม่ได้รับการปฏิสนธิ เลือดที่ออกมาก็มีคุณสมบัติ ไม่
ต่างไปจากเลือดปกติในร่างกายของเรา หากเลือดประจำเดือนออกมากก็มักไหลออกมาเร็วโดยไม่มีการติดค้าง 
เลือดจะเป็นสีแดง และจับตัวเป็นก้อนเลือดได้ง่าย แต่ถ้าเลือดซึมออกมาน้อยๆ เช่นตอนที่เริ่มมาใหม่ๆ หรือ
ตอนที่ใกล้จะหมด เลือดที่ออกมาน้อยๆ จะไหลซึมออกมาช้าๆ ติดค้างอยู่ในช่องคลอดอยู่นาน เมื่อติดค้าง
อยู่นานก็จะมีสีคล้ำขึ้นเป็นสีออกน้ำตาล ไม่ใช่เรื่องแปลกนะครับ ไม่เชื่อลองดูตอนที่เราโดนมีดบาดสิครับ 
จะแห้งเป็นสีแดงคล้ำๆ แล้ว ดังนั้นเลือดสีคล้ำก็คือ เลือดที่ออกมานานแล้ว ไม่ได้เป็นเลือดเสียแต่อย่างใด 

แบบนี้ ผิดปกตินะ! 
สำหรับประจำเดือนที่ผิดปกติก็มักเป็นประจำเดือนที่มามากผิดปกติเมื่อเทียบกับเดือนก่อนๆ หรือมานานกว่า 
7 วัน หรือมานานมากกว่าครั้งก่อนๆ หรือบางทีอาจมาสั้นลงหรือยืดยาวออกไปผิดปกติ หลักง่ายๆ ก็คือต้อง
เข้าใจ จดจำได้ว่าลักษณะเฉพาะของประจำเดือนของเราเป็นอย่างไร หากมีอะไรที่มันไม่เหมือนเดิมอย่าง
ชัดเจน ตรงนั้นแหละครับที่ควรไปพบไปปรึกษาคุณหมอ 

แล้วตอนไปหาคุณหมอก็ไม่ต้องรอจนเลือดหายหมดนะครับหากเลือดออกมามาก ออกนาน ออกกะปริบกะปรอย
ให้ไปหาหมอตอนที่ยังมีเลือดนี่แหละเพราะหมอต้องการจะดูว่าเลือดที่ว่า นั้นเป็นประจำเดือนจริงๆ หรือเปล่า 
มีความผิดปกติอย่างอื่นร่วมด้วยหรือเปล่า หากรอจนเลือดหมดแล้วค่อยไปตรวจ บางทีก็ตรวจไม่เจออะไรหรือ
รอไปรอมาเลือดหมดตัวจนซีดไปหมด คราวนี้แหละเรื่องมันก็จะยิ่งบานปลายไปใหญ่ 

คุณผู้หญิงส่วนมากไม่กล้าไปตรวจหากยังมีเลือดประจำเดือนออกมาอยู่ สงสัยจะเกรงใจหมอ หรืออาจกลัว
เลอเทอะเปรอะเปื้อน ที่จริงไม่ต้องกลัวหรือเกรงใจเลยนะครับ เกิดเป็นหมอสูติฯ แล้วก็ต้องนั่งรักษาเรื่องเกี่ยว
กับอย่างว่านี่แหละ ไม่ว่าเลือดออก ตกขาว มีกลิ่น คัน ก็ต้องเป็นหน้าที่หมอสูติฯอยู่แล้ว…ทำใจได้มานานแล้วครับ