BECOME A MEMBER
สมัคร ! สมาชิกชมรมรักสุขภาพ
ฟรี ข่าวสาระความรู้เรื่องสุขภาพ

top
กระเพาะปัสสาวะอักเสบ
    Cystitis
นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ     
      Vesicular stone

นิ่วในไต 
    Renal stone


ไต โรงงานขจัดขยะ
     ร่างกายที่มีประสิทธิภาพ
     ที่สุด

ภาวะไตวาย
     Renal failure


หน่วยไตอักเสบเฉียบพลัน
      Acute 
     Glomerulonephritis
กรวยไตอักเสบ 
    Pyolonephritis
โรคไตเนโฟรติก 
    Nephrotic Syndrome

 



Health Navigation






สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม
กรุณาแจ้งให้ทึมงานเพื่อ
จัดเตรียมหาสาระให้




Contact : 
info@thailabonline.com
ชมรมเรารักสุขภาพ 
ไทยแล็ปออนไลน์







ลักษณะทั่วไป
กระเพาะปัสสาวะอักเสบ ส่วนมากเกิดจากเชื้อแบคทีเรียชนิดเดียวกับที่อยู่ในลำไส้ของคน
เราโดยเข้าไปทางท่อปัสสาวะ โรคนี้พบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายหลายเท่า เนื่องจากท่อ
ปัสสาวะของผู้หญิงสั้น และอยู่ใกล้ทวารหนักซึ่งเป็นแหล่งที่มีเชื้อโรคมาก เชื้อโรคจึงเข้า
ทางท่อปัสสาวะของผู้หญิงได้ง่ายกว่าผู้ชาย
ผู้หญิงแทบทุกคนมีโอกาสเป็นโรคนี้ ตั้งแต่วัยเด็กจนถึงวัยสูงอายุ พบมากในผู้หญิงที่ตั้ง
ครรภ์(โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง 2-3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์) หรือผู้หญิงที่ชอบอั้น
ปัสสาวะนาน ๆอาจพบเป็นโรคแทรกของผู้ป่วยเบาหวาน นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ ต่อมลูก
หมากโต หรือพบภายหลังการสวนปัสสาวะ ผู้หญิงที่แต่งงานใหม่ หรือหลังร่วมเพศ อาจมี
อาการขัดเบาแบบ กระเพาะปัสสาวะอักเสบ แพทย์เรียกว่า โรค ฮันนีมูน (Honeymoon's 
cystitis) สาเหตุเกิดจากการฟกช้ำจากการร่วมเพศ แล้วทำให้มีอาการอักเสบของท่อปัสาวะ
ผู้ชายมีโอกาสเป็นโรคนี้น้อยมาก ถ้าพบมักมีความผิดปกติอย่างอื่นร่วมด้วย เช่น ต่อมลูก
หมากโตหรือมีก้อนเนื้องอกในกระเพาะปัสสาวะ หรือมีความผิดปกติทาง โครงสร้างของ
ทางเดินปัสสาวะ

อาการ
ปัสสาวะกะปริดกะปรอย (ออกทีละน้อยแต่บ่อยครั้ง) รู้สึกปวดขัด หรือแสบร้อนเวลาถ่าย
ปัสสาวะอาจมีอาการปวดที่ท้องน้อยร่วมด้วย ปัสสาวะอาจมีกลิ่นเหม็น สีมักจะใส แต่บางคน
อาจขุ่นหรือมีเลือดปนอาการอาจเกิดขึ้นหลังอั้นปัสสาวะนาน ๆ หรือหลังร่วมเพศ
ในเด็กเล็กอาจมีอาการปัสสาวะรดที่นอน อาจมีไข้ เบื่ออาหาร และอาเจียน

สิ่งตรวจพบ
มักตรวจไม่พบสิ่งผิดปกติชัดเจน บางคนอาจมีการกดเจ็บเล็กน้อยตรงกลางท้องน้อย

อาการแทรกซ้อน
ส่วนมากมักจะไม่มีภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง แต่บางคนอาจเป็น ๆ หาย ๆ เรื้อรัง ซึ่งถ้าไม่ได้
รับการรักษาเชื้อโรคอาจลุกลาม ทำให้กลายเป็นกรวยไตอักเสบ ได้

การรักษา
1. ขณะที่มีอาการ ให้ดื่มน้ำมากๆ ถ้าปวดมากให้ ยาแก้ปวด และให้ยาปฏิชีวนะเช่น 
โคไตรม็อกซาโซล 2 เม็ด วันละ 2 ครั้ง, อะม็อกซีซิลลิน  500 มก.ทุก 8 ชั่วโมง หรือนอร์
ฟล็อกซาซิน 400 มก. วันละ 2 ครั้ง  นาน 3 วัน
2. ถ้าไม่ดีขึ้นหรือเป็นซ้ำมากกว่า 2-3 ครั้ง หรือเป็นในผู้ชาย ควรส่งโรงพยาบาลเพื่อตรวจ
หาสาเหตุโดยการตรวจปัสสาวะ (พบเม็ดเลือดขาวจำนวนมาก) นำปัสสาวะไปเพาะหาเชื้อ 
เอกซเรย์ หรือใช้กล้องส่องตรวจระบบทางเดินปัสสาวะ (cystoscope) แล้วให้การรักษา
ตามสาเหตุที่พบ

ข้อแนะนำ
1. กระเพาะปัสสาวะอักเสบ พบเป็นสาเหตุอันดับแรก ๆ ของอาการขัดเบา แต่อย่างไรก็ตาม 
ยังมีโรคอีกหลายชนิดที่อาจมีอาการแสดงคล้ายโรคนี้ได้อีก ดังนั้นก่อนให้การรักษาโรคนี้ 
ควรซักถามประวัติอาการอย่างถี่ถ้วน ( ขัดเบา/ปัสสาวะบ่อย/ปัสสาวะมาก)
2. ในเด็กเล็กที่มีอาการปัสสาวะรดที่นอนบ่อย หรือมีไข้ และอาเจียนไม่ทราบสาเหตุ ควร
นึกถึงโรคนี้ไว้เสมอ การตรวจปัสสาวะจะช่วยวินิจฉัยโรคนี้ได้
3. ผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้ ควรดื่มน้ำมาก ๆ (ประมาณวันละ 3-4 ลิตร) เพื่อช่วยขับเชื้อโรคออก 
และช่วยลดอาการปวดแสบปวดร้อนเวลาปัสสาวะ
4. การป้องกัน ผู้ที่เคยเป็นโรคนี้ เมื่อรักษาหายแล้วควรป้องกันมิให้เป็นซ้ำโดย
4.1 พยายามดื่มน้ำมาก ๆ และอย่าอั้นปัสสาวะควรฝึกถ่ายปัสสาวะในห้องน้ำนอกบ้าน หรือ
ระหว่างเดินทางได้ทุกที่ การอั้นปัสสาวะทำให้เชื้อโรคอยู่ในกระเพาะปัสสาวะได้นานจน
สามารถเจริญแพร่พันธุ์ ประกอบกับในภาวะที่มีกระเพาะปัสสาวะยืดตัวความสามารถใน
การขจัดเชื้อโรคของเยื่อบุผิวกระเพาะปัสสาวะลดน้อยลง จึงทำให้เกิดอาการอักเสบของ
กระเพาะปัสสาวะได้
4.2 หลังถ่ายอุจจาระ ควรใช้กระดาษชำระเช็ดทำความสะอาดจากข้างหน้าไปข้างหลัง เพื่อ
ป้อง กันมิให้นำเชื้อโรคจากบริเวณทวารหนักเข้าสู่ท่อปัสสาวะ
4.3 สำหรับอาการขัดเบาหลังร่วมเพศ (โรคฮันนีมูน) อาจป้องกันได้โดยดื่มน้ำ 1 แก้วก่อน
ร่วมเพศควรใส่ครีมหล่อลื่นช่องคลอด และถ่ายปัสสาวะทันทีหลังร่วมเพศ

โดยเข้าไปทางท่อปัสสาวะ โรคนี้พบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายหลายเท่า เนื่องจากท่อปัสสาวะ
ของผู้หญิงสั้น และอยู่ใกล้ทวารหนักซึ่งเป็นแหล่งที่มีเชื้อโรคมาก เชื้อโรคจึงเข้าทางท่อ
ปัสสาวะของผู้หญิงได้ง่ายกว่าผู้ชาย
ผู้หญิงแทบทุกคนมีโอกาสเป็นโรคนี้ ตั้งแต่วัยเด็กจนถึงวัยสูงอายุ พบมากในผู้หญิงที่ตั้งครรภ์
(โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง 2-3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์) หรือผู้หญิงที่ชอบอั้นปัสสาวะ
นาน ๆอาจพบเป็นโรคแทรกของผู้ป่วยเบาหวาน นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ ต่อมลูกหมากโต 
หรือพบภายหลังการสวนปัสสาวะ ผู้หญิงที่แต่งงานใหม่ หรือหลังร่วมเพศ อาจมีอาการขัดเบา
แบบ กระเพาะปัสสาวะอักเสบ แพทย์เรียกว่า โรค ฮันนีมูน (Honeymoon's cystitis) 
สาเหตุเกิดจากการฟกช้ำจากการร่วมเพศ แล้วทำให้มีอาการอักเสบของท่อปัสาวะ
ผู้ชายมีโอกาสเป็นโรคนี้น้อยมาก ถ้าพบมักมีความผิดปกติอย่างอื่นร่วมด้วย เช่น ต่อมลูก
หมากโตหรือมีก้อนเนื้องอกในกระเพาะปัสสาวะ หรือมีความผิดปกติทาง โครงสร้างของ
ทางเดินปัสสาวะ

 

 

 

 

นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ   Vesicular stone

ลักษณะทั่วไป
นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ เป็นโรคที่พบได้บ่อยทางภาคอีสาน และภาคเหนือ พบได้ในคนทุกวัย
แต่จะพบมากในเด็กผู้ชายอายุต่ำกว่า 10 ปี ในหมู่ชาวชนบทที่ยากจน ทั้งนี้มีความเกี่ยวข้อง
กับวัฒนธรรมการบริโภคอาหารของประชาชนในท้องถิ่นเหล่านี้ (เช่นการป้อนข้าวเหนียว 
หรือข้าวย้ำแก่ทารกเล็ก ๆ โดยได้รับอาหารโปรตีนจำนวนน้อย) จากการศึกษาของศูนย์วิจัย 
คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี พบว่านิ่วในกระเพาะปัสสาวะที่พบในภาคอีสาน 
และภาคเหนือ มีสาเหตุจากการขาดสารฟอสเฟต ซึ่งมีมากในอาหารประเภทโปรตีน ร่วมกับ
การกินผักที่มีสารออกซาเลต (oxalate) สูง และดื่มน้ำน้อยทำให้มีการสะสมผลึกของสาร
แคลเซียมออกซาเลต ในกระเพาะปัสสาวะ จนกลายเป็นก้อนนิ่วในที่สุด นอกจากสาเหตุ
ดังกล่าวแล้ว ในคนทั่วไปยังอาจพบนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ ร่วมกับการอุดตันของท่อปัสสาวะ, 
ต่อมลูกหมากโต, กระเพาะปัสสาวะหย่อน (cystocele), กระเพาะปัสสาวะไม่ทำงาน เนื่อง
จากเป็นอัมพาต (neurogenic bladder) เป็นต้น
ก้อนนิ่วอาจมีขนาดแตกต่างกันไปตั้งแต่ขนาดเท่าเม็ดทราย จนถึงส้มโอ

อาการ
เนื่องจากก้อนนิ่วลงไปอุดกั้นท่อปัสสาวะ ทำให้ผู้ป่วยมีอาการขัดเบา ปัสสาวะกะปริดกะปรอย
ปวดเบ่งคล้ายว่ายังถ่ายไม่สุด ปัสสาวะสะดุดและออกเป็นหยด  บางรายอาจปัสสาวะออกเป็น
เลือดหรือสีน้ำล้างเนื้อ หรืออาจถ่ายเป็นก้อนนิ่ว หรือเม็ดกรวดทรายเล็ก ๆ หรือปัสสาวะขุ่นขาว
เหมือนมีผงแป้งปนถ้าก้อนนิ่วตกลงไปอุดตันท่อปัสสาวะ ผู้ป่วยจะมีอาการปวดท้องน้อยมาก 
ปัสสาวะไม่ออก และมีปัสสาวะคั่งอยู่ในกระเพาะปัสสาวะ

อาการแทรกซ้อน
มักทำให้มีอาการอักเสบของกระเพาะปัสสาวะซึ่งถ้าปล่อยไว้เรื้อรัง อาจกลายเป็นกรวยไต
อักเสบและไตวายได้

การรักษา
หากสงสัย ควรส่งโรงพยาบาล อาจต้องเอกซเรย์ ตรวจอัลตราซาวนด์ หรือใช้เครืองมือส่อง
ตรวจกระเพาะปัสสาวะหรือ ซิสโตสโคป (cystoscope)
การรักษา อาจใช้เครื่องมือคีบเอานิ่วออก (สำหรับนิ่วขนาดเล็ก) หรือผ่าตัด (สำหรับนิ่วก้อน
ใหญ่)เมื่อหายแล้ว ส่วนใหญ่มักจะไม่เป็นซ้ำใหม่

ข้อแนะนำ
อาการขัดเบา หรือถ่ายปัสสาวะเป็นเลือด นอกจากนิ่วแล้วยังอาจมีสาเหตุอื่น ๆ เช่น 
กระเพาะปัสสาวะอักเสบ ต่อมลูกหมากโต เนื้องอก หรือมะเร็งของกระเพาะปัสสาวะ เป็นต้น

การป้องกัน
ควรแนะนำให้ประชาชนในท้องถิ่นที่เป็นนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ รับประทานอาหารประเภท
โปรตีน(เช่น เนื้อสัตว์ นม ไข่ ถั่วต่าง ๆ ) ซึ่งมีปริมาณของสารฟอสเฟตสูง และลดการกิน
ผักที่มีสารออกซาเลต(เช่น ผักแพว ผักโขม ชะพลู ใบมันสำประหลัง หน่อไม้ ผักสะเม็ด 
ผักกะโดน เป็นต้น) เพื่อป้องกันมิให้เกิดนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ

 

 

 

 

 

นิ่วในไต เป็นโรคที่พบได้บ่อยในคนทุกเพศและทุกวัย แต่จะพบมากในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง 
และพบมากในช่วงอายุ 30-40 ปี ในบ้านเราพบมากทางภาคเหนือ และภาคอีสาน  นิ่วอาจมี
ขนาดต่าง ๆ กัน อาจมีเพียงก้อนเดียว หรือหลายก้อนก็ได้ ส่วนมากมักเป็นที่ไตเพียงข้าง
เดียว ที่เป็นทั้งสองข้าง  อาจพบได้บ้าง บางคนอาจเป็นซ้ำ ๆ หลายครั้งก็ได้

สาเหตุ
ก้อนนิ่วที่เกิดขึ้นในไต ประกอบด้วยหินปูน (แคลเซียม) กับสารเคมีอื่น ๆ เช่น ออกซาเลต, 
กรดยูริก,เป็นต้น การเกิดนิ่วจึงมีส่วนเกี่ยวข้องกับภาวะที่มีแคลเซียมในปัสสาวะมากผิดปกติ
ทั้งนี้อาจเป็นเพราะการกินอาหารที่มีแคลเซียมสูง การดื่มนมมาก ๆ หรือมีภาวะผิดปกติอื่นๆ 
(เช่น ต่อมพาราไทรอยด์ทำงานมากเกินไป ซึ่งทำให้มีแคลเซียมในเลือดสูง)

นอกจากนี้ นิ่วยังพบเป็นโรคแทรกซ้อนของผู้ป่วยโรคเกาต์  ซึ่งมีการขับกรดยูริกออกทาง
ปัสสาวะส่วนกลไกของการเกิดนิ่วนั้น ในปัจจุบันยังไม่ทราบแน่ชัด เชื่อว่าคงมีปัจจัยร่วม
กันหลายอย่างด้วยกัน เช่น การอยู่ในเขตร้อนที่ร่างกายสูญเสียเหงื่อง่าย แล้วดื่มน้ำน้อย 
ทำให้ปัสสาวะมีความเข้มข้นของแคลเซียม การติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ ความผิดปกติ
ทางโครงสร้างของไต เป็นต้น

คนที่ชอบกินอาหารที่มีสารออกซาเลตสูง หรือกินวิตามินซีขนาดสูง ๆ (ซึ่งจะกลายเป็นสาร
ออกซาเลต)ก็อาจมีโอกาสเป็นนิ่วได้มากกว่าคนปกติ

อาการ
ผู้ป่วยอาจมีอาการปวดเอวปวดหลังข้างใดข้างหนึ่ง ลักษณะปวดแบบเสียด ๆ หรือปวดบิด
เป็นพัก ๆ อาจมีอาการคลื่นไส้อาเจียน ปัสสาวะอาจมีลักษณะขุ่นแดง หรือมีเม็ดทราย ถ้า
ก้อนนิ่วมีขนาดเล็ก อาจตกลงมาที่ท่อไต ทำให้เกิดอาการปวดบิดในท้องรุนแรง บางคนอาจ
ไม่มีอาการแสดงเลยก็ได้

อาการแทรกซ้อน
อาจทำให้เกิดโรคติดเชื้อกลายเป็นกรวยไตอับเสบ  หรือมีความดันโลหิตสูง หรือไตวายได้

การรักษา
หากสงสัย ควรส่งโรงพยาบาลเพื่อทำการตรวจปัสสาวะ (พบมีเม็ดเลือดแดงจำนวนมาก) 
ตรวจเลือดเอกซเรย์ อัลตราซาวนด์ หรือตรวจพิเศษอื่น ๆ 
ถ้านิ่วก้อนเล็กอาจหลุดออกมาได้เอง แต่ถ้าก้อนใหญ่อาจต้องผ่าตัดเอาออก หรือใช้วิธี
สลายนิ่วด้วยคลื่น(extracorporeal shock wave lithotripsy/ESWL)
ถ้ามีอาการปวดให้ยาแก้ปวด  หรือแอนติสปาสโมดิก ถ้ามีการติดเชื้อ ให้ยาปฏิชีวนะ เช่น 
อะม็อกซีซิลลิน , โคไตรม็อกซาโซล หรือนอร์ฟล็อกซาซิน  เช่นเดียวกับการรักษากรวยไต
อักเสบเฉียบพลัน 
ในรายที่มีสาเหตุชัดเจน ควรจะให้การรักษาตามสาเหตุที่พบ เช่น ให้ยารักษาโรคเกาต์
ในรายที่เป็นโรคเกาต์ เป็นต้น

ข้อแนะนำ
1. โรคนี้แม้จะไม่มีอาการแสดง ก็ควรจะรักษาอย่างจริงจัง ถ้าจำเป็น อาจต้องผ่าตัดเอา
ออก หรือใช้วิธีสลายนิ่วด้วยคลื่น หากปล่อยทิ้งไว้อาจเกิดโรคแทรกซ้อนเป็นอันตรายได้ 
2. ผู้ป่วยควรดื่มน้ำมาก ๆ และลดอาหารที่มีกรดยูริก แคลเซียม หรือสารออกซาเลตสูง

รายละเอียด
ถ้าเป็นนิ่วก้อนใหญ่ ควรรักษาด้วยการใช้เครื่องสลายนิ่ว หรือการผ่าตัด



 

 


 






We subscribe to the
HONcode principle
of the Health on the
Net Foundation

 
About Us | Add URL I Privacy Policy | Member Register | Health Shop | Contact Us | Health Board | Advertising
Disease / Condition | Head Line News | Healthcare | Diagnostic | Alternative Medicine |
Health Game Zone


1999-2000 Thailabonline.com. All rights reserved. 
By using this information service,    you accept the terms of our Visitor Agreement. Please read it. 
The material on Thailabonline.com and iHealthsite.net are for informational purposes only and is not 
a substitute for medical advice or treatment for any medical conditions.   You should promptly seek 
professional medical care if you have any concern about your health, and you should always consult 
your physician before starting a fitness regimen.
”Thailabonline.com” and “ihealthsite.net” are trademarks of Crystal Diagnostics Co.,Ltd.