BECOME A MEMBER
สมัคร ! สมาชิกชมรมรักสุขภาพ
ฟรี ข่าวสาระความรู้เรื่องสุขภาพ

top
หน่วยไตอักเสบเฉียบพลัน
     Acute 
     Glomerulonephritis
กรวยไตอักเสบ 
     Pyolonephritis
โรคไตเนโฟรติก 
    Nephrotic Syndrome


ไต โรงงานขจัดขยะร่างกาย
     ที่มีประสิทธิภาพที่สุด

ภาวะไตวาย
     Renal failure




กระเพาะปัสสาวะอักเสบ
     Cystitis
นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ     
     Vesicular stone

นิ่วในไต 
    Renal stone

 




Health Navigation






สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม
กรุณาแจ้งให้ทึมงานเพื่อ
จัดเตรียมหาสาระให้



Contact : 
info@thailabonline.com
ชมรมเรารักสุขภาพ 
ไทยแล็ปออนไลน์




ลักษณะทั่วไป
หน่วยไต (glomerulus) เป็นหน่วยเล็ก ๆ ที่กระจายอยู่ในเนื้อไต ทำหน้าที่กรองของเสียและน้ำออก
มาเป็นปัสสาวะ เมื่อมีการอักเสบเกิดขึ้นที่หน่วยไต ทำให้ร่างกายขับปัสสาวะออกได้น้อย มีของเสีย
คั่งอยู่ในเลือดมากกว่าปกติ รวมทั้งมีเม็ดเลือดแดง และสารไข่ขาวรั่วออกมาในปัสสาวะ ทำให้เกิด
อาการบวม และปัสสาวะออกมาเป็นสีแดง

สาเหตุ
โรคนี้มักเกิดตามหลังการติดเชื้อแบคทีเรียที่มีชื่อว่า บีตา-สเตรปโตค็อกคัส กลุ่มเอ
(Beta-streptococcus group A) เช่น ต่อมทอนซิลอักเสบ ผิวหนังอักเสบ ไฟลามทุ่ง พุพองตาม
ผิวหนังประมาณ 1-4 สัปดาห์ (เฉลี่ย 10-14 วัน) โดยทำให้เกิดปฏิกิริยาขึ้นที่หน่วยไต ทำให้หน่วยไต
เกิดการอักเสบไปทั่ว นอกจากนี้ยังอาจเกิดร่วมกับโรคเอสเอลอี , ซิฟิลิส , การแพ้สารเคมี (เช่น 
ตะกั่ว) เป็นต้น

อาการ
ผู้ป่วยจะสังเกตเห็นปัสสาวะออกมาเป็นสีแดงเหมือนน้ำล้างเนื้อ หรือน้ำหมาก และจำนวนปัสสาวะ
มักออกน้อยกว่าปกติ อาจพบอาการบวมที่หน้า หนังตา เท้า และท้อง มักมีอาการปวดศีรษะ   มีไข้
อ่อนเพลีย เบื่ออาหารคลื่นไส้ อาเจียน ถ้าเป็นรุนแรง อาจมีอาการหอบเหนื่อย หรือชัก

สิ่งตรวจพบ
ไข้ หน้าบวม หนังตาบวม เท้าบวมกดบุ๋ม อาจมีอาการท้องบวม ปัสสาวะขุ่นแดง และตรวจพบสาร
ไข่ขาว (albumin)
ขนาด 1+ ถึง 3+ อาจมีความดันโลหิตสูงร่วมด้วย

อาการแทรกซ้อน
อาจมีความดันโลหิตสูงมาก ๆ จนเกิดอาการทางสมอง เช่น ชัก ไม่ค่อยรู้สึกตัวบางรายอาจพบ
ภาวะปอดบวมน้ำ (pulmonary edema) ใช้เครื่องฟังปอดมีเสียงกรอบแกรบ (crepitation)
มีอาการหอบเหนื่อยและเกิดภาวะหัวใจวาย   อาจทำให้เกิดภาวะไตวาย   ซึ่งร้ายแรงถึงตายได้

การรักษา
1.หากสงสัย ควรส่งโรงพยาบาล เพื่อตรวจปัสสาวะซึ่งจะพบเม็ดเลือดแดงเกาะกันเป็นแพ
(red blood cell cast) และพบเม็ดเลือดขาวอยู่กันเดี่ยวหรือเกาะกันเป็นแพ และตรวจเลือด
อาจพบความผิดปกติต่าง ๆ เช่น สารบียูเอ็น (BUN) และครีอะตินีน (creatinine) สูง ซึ่งแสดง
ว่าไตขับของเสียไม่ได้เต็มที่ควรให้การรักษา โดยให้นอนพักผ่อน งดอาหารเค็ม ให้ยาปฎิชีวนะ
ได้แก่ เพนวี   หรือ อีริโทรไมซิน ,ให้ยาขับปัสสาวะ (เช่น ลาซิกซ์) และยาลดความดัน
2. ถ้ามีอาการชักหรือหอบ ให้ฉีดไดอะซีแพม และลาซิกซ์ 1/2-1 หลอด เข้าหลอดเลือดดำ แล้ว
ส่งโรงพยาบาลทันที

ข้อแนะนำ
โรคนี้ส่วนใหญ่ (ประมาณ 95%) จะหายได้ อาการทั่วไปจะดีขึ้นภายใน 2-3 สัปดาห์ แต่ควรตรวจ
ปัสสาวะ
ตรวจปัสสาวะบ่อย ๆ ต่อไปอีกหลายเดือน ประมาณ 2% อาจกลายเป็นเรื้อรัง และ 2% 
อาจตายระหว่างที่มีอาการ ดังนั้นจึงควรแนะนำให้ผู้ป่วยรักษากับแพทย์อย่างจริงจัง

การป้องกัน
เมื่อเป็นต่อมทอนซิลอักเสบ หรือแผลพุพอง ควรกินยาปฏิชีวนะอย่างน้อย 10 วัน เพื่อป้องกันมิให้
เกิดโรคหน่วยไตอักเสบแทรกซ้อน

รายละเอียด

เป็นหน่วยไตอักเสบ ควรให้แพทย์ตรวจปัสสาวะบ่อย ๆ

 

กรวยไตอักเสบ หมายถึง การติดเชื้อแบคทีเรียที่เกิดขึ้นในบริเวณกรวยไต แบ่งเป็น ชนิดเฉียบพลัน
 ซึ่งมีอาการแสดงชัดเจน กับชนิดเรื้อรัง ซึ่งไม่มีอาการแสดงชัดเจนพบมากในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย
อาจเป็นโรคแทรกซ้อนของกระเพาะปัสสาวะอักเสบ, นิ่วในทางเดินปัสสาวะ

กรวยไตอักเสบเฉียบพลัน
กรวยไตอักเสบเฉียบพลัน เป็นโรคที่พบได้ค่อนข้างบ่อย เกิดจากการติดเชื้ออักเสบเฉียบพลันใน
บริเวณกรวยไต ส่วนมากเชื้อโรคมักจะแพร่กระจายมาจากบริเวณผิวหนังรอบ ๆ ท่อปัสสาวะ เข้า
มาในท่อปัสสาวะ กระเพาะปัสสาวะ และผ่านท่อไตขึ้นมาที่ไต การอุดกั้นของทางเดินปัสสาวะมัก
เป็นปัจจัยเสริม ให้เกิดการติดเชื้อได้ง่ายขึ้น เช่น นิ่วในทางเดินปัสสาวะ ต่อมลูกหมากโต กระเพาะ
ปัสสาวะไม่ทำงานในผู้ป่วยอัมพาต การตั้งครรภ์หรือมีก้อนในช่องท้อง เป็นต้น

เชื้อที่พบได้บ่อย เป็นเชื้อแบคทีเรียกลุ่มแกรมลบ ได้แก่ อีโคไล (Escherichia coli), เคลบซิลลา
(Klebsiella), สูโดโมแนส (Pseudomonas) นอกจากนี้ ในบางรายเชื้อโรคอาจแพร่กระจายจาก
ส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย โดยทางกระแสเลือดก็ได้
โรคนี้พบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายประมาณ 4 เท่า มักพบในผู้หญิงในวัยเด็กหรือขณะตั้งครรภ์,
ในคนที่เป็นนิ่วในทางเดินปัสสาวะ, ต่อมลูกหมากโต, เนื้องอก หรือมะเร็งของกระเพาะปัสสาวะ,
กระเพาะปัสสาวะอักเสบ หรือผู้ป่วยที่เคยสวนปัสสาวะมาก่อน (เช่น ผู้ป่วยหนักที่นอนพักรักษาอยู่
ในโรงพยาบาล) ผู้ป่วยที่เป็นเบาหวาน  หรือกินสเตอร์รอยด์  นาน ๆ ก็อาจมีโอกาสเป็นโรคนี้ได้
ง่ายขึ้น

กรวยไตเสบอักเสบเรื้อรัง
กรวยไตอักเสบเรื้อรัง มีสาเหตุจากการติดเชื้อแบคทีเรียในบริเวณกรวยไต เนื่องจากมีการอุดกั้น
หรือมีความผิดปกติของทางเดินปัสสาวะ แต่ผู้ป่วยจะไม่มีอาการแสดงแต่อย่างไร นอกจากการ
ตรวจพบเชื้อแบคทีเรียในปัสสาวะ (bacteriurea) โดยบังเอิญ    หรือบางครั้งบางคราวอาจมี
อาการของกรวยไตอักเสบกำเริบเฉียบพลัน หรือมีอาการของกระเพาะปัสสาวะอักเสบ ผู้ป่วยมัก
จะมีการอักเสบของกรวยไตนานเป็นแรมปี จนในที่สุด เซลล์ของไตถูกทำลาย ไตฝ่อ และเกิด
ภาวะไตวายเรื้อรัง  มีอาการซีด อ่อนเพลีย ความดันโลหิตสูง

อาการ
กรวยไตอักเสบเฉียบพลัน
ผู้ป่วยส่วนมากจะมีอาการปวดที่บริเวณสีข้างขึ้นอย่างเฉียบพลัน โดยจะปวดมากที่ข้างใดข้างหนึ่ง
และอาจปวดร้าวลงมาที่บริเวณขาหนีบ พร้อมกับมีไข้สูง หนาวสั่นมากเป็นพัก ๆ (อาจต้องห่มผ้า
หลายผืนคล้ายไข้มาลาเรีย แต่จะจับไข้ไม่เป็นเวลาแน่นอน) ผู้ป่วยอาจมีอาการปวดท้อง คลื่นไส้ 
อาเจียน บางรายอาจมีอาการขัดเบาร่วมด้วยปัสสาวะมักมีลักษณะขุ่น บางครั้งอาจข้นเป็นหนอง

สิ่งตรวจพบ
กรวยไตอักเสบเฉียบพลัน ไข้สูง 39-40 ํซ ถ้าใช้กำปั้นทุบเบา ๆ ที่สีข้างตรงที่ปวด ผู้ป่วยจะรู้สึก
เจ็บจนสะดุ้งหน้าท้องอาจมีอาการกดเจ็บ หรือท้องเกร็งแข็งเล็กน้อยปัสสาวะมีลักษณะขุ่น

อาการแทรกซ้อน
กรวยไตอักเสบเฉียบพลันถ้าไม่ได้รับการรักษา เชื้ออาจลุกลามเข้ากระแสเลือด กลายเป็นภาวะ
โลหิตเป็นพิษ ซึ่งอาจเป็นอันตรายร้ายแรงได้ในบางรายอาจกลายเป็นโรคกรวยไตอักเสบเรื้อรัง
 และภาวะไตวาย

การรักษา
กรวยไตอักเสบเฉียบพลัน
1. หากสงสัย ควรส่งตรวจปัสสาวะเพิ่มเติม จะพบเม็ดเลือดขาวอยู่กันเดี่ยว ๆ และเกาะกันเป็นแพ 
(white blood cells cast) ถ้าอาการไม่รุนแรง อาจให้การรักษาด้วยยาลดไข้  และยาปฏิชีวนะ 
เช่น อะม็อกซีซิลลิน  500 มก. ทุก 8 ชั่วโมง หรือ โคไตรม็อกซาโซล  2 เม็ด วันละ 2 ครั้ง   หรือ
นอร์ฟล็อกซาซิน  400 มก. วันละ 2 ครั้ง นาน 14 วัน  ถ้ากินยาไม่ได้ ให้ฉีดเจนตาไมซิน ครั้งละ
1.7 มก.ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ทุก 8 ชั่วโมง
2. ถ้าให้การรักษา 3 วันแล้วยังไม่ดีขึ้น หรือมีอาการรุนแรง หรือมีภาวะแทรกซ้อน เช่น ช็อก ความ
ดันโลหิตสูง ปัสสาวะออกน้อย ซีด เหลือง หรือสงสัยโลหิตเป็นพิษ  ควรส่งโรงพยาบาล การเพาะเชื้อ
จากปัสสาวะ จะพบเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุนอกจากนี้ อาจต้องเอกซเรย์ ตรวจเลือด หรือตรวจ
พิเศษอื่นๆกรวยไตอักเสบ หมายถึง การติดเชื้อแบคทีเรียที่เกิดขึ้นในบริเวณกรวยไต    แบ่งเป็น 
ชนิดเฉียบพลัน ซึ่งมีอาการแสดงชัดเจน กับชนิดเรื้อรัง    ซึ่งไม่มีอาการแสดงชัดเจนพบมากใน
ผู้หญิงมากกว่าผู้ชายอาจเป็นโรคแทรกซ้อนของกระเพาะปัสสาวะอักเสบ, นิ่วในทางเดินปัสสาวะ

กรวยไตอักเสบเฉียบพลัน
กรวยไตอักเสบเฉียบพลัน เป็นโรคที่พบได้ค่อนข้างบ่อย เกิดจากการติดเชื้ออักเสบเฉียบพลันใน
บริเวณกรวยไต ส่วนมากเชื้อโรคมักจะแพร่กระจายมาจากบริเวณผิวหนังรอบ ๆ ท่อปัสสาวะ เข้า
มาในท่อปัสสาวะ กระเพาะปัสสาวะ   และผ่านท่อไตขึ้นมาที่ไต การอุดกั้นของทางเดินปัสสาวะ
มักเป็นปัจจัยเสริม ให้เกิดการติดเชื้อได้ง่ายขึ้น  เช่น   นิ่วในทางเดินปัสสาวะ ต่อมลูกหมากโต 
กระเพาะปัสสาวะไม่ทำงานในผู้ป่วยอัมพาต การตั้งครรภ์หรือมีก้อนในช่องท้อง เป็นต้น

เชื้อที่พบได้บ่อย เป็นเชื้อแบคทีเรียกลุ่มแกรมลบ ได้แก่ อีโคไล (Escherichia coli), เคลบซิลลา
(Klebsiella), สูโดโมแนส (Pseudomonas) นอกจากนี้ ในบางรายเชื้อโรคอาจแพร่กระจายจาก
ส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย โดยทางกระแสเลือดก็ได้
โรคนี้พบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายประมาณ 4 เท่า มักพบในผู้หญิงในวัยเด็กหรือขณะตั้งครรภ์,
ในคนที่เป็นนิ่วในทางเดินปัสสาวะ, ต่อมลูกหมากโต, เนื้องอก หรือมะเร็งของกระเพาะปัสสาวะ,
กระเพาะปัสสาวะอักเสบ หรือผู้ป่วยที่เคยสวนปัสสาวะมาก่อน (เช่น ผู้ป่วยหนักที่นอนพักรักษา
อยู่ในโรงพยาบาล) ผู้ป่วยที่เป็นเบาหวาน  หรือกินสเตอร์รอยด์  นาน ๆ ก็อาจมีโอกาสเป็นโรคนี้
ได้ง่ายขึ้น

กรวยไตเสบอักเสบเรื้อรัง
กรวยไตอักเสบเรื้อรัง มีสาเหตุจากการติดเชื้อแบคทีเรียในบริเวณกรวยไต เนื่องจากมีการอุดกั้น
หรือมีความผิดปกติของทางเดินปัสสาวะ แต่ผู้ป่วยจะไม่มีอาการแสดงแต่อย่างไร นอกจากการ
ตรวจพบเชื้อแบคทีเรียในปัสสาวะ (bacteriurea) โดยบังเอิญ หรือบางครั้งบางคราวอาจมีอาการ
ของกรวยไตอักเสบกำเริบเฉียบพลัน หรือมีอาการของกระเพาะปัสสาวะอักเสบ ผู้ป่วยมักจะมีการ
อักเสบของกรวยไตนานเป็นแรมปี จนในที่สุด เซลล์ของไตถูกทำลาย ไตฝ่อ และเกิดภาวะไตวาย
เรื้อรัง มีอาการซีด อ่อนเพลีย ความดันโลหิตสูง

อาการ
กรวยไตอักเสบเฉียบพลัน
ผู้ป่วยส่วนมากจะมีอาการปวดที่บริเวณสีข้างขึ้นอย่างเฉียบพลัน โดยจะปวดมากที่ข้างใดข้างหนึ่ง
และอาจปวดร้าวลงมาที่บริเวณขาหนีบ พร้อมกับมีไข้สูง หนาวสั่นมากเป็นพัก ๆ (อาจต้องห่มผ้า
หลายผืนคล้ายไข้มาลาเรีย แต่จะจับไข้ไม่เป็นเวลาแน่นอน) ผู้ป่วยอาจมีอาการปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน บางรายอาจมีอาการขัดเบาร่วมด้วยปัสสาวะมักมีลักษณะขุ่น บางครั้งอาจข้นเป็นหนอง

สิ่งตรวจพบ
กรวยไตอักเสบเฉียบพลัน ไข้สูง 39-40 ํซ ถ้าใช้กำปั้นทุบเบา ๆ ที่สีข้างตรงที่ปวด ผู้ป่วยจะรู้สึกเจ็บ
จนสะดุ้งหน้าท้องอาจมีอาการกดเจ็บ หรือท้องเกร็งแข็งเล็กน้อยปัสสาวะมีลักษณะขุ่น

อาการแทรกซ้อน
กรวยไตอักเสบเฉียบพลันถ้าไม่ได้รับการรักษา เชื้ออาจลุกลามเข้ากระแสเลือด กลายเป็นภาวะ
โลหิตเป็นพิษ ซึ่งอาจเป็นอันตรายร้ายแรงได้ในบางรายอาจกลายเป็นโรคกรวยไตอักเสบเรื้อรัง
 และภาวะไตวาย

การรักษา
กรวยไตอักเสบเฉียบพลัน
1. หากสงสัย ควรส่งตรวจปัสสาวะเพิ่มเติม จะพบเม็ดเลือดขาวอยู่กันเดี่ยว ๆ และเกาะกันเป็นแพ 
(white blood cells cast) ถ้าอาการไม่รุนแรง อาจให้การรักษาด้วยยาลดไข้  และยาปฏิชีวนะ 
เช่น อะม็อกซีซิลลิน  500 มก. ทุก 8 ชั่วโมง หรือ โคไตรม็อกซาโซล  2 เม็ด วันละ 2 ครั้ง   หรือ
นอร์ฟล็อกซาซิน  400 มก. วันละ 2 ครั้ง นาน 14 วัน  ถ้ากินยาไม่ได้ ให้ฉีดเจนตาไมซิน ครั้งละ
1.7 มก.ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ทุก 8 ชั่วโมง
2. ถ้าให้การรักษา 3 วันแล้วยังไม่ดีขึ้น หรือมีอาการรุนแรง หรือมีภาวะแทรกซ้อน เช่น ช็อก ความ
ดันโลหิตสูง ปัสสาวะออกน้อย ซีด เหลือง หรือสงสัยโลหิตเป็นพิษ  ควรส่งโรงพยาบาล การเพาะเชื้อ
จากปัสสาวะ จะพบเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุนอกจากนี้ อาจต้องเอกซเรย์ ตรวจเลือด หรือตรวจ
พิเศษอื่นๆ เพื่อค้นหาความผิดปกติที่เป็นปัจจัยเสริมให้มีการติดเชื้อ
การรักษา ควรให้ยาปฏิชิวนะตามชนิดของเชื้อที่ตรวจพบ และถ้าพบความผิดปกติอื่น ๆ ก็อาจ
ให้การแก้ไขร่วมไปด้วยโดยทั่วไป มักจะรักษาให้หายขาดได้ ผู้ป่วยเมื่อรักษาจนอาการหายดีแล้ว ควรทำการตรวจปัสสาวะให้แน่ใจว่าไม่มีอาการอักเสบเรื้อรัง มิเช่นนั้นอาจกลายเป็นกรวยไต
อักเสบเรื้อรังซึ่งเป็นอันตรายในระยะยาวได้


กรวยไตอักเสบเรื้อรัง
หากสงสัย ควรส่งโรงพยาบาล เพื่อทำการตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ เอกซเรย์ และตรวจพิเศษ
อื่น ๆ เพื่อค้นหาความผิดปกติของทางเดินปัสสาวะ (เช่น นิ่ว การตีบตันของทางเดินปัสสาวะ) 
ถ้าพบอาจต้องผ่าตัดแก้ไข หรืออาจต้องให้ยาปฏิชีวนะ และติดตามดูอาการของผู้ป่วยติดต่อ
กันเป็นเวลานานด้วยการตรวจปัสสาวะและตรวจเลือดเป็นระยะ ๆ ดูว่ามีภาวะไตวายแทรกซ้อน
หรือไม่

ข้อแนะนำ
กรวยไตอักเสบเฉียบพลัน
1. ผู้ป่วยที่เป็นกรวยไตอักเสบเฉียบพลัน มักมีไข้สูงหนาวสั่น คล้ายไข้มาลาเรีย  
    แต่จะมีอาการปวดและเคาะเจ็บที่สีข้าง และปัสสาวะขุ่น ดังนั้น เมื่อพบคนที่มีอาการไข้
     หนาวสั่นมาก ควรนึกถึงโรคนี้ไว้เสมอ
2. ผู้ป่วยที่เป็นนิ่วในทางเดินปัสสาวะ กระเพาะปัสสาวะอักเสบ ต่อมลูกหมากโต  ควรหาทาง
    รักษาให้หายขาด มิฉะนั้นอาจมีกรวยไตอักเสบแทรกซ้อนได้

รายละเอียด
ถ้าเป็นกรวยไตอักเสบเรื้อรัง ควรติดต่อรักษากับแพทย์ อย่าได้ขาด 

 

 

 

 

 

โรคไตเนโฟรติก เป็นโรคที่พบได้ไม่บ่อยนัก พบได้ในคนทุกวัย แต่พบมากในเด็กอายุ 1 1/2-5 ปี
มักเป็นเรื้อรัง และมีโอกาสเป็น ๆ หาย ๆ บ่อย ถือเป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยของโรคไตเรื้อรังชนิด
หนึ่งบางครั้งแพทย์อาจเรียกโรคนี้ว่า "โรคไตเรื้อรัง"

สาเหตุ
อาการเกิดเนื่องจากร่างกายมีการสูญเสียโปรตีนออกไปทางปัสสาวะ เพราะมีความผิดปกติของ
หน่วยไต
โรคไตเนโฟรติก เป็นโรคที่พบได้ไม่บ่อยนัก พบได้ในคนทุกวัย แต่พบมากในเด็กอายุ 
1 1/2-5 ปี มักเป็นเรื้อรัง และมีโอกาสเป็น ๆ หาย ๆ บ่อย ถือเป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยของโรคไต
เรื้อรังชนิดหนึ่งบางครั้งแพทย์อาจเรียกโรคนี้ว่า "โรคไตเรื้อรัง"

สาเหตุ
อาการเกิดเนื่องจากร่างกายมีการสูญเสียโปรตีนออกไปทางปัสสาวะ เพราะมีความผิดปกติของ
หน่วยไต (glomerulus) ซึ่งเป็นหน่วยเล็กๆ ที่ทำหน้าที่กรองปัสสาวะทำให้มีระดับโปรตีนในเลือด
ต่ำจึงเกิดอาการบวมทั้งตัว ผู้ป่วยส่วนมาก จะไม่ทราบสาเหตุของความผิดปกติอย่างแน่ชัด บาง
คนมีประวัติเป็นโรคหน่วยไตอักเสบ  มาก่อน หรือพบเกิดร่วมกับเบาหวาน , โรคเอสเอลอี , โรค
ปวดข้อรูมาตอยด์, ซิฟิลิส มาลาเรีย, ตับอักเสบจากไวรัสบีหรือซี, การติดเชื้อเอชไอวี, มะเร็ง
เต้านม, มะเร็งต่อมน้ำเหลือง, มะเร็งเม็ดเลือดขาว, ผึ้งต่อย, แพ้สาร หรือยาบางชนิด (เช่น โพร
เบเนซิด, แคปโทพริล, ไรแฟมพิซิน, ยาต้านอักเสบที่ไม่ใช่สเตอรอยด์, การเสพเฮโรอีน)

อาการ
มีอาการบวมทั่วตัว ทั้งที่หน้า หนังตา ท้อง และเท้า 2 ข้าง ซึ่งมักจะค่อย ๆ เกิดเพิ่มขึ้นทีละน้อย 
(มีเพียงส่วนน้อยที่อาจเกิดขึ้นเฉียบพลัน) ผู้ป่วยอาจสังเกตเห็นหนังตาบวมชัดเจนเวลาตื่นนอน 
ปัสสาวะสีใสเหมือนปกติ แต่จะออกน้อยกว่าปกติผู้ป่วยอาจมีอาการอ่อนเพลีย เบื่ออาหาร แต่
ไม่มีไข้ นอนราบได้ และมักจะเดินเหินและทำงานได้

สิ่งตรวจพบ
หน้าบวม หนังตาบวม เท้าบวมกดบุ๋ม และอาจมีท้องบวม  ตรวจปัสสาวะพบสารไข่ขาว 
(albumin)  ขนาด 3+ ถึง 4+ ถ้าเป็นนาน ๆ อาจมีอาการซีดร่วมด้วย

อาการแทรกซ้อน
อาจเป็นโรคติดเชื้อได้ง่าย เนื่องจากมีภูมิต้านทานต่ำ เช่น เป็นฝีพุพองตามผิวหนัง ปอดอักเสบ
เยื่อบุช่องท้องอักเสบ กรวยไตอักเสบเรื้อรัง บางรายอาจมีภาวะไตวาย  ภาวะลิ่มเลือดอุดตันใน
หลอดเลือด (เช่น ที่เท้า, ในปอด, ในไต), ภาวะแคลเซียมในเลือดต่ำเนื่องจากขาดวิตามินดี 
หรือภาวะขาดอาหารแทรกซ้อน

การรักษา
หากสงสัย ควรแนะนำไปโรงพยาบาล เพื่อการวินิจฉัยให้แน่นอน โดยการตรวจเลือด และปัสสาวะ
ซึ่งจะพบว่า ระดับสารไข่ขาวหรือโปรตีนในเลือดต่ำ (hypoproteinemia) ระดับไขมันในเลือดสูง
(hyperlipemia) และมีสารไข่ขาวในปัสสาวะมาก การรักษา ควรให้สเตอรอยด์  เช่น เพร็ดนิโซ
โลน วันละ 16-24 เม็ด หรือขนาด วันละ 1-2 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมสำหรับเด็ก และ
ให้ยาลดกรดกินควบด้วย เพื่อป้องกันโรคกระเพาะ/แผลเพ็ปติก ควรนัดไปตรวจเเลือดและ
ปัสสาวะเป็นประจำ ถ้าพบว่าสารไข่ขาวในเลือดมีระดับสูงขึ้น และสารไข่ขาวในปัสสาวะลดน้อย
ลง   พร้อมกับอาการบวมลดลง (น้ำหนักตัวลดลง) ก็แสดงว่าอาการดีขึ้น ควรจะค่อย ๆ ลดยาลง
ทีละน้อย อาจให้กินยาอยู่นาน 2-3 เดือน
แต่ถ้าอาการไม่ดีขึ้น อาจให้ยาขับปัสสาวะ  เช่น ลาซิกซ์ วันละ 1-2 เม็ด เพิ่มอีกชนิดหนึ่ง ถ้า
ไม่ได้ผล อาจต้องเจาะไตเอาเนื้อไตไปตรวจ (renal biopsy) หาสาเหตุและชนิดของโรค และ
อาจให้ยากดอิมมูน (immunosuppressive) เช่น ไซโคลฟอสฟาไมด์ (Cyclophosphamide), 
ไซโคลสปอริน (Cyclospoin) ควรใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด ผลการรักษา ขึ้น
กับสาเหตุและชนิดของโรค
ถ้าผลการพิสูจน์ชิ้นเนื้อพบว่าเป็นชนิดเล็กน้อย (minimal lesion) ซึ่งเป็นชนิดที่พบมากในเด็ก 
ก็มักจะหายขาดได้ บางรายเมื่อหยุดยาหลังจากอาการดีขึ้น ก็อาจกำเริบได้ใหม่ในภายหลัง และ
อาจต้องกินยานาน 6 เดือน -1 ปี ซึ่งในที่สุดก็มักจะหายขาดได้ มีผู้ป่วยบางรายที่เป็นชนิดร้าย
แรง อาจรักษาไม่ได้ผล และเกิดภาวะไตวายแทรกซ้อน ถึงตายได้

ข้อแนะนำ
1. โรคนี้จะต้องรักษากันเป็นเวลานาน ครรติดต่อรักษากับแพทย์คนใดคนหนึ่งเป็นประจำ อย่า
เปลี่ยนหมอเปลี่ยนโรงพยาบาลเอง โดยทั่วไปถ้ามีปัญหาในการรักษา แพทย์ที่รักษาอยู่เดิม มัก
จะมีจดหมายส่งตัวผู้ป่วยไปรักษากับแพทย์ที่มีความชำนาญกว่า
2. ระหว่างการรักษา ควรพักผ่อนให้มาก ๆ งดอาหารเค็มเพื่อลดอาการบวม และกินอาหารพวก
โปรตีน(เนื้อ นม ไข่) ให้มาก ๆ

รายละเอียด
โรคไตเนโฟรติกอาจเป็นเรื้อรัง แต่มีทางรักษาได้

 


 






We subscribe to the
HONcode principle
of the Health on the
Net Foundation

 
About Us | Add URL I Privacy Policy | Member Register | Health Shop | Contact Us | Health Board | Advertising
Disease / Condition | Head Line News | Healthcare | Diagnostic | Alternative Medicine |
Health Game Zone


1999-2000 Thailabonline.com. All rights reserved. 
By using this information service,    you accept the terms of our Visitor Agreement. Please read it. 
The material on Thailabonline.com and iHealthsite.net are for informational purposes only and is not 
a substitute for medical advice or treatment for any medical conditions.   You should promptly seek 
professional medical care if you have any concern about your health, and you should always consult 
your physician before starting a fitness regimen.
”Thailabonline.com” and “ihealthsite.net” are trademarks of Crystal Diagnostics Co.,Ltd.