BECOME A MEMBER
สมัคร ! สมาชิกชมรมรักสุขภาพ
ฟรี ข่าวสาระความรู้เรื่องสุขภาพ

Google
Search WWW Search thailabonline.com

op

   โรคบิด
  Dysentery


บิดชิเกลา (บิดไม่มีตัว)
   Shigellosis

  

บิดอะมีบา (บิดมีตัว)
   Amoebiasis







Health Navigation






สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม
กรุณาแจ้งให้ทึมงานเพื่อ
จัดเตรียมหาสาระให้



Contact : 
info@thailabonline.com
ชมรมเรารักสุขภาพ 
ไทยแล็ปออนไลน์



  โรคบิด - Dysentery      

บิด หมายถึง อาการถ่ายเป็นมูกหรือมูกปนเลือดบ่อยครั้งร่วมกับอาการปวดเบ่งที่ทวารหนัก คล้ายถ่ายไม่สุด โดยทั่วไปแบ่งออกเป็น 2 ชนิด ได้แก่ บิดชิเกลลา (บิดไม่มีตัว) กับ บิดอะมีบา (บิดมีตัว)
บิดชิเกลลา  มักมีอาการเป็นไข้และถ่ายเป็นน้ำคล้ายอาหารเป็นพิษ นำมาก่อน และอาจทำให้มีภาวะขาดน้ำรุนแรง
ได้ บิดชนิดนี้ จึงเรียกว่า บิดนอนแบ็บ บิดชนิดนี้พบได้บ่อยกว่าบิดอะมีบามาก
ส่วนบิดอะมีบา  มักจะไม่มีไข้ และจะถ่ายกะปริดกะปรอยทีละน้อย ๆ ไม่มีภาวะขาดน้ำ และไม่อ่อนเพลียจึงเรียก
ว่า บิดเดินได้ แต่ถ้ารักษาไม่ดี อาจกลายเป็นบิดเรื้อรัง หรือเกิดฝีในตับแทรกซ้อนเป็นอันตรายได้  อาการถ่ายเป็น
มูกปนเลือด ยังอาจมีสาเหตุจากโรคอื่น ๆ 
ในเด็กเล็ก ถ้ามีอาการปวดท้องรุนแรงคล้ายกระเพาะลำไส้อุดตันร่วมด้วย ก็อาจมีสาเหตุจากโรคลำไส้กลืนกันเอง 

ในคนที่เป็นบิดเรื้อรัง นอกจากจะมีสาเหตุจากบิดอะมีบาแล้ว ยังอาจมีสาเหตุจากมะเร็งของลำไส้ใหญ่ หรือเป็น
หลังจากฝังแร่รักษามะเร็งปากมดลูกก็ได้ ถ้าสงสัยควรส่งปรึกษาแพทย์ทุกราย ขอให้ดูการวินิจฉัยแยกแยะ
สาเหตุของอาการถ่ายเป็นมูกเลือด

ในที่นี้ขอกล่าวถึงบิดชิเกลลา กับบิดอะมีบา




 

 

 

 

  บิดชิเกลา (บิดไม่มีตัว) - Shigellosis      

บิดชิเกลา (บิดไม่มีตัว) พบในคนทุกเพศทุกวัยพบเป็นสาเหตุอันดับแรก ๆ ของอาการถ่ายเป็นมูกหรือมูกปนเลือด 
(ดังนั้น เมื่อพบผู้ป่วยที่มีอาการเป็นบิด จึงมักนึกถึงโรคนี้มากกว่าโรคอื่น ๆ) ส่วนมากไม่มีอันตรายร้ายแรง 
ส่วนน้อยอาจเป็นรุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กเล็ก และคนสูงอายุ อาจทำให้เกิดภาวะขาดน้ำรุนแรงถึงตาย
ได้

สาเหตุ
เกิดจากการกินอาหารที่มี เชื้อบิดชิเกลลา (Shigella) ซี่งเป็นแบคทีเรีย แล้วเกิดอาการอักเสบ ของลำไส้
ระยะฟักตัว 1-7 วัน (พบบ่อย 24-48 ชั่วโมง)

อาการ
เริ่มแรกจะมีอาการปวดบิดในท้องก่อน ภายใน 1 ชั่วโมงต่อมาจะมีไข้ขึ้น และถ่ายเป็นน้ำ 
ถ้าถ่ายรุนแรงอาจทำให้อ่อนเพลีย เพราะเสียน้ำกับเกลือแร่ บางคนอาจเพียงถ่ายเหลว นอกจากนี้ยังมีอาการปวดศีรษะ 
ปวดเมื่อยตามตัว คลื่นไส้ อาเจียน ต่อมาอาการท้องเดินจะทุเลาลง แต่จะปวดเบ่งที่ก้นและถ่ายเป็นมูก (หนองสี
ขาว) หรือมีมูกปนเลือดบ่อยครั้ง กลิ่นไม่เหม็นมาก

ในเด็กอาจมีไข้สูง ซึม และชักได้
อาการไข้จะหายเองภายใน 2-3 วัน ส่วนอาการท้องเดินเป็นบิดจะหายเองภายใน 5-7 วัน (โดยไม่ได้กินยา) แต่
บางคนอาจกลับเป็นได้ใหม่อีก

สิ่งตรวจพบ
ไข้ 38.5-40 ํซ. อาจพบอาการขาดน้ำ หรือช็อก (เหงื่อออก ตัวเย็น ชีพจรเบาเร็ว ความดันต่ำ)ท้องอาจกดเจ็บเล็กน้อย
 แต่บางคนก็อาจตรวจไม่พบสิ่งผิดปกติ

อาการแทรกซ้อน
ที่พบได้บ่อย คือ ภาวะขาดน้ำ ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงตายได้ 
ที่พบได้น้อย เช่น ข้ออักเสบเฉียบพลัน
ส่วนลำไส้ทะลุและเยื่อบุช่องท้องอักเสบพบได้น้อยมาก

การรักษา
1. ให้ยาปฏิชีวนะ
ผู้ใหญ่ ให้โคไตรม็อกซาโซล วันละ 2 ครั้ง ๆ ละ 2 เม็ด เช้าและเย็น หรือ อะม็อกซีซิลลิน  ครั้งละ 500 มก. 
    ทุก 6 ชั่วโมง หรือเตตราไซคลีน 2 แคปซูลทุก 6 ชั่วโมง เป็นเวลา 5 วัน หรือนอร์ฟล็อกซาซิน  
    ครั้งละ 400 มก. วันละ 2 ครั้ง นาน 3 วัน
เด็กโต ให้แบบเดียวกับผู้ใหญ่ แต่ใช้ขนาดของยาเพียงครึ่งหนึ่งของผู้ใหญ่
เด็กเล็ก ให้โคไตรม็อกซาโซลชนิดน้ำเขื่อม หรือ อะม็อกซีซิลลินชนิดน้ำเชื่อม  นาน 5 วัน 
2. ให้การรักษาตามอาการ เช่น ถ้ามีไข้ให้ยาลดไข้ ถ้าอ่อนเพลียหรือมีภาวะขาดน้ำเล็กน้อย ให้ดื่มน้ำเกลือผสม
    เอง  หรือเตรียมจาก ผงน้ำตาลเกลือแร่ขององค์การเภสัชกรรม
    ในเด็กต่ำกว่า 5 ขวบ ถ้าเคยมีประวัติการชัก ควรให้ยากันชัก
ส่วนยาแก้ท้องเดินไม่จำเป็นต้องให้ ห้ามให้ยาลดการเคลื่อนไหวของลำไส้ เช่น โลเพอราไมด์, โลโมทิล, อะโทรพีน, 
ทิงเจอร์ฝิ่นการะบูน เป็นต้น เพราะอาจทำให้เชื้ออยู่ในลำไส้นานขึ้น ทำให้โรคหายช้า หรือลุกลามได้
3. ถ้ามีภาวะขาดน้ำรุนแรงหรือช็อก ให้น้ำเกลือทางหลอดเลือดดำ แล้วส่งโรงพยาบาลทันที โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
    ถ้าเป็นในเด็กเล็ก หรือคนแก่
4. ในรายที่อาการไม่รุนแรง แต่ให้ยาปฏิชีวนะเป็นเวลา 5 วันแล้วไม่ดีขึ้น อาจต้องตรวจพิเศษเพิ่มเติม เช่น นำ
    อุจจาระไปเพาะเชื้อ หรือใช้เครื่องส่องทวารหนัก หรือ "ซิกมอยโดสโคป" (Sigmoidoscope)  
    ส่องตรวจทวารหนัก ถ้าเป็นโรคนี้จริง ก็ให้การรักษาแบบเดียวกับที่กล่าวมาแล้ว

ข้อแนะนำ
1. โรคนี้อาจพบระบาดได้ เช่นเดียวกับอหิวาต์ โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อน ถ้าพบการระบาดควรดำเนินการ
    ป้องกัน และทำลายเชื้อเช่นเดียวกับอหิวาต์
2. แนะนำให้กินอาหารและดื่มน้ำที่สะอาด อย่ากินอาหาร หรือน้ำแข็งที่เตรียมไม่สะอาด หรือมีแมลงวันตอม 
    อย่าดื่มน้ำคลอง น้ำบ่อดิบ ๆ 
3. ในชนบทควรแนะนำให้ชาวบ้านสร้างส้วมที่ถูกสุขลักษณะใช้กันให้ทั่วถึง และอย่าถ่ายตามพื้นดินหรือ
    ถ่ายลงคลอง

 

 

 

 

 

  บิดอะมีบา (บิดมีตัว) - Amoebiasis      

 บิดอะมีบา (บิดมีตัว) พบได้ในคนทุกเพศทุกวัย แต่พบมากในคนอายุมากกว่า 20 ปีขึ้นไป

สาเหตุ
เกิดจากการกินอาหารหรือดื่มน้ำที่มีเชื้ออะมีบา (Ameba) ซึ่งเป็นสัตว์เซลล์เดียว หรือโปรโตชัว (Protozoa) 
เช่นเดียวกับเชื้อมาลาเรีย ทำให้เกิดอาการอักเสบของลำไส้ใหญ่ เชื้อที่ทำให้เกิดโรคบิดอะมีบา มีชื่อว่า เอนตามีบา 
ฮิสโตไลติคา (Entamoeba histolytica) ซึ่งสามารถมองเห็นได้ด้วยกล้องจุลทรรศน์ จึงเรียกว่า บิดมีตัว
ระยะฟักตัว 1 สัปดาห์ - 3 เดือน (พบบ่อย 8-10 วัน)

อาการ
เริ่มแรกถ่ายอุจจาระเหลว ๆ มีเนื้ออุจจาระปน ปวดท้อง และปวดเบ่งที่ก้น ไม่มีไข้ ต่อมาถ่ายเป็นมูกเลือดทีละน้อย 
ไม่มีเนื้ออุจจาระปน แต่มีกลิ่นเหม็นเหมือนหัวกุ้งเน่า ผู้ป่วยจะถ่ายกะปริดกะปรอยวันละหลายครั้ง บางคนอาจถึง 
20-50 ครั้ง แต่จะไม่อ่อนเพลีย เดินเหินไปไหนมาไหน และทำงานได้

สิ่งตรวจพบ
มักตรวจไม่พบอะไรมาก นอกจากอาจมีอาการกดเจ็บเล็กน้อย ตรงส่วนล่างของท้องด้านซ้าย

อาการแทรกซ้อน
ถ้าไม่ได้รับการรักษา หรือรักษาไม่ถูกต้อง อาจกลายเป็นโรคบิดเรื้อรัง อ่อนเพลีย ซูบผอม
อาจทำให้เป็นไส้ติ่งอักเสบจากเชื้อบิดอะมีบา ลำไส้ทะลุ หรือตกเลือด   แต่ที่พบบ่อยคือ ฝีในตับ  ซึ่งอาจพบหลัง
เป็นบิดทันที หรือหลังหลายปีแล้วก็ได้

การรักษา
ผู้ใหญ่ ให้ยาปฏิชีวนะ-เมโทรไนดาโซล  ขนาด 200 มก. ครั้งละ 4 เม็ด วันละ 3 ครั้ง นาน 5 วัน
ถ้าไม่มีให้เตตราไซคลีน  หรืออีริโทรไมซิน ครั้งละ 250 มก. วันละ 4 ครั้ง นาน 10 วัน 
สำหรับเด็ก ให้เมโทรไนดาโซล วันละ 35-50 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม (สูงสุดไม่เกิน 2 กรัม) วันละ
ครั้ง นาน 5 วัน หรืออีริโทรไมซิน  วันละ 30-50 มิลลิกรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม แบ่งให้วันละ 4 ครั้ง
ถ้าไม่ดีขึ้น หรือเป็นเรื้อรัง ควรแนะนำไปโรงพยาบาล 

อาจต้องนำอุจจาระไปส่องด้วยกล้องจุลทรรศน์หาตัวเชื้ออะมีบา และอาจใช้เครื่องมือ "ซิกมอยโดสโคป" 
(Sigmoidodcope) ส่องตรวจทางทวารหนัก
ถ้ามีอาการปวด และกดเจ็บบริเวณชายโครงขวาอย่างมาก หรือสงสัยจะเป็นโรคฝีในตับ ควรส่งไปโรงพยาบาล
โดยเร็ว

ข้อแนะนำ
1. โรคนี้อาจพบระบาดได้ เช่นเดียวกับอหิวาต์ โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อน ถ้าพบการระบาดควรดำเนินการป้องกัน 
    และทำลายเชื้อเช่นเดียวกับอหิวาต์
2. แนะนำให้กินอาหารและดื่มน้ำที่สะอาด อย่ากินอาหาร หรือน้ำแข็งที่เตรียมไม่สะอาด หรือมีแมลงวันตอม 
    อย่าดื่มน้ำคลอง น้ำบ่อดิบ ๆ 
3. ในชนบทควรแนะนำให้ชาวบ้านสร้างส้วมที่ถูกสุขลักษณะใช้กันให้ทั่วถึง และอย่าถ่ายตามพื้นดินหรือถ่าย
    ลงคลอง


   


 






We subscribe to the
HONcode principle
of the Health on the
Net Foundation

 
About Us | Add URL I Privacy Policy | Member Register | Health Shop | Contact Us | Health Board | Advertising
Disease / Condition | Head Line News | Healthcare | Diagnostic | Alternative Medicine |
Health Game Zone


1999-2000 Thailabonline.com. All rights reserved. 
By using this information service,    you accept the terms of our Visitor Agreement. Please read it. 
The material on Thailabonline.com and iHealthsite.net are for informational purposes only and is not 
a substitute for medical advice or treatment for any medical conditions.   You should promptly seek 
professional medical care if you have any concern about your health, and you should always consult 
your physician before starting a fitness regimen.
”Thailabonline.com” and “ihealthsite.net” are trademarks of Crystal Diagnostics Co.,Ltd.