BECOME A MEMBER
สมัคร ! สมาชิกชมรมรักสุขภาพ
ฟรี ข่าวสาระความรู้เรื่องสุขภาพ

top
  พิษสุราเรื้อรัง Alcoholism

 พิษสุราเรื้อรัง
 ผลเสียของโรคพิษสุราเรื้อรัง
 การวินิจฉัย
 
อาการหลังจากหยุดสุรา 
   Alcohol Withdrawal 
   Syndrome 

 การรักษา
 ยาที่ใช้ในการอดสุราได้แก่ 

 ผลของสุราทำให้เกิดโรคตับแข็ง
   มะเร็งตับ



ThaiWAPHealthsite

 ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน เพ
ยงมี
 Mobile Phone สามารถ
 ติดตามข้อมูลทางสุขภาพ ที่
 
buzzed.co.uk/wap/
 thaihealthsite

 โดยทีมไทยแล็ปออนไลน์
Take a look at our WAPsite

Health Navigation






สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม
กรุณาแจ้งให้ทึมงานเพื่อ
จัดเตรียมหาสาระให้



Contact : 
info@thailabonline.com
ชมรมเรารักสุขภาพ 
ไทยแล็ปออนไลน์




  พิษสุราเรื้อรัง Alcoholism      

พิษสุราเรื้อรังเป็นโรคๆ หนึ่งซึ่งมีลักษณะดังต่อไปนี้
มีความอยากหรือกระหายอย่างมากที่ต้องการจะดื่มสุรา 
คุมตัวเองไม่ได้ หมายถึงการที่ผู้ติดสุราพยายามจะเลิกสุราหลายครั้งหลายหน แต่ก็ทำไม่สำเร็จ 
เมื่อห่างจากสุราจะมีอาการดังต่อไปนี้ เช่น คลื่นไส้ อาเจียน เหงื่อออก มือสั่น กระวนกระวายและอาการดังกล่าวมักจะหายไป เมื่อดื่มสุราหรือกินยานอนหลับ 
อาการเหมือนดื้อยา คือ มีความต้องการดื่มสุราในขนาดมากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อที่จะให้สุราออกฤทธิ์เท่าเดิม? 
ซึ่งคำจำกัดความดังกล่าวทำให้เห็นว่า ทำไม่ผู้ที่มีปัญหาพิษสุราเรื้อรังจึงเลิกเหล้าได้ยาก เพราะจะมีความรู้สึกต้องการสุรามากๆ เหมือนคนทั่วไปต้องการอาหารและน้ำ บางคนอาจจะสามารถเอาชนะใจตัวเองและเลิกดื่มสุราได้ แต่ส่วนใหญ่ของผู้ที่เป็นพิษสุราเรื้อรังแล้วจะทำไม่ค่อยได้ ถ้าได้รับการช่วยเหลือและการรักษา หลายคนก็สามารถหยุดสุราได้ หลายคนสงสัยว่าทำไมบางคนที่ดื่มสุราแต่ไม่มีปัญหา บางคนมีปัญหามารกไม่สามารถควบคุมการดื่มของตนได้ ทั่งนี้ขึ้นอยู่กับสิ่งแวดล้อม เช่น ความหามาได้ง่ายของสุรา กลุ่มเพื่อน ฯลฯ นอกจากนี้กรรมพันธุ์อาจมีส่วนได้เฃ่นกัน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าผู้ที่มีญาติเป็นพิษสุราเรื้อรังจะต้องเป็นโรคนี้ด้วยเสมอไป 

คุณจะบอกได้อย่างไรว่า ตัวคุณหรือคนใกล้ตัวคุณมีปัญหาการดื่มหรือไม่ ให้ลองตอบคำถามเหล่านี้
ซึ่งอาจจะบอกคุณได้

1.คุณเคยรู้สึกอยากเลิกการดื่มสุราของคุณไหม
2.คุณเคยรู้สึกรำคาญหลายๆ คน ที่พยายามจะให้คุณเลิกดื่มสุราไหม
3.คุณเคยรู้สึกผิด หรือรู้สึกไม่ดีกับการดื่มสุราของคุณไหม
4.คุณเคยดื่มสุราตั้งแต่เช้า เพื่อที่จะลดอาการไม่สบายหรือเมาค้างไหม

ถ้ามีคำตอบว่า"ใช่" ในข้อใดข้อหนึ่งก็อาจเป็นไปได้ที่คุณกำลังมีปัญหาแล้ว และยิ่งตอบว่าใช่มากกว่า 1 ข้อ 
ก็ยิ่งมีความเป็นไปได้ของปัญหาเกี่ยวกับการดื่มสุรามากขึ้น ควรจะไปพบแพทย์ซึ่งจะเป็นผู้ตอบปัญหา
ของคุณได้ดี

แต่ถึงแม้ว่าทุกข้อคุณจะตอบว่า"ไม่ใช่" แต่คุณมีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพ มีปัญหาการงาน ความสัมพันธ์กับ
บุคคล หรือปัญหาเกี่ยวกับกฎหมายก็ควรจะไปพบแพทย์เพื่อรับการช่วยเหลือเช่นกัน

ความคิดที่จะต้องการความช่วยเหลือของผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับสุราไม่เกิดขึ้นกันง่ายๆ แต่จำไว้ว่าเมื่อไรที่มา
รับความช่วยเหลือ โอกาสที่จะดีขึ้นก็มีมากขึ้น 
คุณอาจจะรู้สึกกลัวการที่จะพูดถึงการดื่มสุรากับสุขภาพต่อแพทย์ของคุณ ทั้งนี้อาจเป็นเพราะคุณมีมุมมอง
ในเรื่องปัญหาเกี่ยวกับการดื่มสุราในด้านที่ไม่ดี คุณอาจรู้สึกว่าเป็นเรื่องน่าอาย แต่ความจริงแล้วพิษสุราเรื้อรัง
ก็เป็นโรคๆ หนึ่งเหมือนโรคเบาหวาน หรือหอบหืด

เมื่อคุณไปพบแพทย์คุณอาจจะถูกถามคำถามต่างๆมากมาย เพื่อที่แพทย์จะได้ประเมินปัญหาของคุณ 
พยายามตอบเท่าที่จะทำได้ คุณอาจจะได้รับการตรวจร่างกาย ถ้าแพทย์สรุปว่าคุณมีปัญหาเกี่ยวกับการดื่ม
สุรา คุณก็จะได้รับการรักษาหรืออาจจะถูกส่งตัวให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านนี้ดูแลรักษาต่อไป


พิษสุราเรื้อรัง


ผู้ป่วยที่เป็นโรคพิษสุราเรื้อรังและเกิดอาการลงแดงเมื่อหยุดสุราก็ยังไม่ยอมรับว่าตัวเองเป็นโรค ต้องอาศัย
เพื่อนร่วมงาน และครอบครัวสังเกตอาการและส่งผู้ป่วยเข้ารักษาตั้งแต่เริ่มต้นเป็น 
โรคพิษสุราเรื้อรังเป็นโรคที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างช้าๆจนกระทั่งเกิดอาการทางประสาทและทางร่างกาย 
แอลกอฮอล์จะมีผลต่อทุกเซลล์ของร่างกายโดยเฉพาะระบบประสาทเมื่อได้รับแอลกอฮอล์เป็นประจำ 
สมองจะปรับตัวต้องการแอลกอฮอล์เพื่อการดำเนินชีวิตประจำวัน การทำงาน ความคิด อารมณ์ และการ
กระทำทั่งหมดขึ้นกับแอลกอฮอล์

ยังไม่มีการแยกที่เด่นชัดระหว่างติดสุราและพิษสุราเรื้อรังแต่อาการเตือนว่าจะเป็นพิษสุราเรื้อรังได้แกเมื่อ
หยุดสุราจะมีอาการไม่มีความสุข

ผู้ที่เป็นพิษสุราเรื้อรังจะดื่มสุราโดยไม่จำกัด ดื่มได้ตลอดเวลา มักจะปฏิเสธว่าไม่ติดสุรา ดื่มทั้งๆที่รู้ว่าเป็น
สิ่งไม่ดี หลังจากดื่มไปได้ระยะหนึ่งผู้ป่วยจะเริ่มดื้อต่อแอลกอฮอล์จะต้องปริมาณสุรา ผู้ป่วยมักจะมีอาการ
เมาค้างทำให้ไปทำงานไม่ทัน ผู้ป่วยมักจะมีประวัติดื่มสุราตั้งแต่เช้า และมักชอบใช้ความรุนแรงกับครอบครัว

ผลเสียของโรคพิษสุราเรื้อรัง
ได้รับแอลกอฮอล์เกินขนาดซึ่งอาจจะทำให้เสียชีวิตมักเกิดในวัยรุ่นที่ต้องการแสดงว่าตัวเองคอแข็ง 
อุบัติเหตุ การดื่มเพียง 1 หน่วยสุราก็ทำให้ความสามารถในการขับขี่ลดลง 
ความรุนแรงในครอบครัว ผู้หญิงและเด็กที่มีพ่อบ้านขี้เมามักจะได้รับความรุนแรงบ่อย เด็กมักจะเป็นโรค
   ซึมเศร้า วิตกกังวล และมีความมั่นใจในตัวเองต่ำ 
ผลต่อหัวใจและหลอดเลือด ผู้ที่ดื่มมากกว่า 3 หน่วยสุราจะมีความดันโลหิตสูงกว่าผู้ที่ไม่ดื่ม สำหรับผู้ที่ดื่ม
   ครั้งละมากกว่า 9 หน่วยสุราสัปดาห์ละ 2 ครั้งจะมีโอกาสเกิดโรคหัวใจ 2-3 เท่าของผู้ไม่ดื่ม 
มะเร็ง ตัวแอลกอฮอล์ไม่ได้เป็นสารก่อมะเร็งแต่จะส่งเสริมให้เกิดมะเร็งจากสารอื่นได้ง่าย เช่นบุหรี่ หากใช้
   ร่วมกันจะเกิดโรคมะเร็งปาก กล่องเสียงและหลอดอาหารได้มาก 
ตับอักเสบ และตับแข็ง 
การดื่มสุราทำให้เกิดท้องร่วงและริดสีดวงทวาร และแผลในกระเพาะอาหาร 

การวินิจฉัย
การวินิจฉัยทำได้ค่อนข้างยากโดยเฉพาะในผู้ป่วยสูงอายุเนื่องจากความจำก็ไม่ดี สับสน และหกล้ม อาการต่างๆ
เหล่านี้ก็สามารถพบได้ในคนแก่ เมื่อมีผู้ป่วยที่มีประวัติดื่มสุราและสงสัยว่าจะเป็นพิษสุราเรื้อรัง
การเจาะเลือดตรวจไม่ช่วยในการวินิจฉัยต้องอาศัยการซักประวัติซึ่งมีคำถามง่ายๆที่ควรจะถามผู้ป่วยดังนี้ 

- ปริมาณที่ดื่ม 
- ความถี่ในการดื่ม 
- ดื่มทันที่หลังตื่นนอนหรือไม่ 
- เคยพยายามที่จะอดสุราหรือไม่ 
- โกรธเมื่อมีคนวิจารณ์เรื่องดื่มสุรา 
- มีความรู้สึกผิดหรือไม่ 
- มีอาการลงแดงเมื่ออดสุราหรือไม่ 



อาการหลังจากหยุดสุรา Alcohol Withdrawal Syndrome 
เป็นกลุ่มอาการของโรคที่เกิดจากหยุดเหล้าในทันที บางรายอาจจะมีอาการน้อยแค่ตัวสั่นหรือเหงื่อออก
ผู้ป่วยพิษสุราเรื้อรังอาจจะมีอาการได้สองอย่างคือ ลงแดง withdrawal stage และ delirium tremens 
ซึ่งเป็นอาการที่หนัก

ลงแดง withdrawal stage
ผู้ป่วยจะเกิดอาการลงแดงหลังจากหยุดสุรา 12-72 ชั่วโมงซึ่งจะมีอาการดังต่อไปนี้
หงุดหงิด 
รู้สึกตัวสั่น 
วิตกกังวล 
โมโหง่าย 
อารมณ์แปรปรวน 
ซึมเศร้า 
อ่อนเพลีย 
คิดอะไรไม่ออก 
ใจสั่น 
ปวดศีรษะตุบ 
เหงื่ออกหน้าและมือ 
คลื่นไส้อาเจียน 
เบื่ออาหาร 
นอนไม่หลับ 
ดูซีด 
มือสั่น 
ใจเต้นเร็ว 



delirium tremens
เป็นกลุ่มอาการที่เกิดจากการอดสุราซึ่งผู้ป่วยจะมีกลุ่มอาการ 3 กลุ่มดังนี้
- กลุ่มอาการลงแดง withdrawal stage 
- มีการเปลี่ยนแปลงทางด้านจิตใจ 
- มีการเปลี่ยนแปลงด้านอารมณ์อย่างรวดเร็ว 
- กระสับกระส่าย 
- หงุดหงิด 
- สับสน 
- มีภาพหลอน เห็นหนอน งู แมลง 
- ไวต่อแสง เสียง 
- ระดับความรู้สึกเลวลง เช่นซึมลง 
- มีอาการชักกระตุก มักจะเกิดหลังจากอดเหล้า 24-48 ชั่วโมง 
- มือสั่น ตัวสั่น 

การรักษา
เมื่อพบผู้ป่วยที่มีอาการจากการหยุดสุราและอาการไม่มาก เช่นมีอาการวุ่นวาย นอนไม่หลับ เบื่ออาหาร 
บางรายอาจมีอาการชักช่วงสั้นจะต้องตรวจหาว่าได้รับบาดเจ็บทางร่างกายที่ไหนบ้าง และจะต้องตรวจ
หาโรคที่เกิดจากสุรา เช่นตับ หัวใจ จะต้องให้ผู้ป่วยสงบอย่างรวดเร็วโดยการให้ยาคลายเครียดกลุ่ม 
benzodiazepine และวิตามิน บีหลังจากนั้นสังเกตอาการอย่างน้อย 2 ชั่วโมงและหลังจากสังเกตอาการ
ผู้อาการไม่เปลี่ยนแปลงก็สามารถกลับบ้านได้โดยได้รับยาไปรับประทานต่อ 4-5 วันแล้วไปพบแพทย์ตามนัด

การรักษาอาการลงแดงหลังจากหยุดสุราและมีอาการรุนแรง delirium tremens
ผู้ป่วยกลุ่มนี้อัตราการตายสูงควรที่จะต้องรักษาในโรงพยาบาลและรีบให้การรักษาอย่างรวดเร็ว โดยการให้
ยากลุ่ม benzodiazepine ให้น้ำเกลือ ผู้ป่วยที่ชักก็สามารถคุมได้ด้วย benzodiazepine สำหรับผู้ป่วย
มีภาพหลอน และมีพฤติกรรมก้าวร้าวควรให้ยาทางจิตเวช

ยาที่ใช้รักษาอาการหลังจากหยุดสุรา
Benzodiazepine เป็นยาที่นิยมใช้มากที่สุดโดยการกดสมอง ยานี้สามารถให้ได้ทั้งทางหลอดเลือดดำ
และทางปากขึ้นกับความรุนแรงของอาการโดยมากให้ยาที่ออกฤทธิ์ยาวเช่น 
diazepam,chlordiazepoxide หากผู้ป่วยที่มีปัญหาเรื่องการหายใจอาจจะให้ยาที่ออกฤทธิ์สั้น เช่น 
lorazepam แทนเมื่อหยุดยาอาการก็กลับสู่ปกติ ยากลุ่มนี้ไม่แนะนำให้รับประทานนานเกิน 2 สัปดาห์หรือ
เกิน 3 คืนต่อสัปดาห์เนื่องจากจะทำให้เกิดการดื้อยา 

ยาอื่นที่อาจใช้ร่วมกันได้แก่ beta-block ,clonidine ขึ้นกับอาการของผู้ป่วย 

ยาที่ใช้ในการอดสุราได้แก่ 
Disulfiram เมื่อรับประทานยานี้และดื่มสุราจะมีอาการปวดศีรษะ ร้อนตามหน้าตา คลื่นไส้อาเจียน 
   แน่นท้อง อาการดังกล่าวจะอยู่นานครึ่งชั่วโงถึงสองชั่วโมง ยาหนึ่งเม็ดจะออกฤทธิ์ได้นาน 1-2 สัปดาห์ 
   หากได้ยาเกินขนาดอาจจะอันตรายเช่นความดันโลหิตต่ำ แน่นหน้าอก หายใจลำบาก 
Naltrexone ยานี้จะลดความสุขที่เกิดจากการดื่มสุรา เมื่อให้ยาร่วมกับการรักษาอย่างอื่นจะทำให้
   ประสบผลสำเร็จสูง 
Acamprosate จะลดการหลั่งสาร GABA จากสมอง เมื่อใช้ร่วมกับยาอื่นทำให้ผลการรักษาดี 
ยาลดความเครียด เช่น fluoxetin,sertraline พบได้ผลดี 

Short Break from Heavy Drinking Helps
April 1, 2002 8:00 CDT

Researchers in Japan are reporting that cutting alcohol intake by half for just three weeks can lead to a drop in both blood pressure and heart rate. Even for such a short time period, these results "seem to be well applicable to the case of longer periods of alcohol restriction," said lead study author Dr. Junichi Minami of Dokkyo University School of Medicine in Tochigi, Japan, in a Reuters Health interview.

Minami and his research team studied 33 Japanese men in their mid-30s who reported drinking alcohol every evening, usually beer or sake (a fermented liquor made from rice). The men drank on average the amount of alcohol equivalent to roughly four beers or three servings of sake. The group was randomly divided into two groups and instructed to either cut their alcohol intake in half or maintain their usual habits for a 3-week period.

The men who reduced their alcohol intake cut it down to about the equivalent of one beer or less than one glass of sake. During the restriction period, the participants had a drop in daytime systolic blood pressure of about four points, the authors note. Systolic blood pressure, the first number in a blood pressure reading, reflects the force on blood vessel walls during a heartbeat.

The diastolic blood pressures of the group, which is the second number in a blood pressure reading, did not change during the reduced drinking periods. However, heart rates were lower when they cut alcohol intake, dropping by four beats per minute during the daytime and seven beats per minute at night, said Minami and his colleagues in the American Journal of Hypertension.

Minami says that according to studies, light-to-moderate alcohol consumption protects against heart disease. "So, for most people who consume no more than 30 mL of ethanol per day (about one to two drinks per day), no changes seem necessary," Minami said.

He said that people who consume more than 30 mL of ethanol a day should probably cut back on consumption. "It is obvious that men should restrict their drinking to 30 mL or less (of ethanol) throughout their lives to prevent alcohol-related diseases," he said.

Source: Dokkyo University School of Medicine; Reuters