BECOME A MEMBER
สมัคร ! สมาชิกชมรมรักสุขภาพ
ฟรี ข่าวสาระความรู้เรื่องสุขภาพ

Google
Search WWW Search thailabonline.com

op

  ระบบทางเดินอาหารส่วน
  ลำไส้เล็กและส่วนลำไส้ใหญ่


กลุ่มอาการโรคลำไส้อักเสบ

  INFLAMMATORY 
  BOWEL DISEASE (IBD)
  - Ulcerative colitis
  - Crohn's disease 

กลุ่มอาการลำไส้ไวต่อสิ่งเร้า 
   Irritable bowel 
   syndrome (IBS)

  



Health Navigation






สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม
กรุณาแจ้งให้ทึมงานเพื่อ
จัดเตรียมหาสาระให้



Contact : 
info@thailabonline.com
ชมรมเรารักสุขภาพ 
ไทยแล็ปออนไลน์



  ระบบทางเดินอาหารส่วนลำไส้เล็กและส่วนลำไส้ใหญ่      

ระบบทางเดินอาหารส่วนลำไส้เล็กและส่วนลำไส้ใหญ่
ลำไส้เล็กมีหน้าที่ในการย่อย และดูดซึมอาหารที่เป็นประโยชน์ให้เข้าสู่ระบบน้ำเหลือง และการหมุนเวียน
ของเลือด ตัวของลำไส้เล็กเองประกอบด้วยท่อที่แคบและเป็นวง (เส้นผ่าศูนย์กลาง 1 - 2 นิ้ว) และ ยาว
ประมาณ 19 - 22 ฟุต (หรือ 6 - 7 เมตร) อยู่ในท้องส่วนล่าง และอยู่ต่ำกว่ากระเพาะอาหาร ลำไส้เล็ก
ขยายจากลำไส้เล็กส่วนต้นที่จะรับอาหารที่จะเข้ามาในลำไส้เล็กที่มาจากกระเพาะอาหาร (อาหารก่อนถูกย่อย) 
ไปยังปากลำไส้เล็กส่วนปลายที่จะส่งผลที่ได้จากอาหารกึ่งของเหลวไปยังลำไส้ใหญ่ และ อาหารจะถูกส่ง
ผ่านไปยังทางเดินลำไส้ เป็นการหดตัวเหมือนคลื่นที่เรียกว่า “คลื่นแบบบีบรูด” ในผนังลำไส

ลำไส้ใหญ่นั้นเป็นท่อกว้างและเป็นท่อรับสิ่งที่ได้จากการย่อยมาจากลำไส้เล็กและส่งต่อไปเพื่อถูกขับถ่ายออก
มาและต่อเนื่องไปยังขั้นตอนต่อไป 
อาหารที่ไม่ถูกดูดซับจะถูกเก็บไว้ในลำไส้ใหญ่จนกว่าร่างกายสามารถดูดซับน้ำได้อีกครั้งหนึ่ง และส่งที่
เหลือไปตามทวารหนักเพื่อทำการกำจัด การดูดซับน้ำมากเกินไปจากของเสียอาจจะทำให้เกิดอุจจาระที่แข็ง
และแห้งที่อาจจะทำให้กำจัดได้ยากขึ้นซึ่งอาการนี้เรียกว่า “อาการท้องผูก” หากของเหลวไม่เพียงพอ
สำหรับการดูดซับใหม่ อาจจะเกิดจากการติดเชื้อจากไวรัสหรือภาวะการขาดอาหาร ลำไส้ใหญ่จะส่ง
ของเหลวไปยังทวารมากเกินไป ทำให้ควบคุมการขับออกได้ยาก อาการนี้และของเหลว (ที่ทำให้ปวดบริเวณ
ทวาร) เรียกว่า “อาการท้องร่วง ลำไส้ใหญ่ถูกแบ่งออกเป็น 8 ส่วน กระพุ้งลำไส้ใหญ่ ไส้ติ่ง ลำไส้ใหญ่ส่วนขึ้น 
ลำไส้ใหญ่ส่วนลง ลำไส้ใหญ่ส่วนขวาง ลําไส้ใหญ่ส่วนขด ไส้ตรงและทวาร

ระบบทางเดินอาหารปกติ
ระบบทางเดินอาหารปกติของคนเราจะประกอบไปด้วยปาก ซึ่งรวมทั้งอวัยวะภายในช่องปาก เช่น ฟันและลิ้น 
เป็นต้น ต่อจากปากก็จะเป็นหลอดอาหาร ซึ่งส่วนปลายของหลอดอาหารจะติดต่อกับส่วนของระบบทางเดิน
อาหารที่อยู่ในช่องท้องซึ่งได้แก่ กระเพาะอาหาร ลำไส้เล็ก ลำไส้ใหญ่ และสุดท้ายก็คือทวารหนัก นอกจากนี้
ไส้ติ่งก็อยู่ในช่องท้องเช่นเดียวกันโดยอยู่บริเวณส่วนต้นของลำไส้ใหญ่

ปากและฟัน จะทำหน้าที่รับอาหารและบดเคี้ยวอาหารให้ละเอียด ต่อจากนั้นอาหารจะถูกส่งผ่านเข้าสู่
หลอดอาหาร และเมื่อมาถึงกระเพาะอาหาร กระเพาะอาหารจะทำหน้าที่ย่อยอาหารให้เป็นโมเลกุลที่เล็ก
ลงไปอีก โดยน้ำย่อยในกระเพาะอาหารจะมีฤทธิ์เป็นกรด อาหารที่ย่อยผ่านจากกระเพาะจะผ่านเข้าสู่ลำไส้เล็ก 
ซึ่งจะมีน้ำย่อยจากตับและตับอ่อนมาช่วยย่อยอาหารพวกไขมัน หลังจากนั้นอาหารจะผ่านไปสู่ส่วนต่างๆ 
ของลำไส้เล็ก ซึ่งเป็นส่วนที่ยาวที่สุดของระบบทางเดินอาหาร อาหารที่ย่อยแล้วจะถูกดูดซึมเข้าสู่ส่วนต่างๆ 
ของร่างกายที่ลำไส้เล็กนี้ อาหารที่ไม่ถูกดูดซึมจะผ่านเข้าสู่ลำไส้ใหญ่ ซึ่งลำไส้ใหญ่จะทำหน้าที่ดูดน้ำและ
เกลือแร่ที่จำเป็นบางส่วนกลับเข้าสู่ร่างกาย อาหารที่ผ่านลงมาที่ลำไส้ใหญ่จะค่อยๆ รวมตัวอัดแน่นขึ้นเป็น
อุจจาระ แล้วถูกขับออกจากร่างกายทางทวารหนักต่อไป

การที่จะทำให้การทำงานของระบบทางเดินอาหารเป็นไปได้ตามปกติ ท่านจะต้องเอาใจใส่ดูแลให้ส่วนต่างๆ 
ของระบบทางเดินอาหารได้ทำงานตามปกติ โดยหมั่นตรวจสอบสุขภาพปากและฟัน รับประทานอาหาร
ให้เป็นเวลา ไม่รับประทานอาหารที่จะมีผลเสียต่อทางเดินอาหารส่วนต่างๆ เช่น ไม่รับประทานอาหารเผ็ด 
อาหารรสจัด อาหารที่มีสารพิษหรือสารก่อมะเร็งปนเปื้อน รับประทานอาหารประเภทผัก ผลไม้ และประเภท
ที่มีกากใยเพียงพอ ที่จะทำให้การขับถ่ายเป็นไปได้ตามปกติ และเชื่อกันว่า อาหารที่มีกากใยมากจะช่วยทำให้
สารพิษหรือสารก่อมะเร็งทั้งหลายที่ปนกับอาหาร ได้ถูกขับออกมาได้เร็วขึ้น ทำให้มีโอกาสเกิดมะเร็งใน
ร่างกาย ได้น้อยกว่าคนที่รับประทานอาหารที่มีกากใยน้อย 


Digestion of food begins in the mouth and moves through the esophagus, stomach, and the small and large intestine. In the mouth, stomach, and the small intestine, food is mixed with digestive juices. The digestive juices break the food down into smaller chemical pieces or nutrients. These nutrients move along the small intestine, which is made up of three parts: the duodenum, jejunum, and ileum. The nutrients are absorbed into the bloodstream through the small intestine and carried to all parts of the body. Nutrients are needed for the body to grow and remain healthy. 

The water and solid waste that remain after the nutrients are absorbed move into the large intestine. Most of the remaining water is absorbed into the bloodstream from the colon. The solid waste is passed out of the body as a bowel movement (BM) through the anus.

 


  INFLAMMATORY BOWEL DISEASE (IBD) โรคลำไส้อักเสบ      

โรคลำไส้อักเสบเป็นความผิดปกติในการอักเสบที่เกี่ยวข้องกับทางเดินอาหาร และโรค Crohn และภาวะ
ลำไส้ใหญ่อักเสบเป็นโรคลำไส้อักเสบทั่วไป 2 ชนิดหลัก โรค Crohn มีผลต่อส่วนต่างๆของทางเดินอาหาร 
และภาวะลำไส้ใหญ่อักเสบที่มีผลต่อลำไส้ใหญ่เท่านั้น การเกิดโรค Crohn นั้นมีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และ แตกต่าง
กันไปในแต่ละประเทศ และ สาเหตุของทั้ง 2 โรคนี้ก็ยังไม่เป็นที่ทราบกันแต่ 
อาการสำคัญของโรค Crohn คือ อาการท้องร่วง ปวดท้องและน้ำหนักลดลง และอาการอื่นๆรวมถึง
ความรู้สึกไม่สบายความรู้สึกง่วงงุนการไม่อยากอาหาร คลื่นเหียน อาเจียนและเป็นไข้ต่ำ 
อาการที่สำคัญของโรคภาวะลำไส้ใหญ่อักเส คืออาการท้องร่วงที่มีเลือดและเมือกและบางครั้งอาจมี
อาการรู้สึกไม่สบายบริเวณท้องน้อย และ อาการอื่นๆรวมถึงความรู้สึกไม่สบาย อาจจะมีการรู้สึกไม่สบาย
บริเวณท้องน้อย อาการอื่นๆร่วมถึง ความรู้สึกไม่สบายภาวะง่วนงุนแลไม่อยากอาหาร และ ผู้ป่วยบางคน
ต้องการแค่การรักษาอาการเท่านั้นและผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงกว่าก็ต้องการการรักษาทางยาเฉพาะ

The major symptoms of ผู้ป่วยที่เป็นโรค Crohn นั้นอาจจะการกำเริบของโรคขึ้นมาอีก และเกือบ
จะทั้งหมดจะมีระยะเวลากว่าที่โรคกำเริบขึ้นมาอีกมากกว่า 20 ปี 
ระยะเวลาและการพยากรณ์โรคของภาวะลำไส้ใหญ่เป็นแผลอักเสบนั้นแตกต่างกัน และโรคลำไส้อักเสบเป็น
ความไม่สบายเป็นเวลานานที่อาจจะมีผลกระทบทางอารมณ์และทางสังคมของผู้ป่วยได้อย่างลึกซึ้ง.

Inflammatory Bowel Disease (IBD) is a term that refers to both ulcerative colitis and Crohn’s disease. Ulcerative colitis causes inflammation of the lining of the large intestine. Crohn’s disease causes inflammation of the lining and wall of the large and/or small intestine. When inflamed, the lining of the intestinal wall is red and swollen, becomes ulcerated, and bleeds.

What Causes IBD?
The cause(s) of IBD are not known, but there are several theories. One theory is based on genetics indicating that IBD does run in families. About 15 percent to 30 percent of patients with IBD have a relative with the disease. There is research going on to find out if a specific gene or a group of genes makes a person more susceptible to getting the disease. 

Many changes in the body’s immune system (body’s natural defense system against disease) have been discovered in patients with IBD. What is still unknown is what causes those changes to happen. There is a large amount of research being done in this area.

There is little evidence that stress causes IBD. As with other illnesses, stress may aggravate symptoms and require a treatment program.

IBD occurs most frequently in people in their late teens and twenties. There have been cases in children as young as two years old and in older adults in their seventies and eighties. Men and women have an equal chance of getting the disease. 


Ulcerative Colitis
Ulcerative colitis (UC) involves the colon as a diffuse mucosal disease with distal predominance. The rectum is virtually always involved, and additional portions of colon may be involved extending proximally from the rectum in a continuous pattern. The etiology for UC is unknown. UC is more common in persons of Caucasian race, in women, and in young persons (peak incidence at ages 20 - 25 years).

Clinical findings can include diarrhea, but the amount of diarrheal stool is not great, and is often accompanied by tenesmus. Patients with prolonged UC are at increased risk for developing colon cancer. Colonic biopsy can be used to detect dysplasia, a neoplastic change in the mucosa which implies an increased probability of malignancy. Patients with UC are also at risk for development of liver diseases including sclerosing cholangitis and bile duct carcinoma.

Most often ulcerative colitis occurs in young people 15 to 40 years of age. Ulcerative colitis occurs only in the inner lining of the colon (large intestine) or rectum. When it is located only in the rectum, it is called proctitis. Inflammation of the rectum and colon keeps water from being absorbed into the bloodstream and results in diarrhea. 

Symptoms of Ulcerative Colitis
The most common symptoms of ulcerative colitis are diarrhea, abdominal cramps, and rectal bleeding. Some people may be very tired and have weight loss, loss of appetite, abdominal pain, and loss of body fluids and nutrients. Bleeding may be serious, leading to anemia (low red blood cell count). Joint pain, redness and swelling of the eyes, and liver problems can also occur. No one knows for sure why problems outside the colon are linked with colitis. These problems may improve when the colitis is managed.

Ulcerative colitis is an illness that has periods of remission (time when you feel well) and relapse (time when you feel ill). Half of the people who have ulcerative colitis have only mild symptoms. Others have frequent fever, bloody diarrhea, nausea, and severe abdominal cramps. 

Some people with severe symptoms of ulcerative colitis must go to the hospital to correct malnutrition and stop diarrhea and loss of blood. In the hospital, a patient may need a treatment program including a special diet and feeding through a vein. Sometimes surgery is needed.

How Do I Know if I Have Ulcerative Colitis?
To find out if you have ulcerative colitis, your doctor must take your medical history and perform a physical examination. The exam may include blood tests and samples of a bowel movement. Other tests include:

Flexible Sigmoidoscopy or Colonoscopy - A small flexible tube inserted by your doctor into the anus. The flexible tube is slowly passed into the lower third of the colon in flexible sigmoidoscopy and through the entire colon in a colonoscopy, allowing your doctor to see the lining of the colon. If necessary, the doctor can take a tissue sample called a biopsy to make a diagnosis of your condition.

Barium Enema---This is an X-ray of the colon. A white substance called barium is put into the colon by an enema. This test may allow your doctor to see areas of the colon that are abnormal.

Does Ulcerative Colitis Increase the Risk of Colon Cancer?
Risk of colon cancer is higher in ulcerative colitis patients with involvement of the entire colon and in patients who have had the diagnosis for eight to ten years. Patients with a diagnosis of left-sided ulcerative colitis for 15-20 years also fall into a higher risk group for developing cancer. Individuals in these groups should consult their doctor and plan for periodic colonoscopy with biopsy.


Crohn’s Disease
Crohn’s is a chronic disease that has periods of remission (time when person feels well) and relapse (when a person feels ill).

Crohn's disease can involve any part of the GI tract, but most frequently involves the distal small bowel and colon. Inflammation is typically transmural and can produce anything from a small ulcer over a lymphoid follicle (aphthoid ulcer) to a deep fissuring ulcer to transmural scarring and chronic inflammation. One third of cases have granulomas, and extracolonic sites such as lymph nodes, liver, and joints may also have granulomas. The transmural inflammation leads to the development of fistulas between loops of bowel and other structures. Inflammation is typically segmental with uninvolved bowel separating areas of involved bowel.

The etiology is unknown, though infectious and immunologic mechanisms have been proposed. There is a bimodal incidence and an increased incidence in women and persons of Caucasian race. The clinical manifestations are variable and can include diarrhea, fever, and pain, as well as extraintestinal manifestations of arthritis, uveitis, erythema nodosum, and ankylosing spondylitis.

Crohn’s disease is an inflammation and ulceration process that occurs in the deep layers of the intestinal wall. The most common areas affected are the lower part of the small intestine, called the ileum, and the first part of the colon. This type of Crohn’s disease is called ileocolitis. 

Crohn’s disease can infrequently affect any part of the upper gastrointestinal tract. Aphthous ulcers, which are similar to cold sores, are common. Ulcers can also occur in the esophagus, stomach, and upper small intestine (duodenum). It is difficult to tell these ulcers from peptic ulcers except by biopsy exam.

Symptoms of Crohn’s Disease
The most common symptoms of Crohn’s disease are pain in the abdomen, often in the lower right side, diarrhea, and weight loss. There may also be rectal bleeding and fever. Chronic bleeding may lead to a low red blood cell count called anemia. Children who develop Crohn’s disease may have delayed development and stunted growth.

How Do I Know if I Have Crohn’s Disease?
To find out if you have Crohn’s disease, your doctor must take your medical history and do a physical exam. The exam may include blood tests and samples of a bowel movement. Other tests are the same as described in the section on Ulcerative Colitis; a barium enema and a colonoscopy examination. In addition, a small bowel X-ray may be required.

What are the Complications Associated with Crohn’s Disease? 
The most common complication of Crohn’s disease is blockage of the intestine. Blockage or stricture occurs when the disease thickens the bowel wall with swelling and scar tissue. The intestine passage becomes smaller and smaller, until it is completely closed.

Fistulas are a common complication of this disease. Fistulas occur when ulcers in the intestine break through the intestine wall making tunnels into surrounding tissues of the bladder, vagina, or into the skin. Fistulas occur frequently around the anus and rectum.

These fistulas can become infected and may result in abscess formation. Treatment programs are used to manage infected fistulas, but often surgery is needed.


What is the Treatment for IBD?
Your doctor will discuss with you a treatment plan that may include any of the following: 

Nutrition 
Emotional Support 
Surgery 
Drug Therapy 

There are many different types of treatment plans that your doctor can prescribe to control the symptoms of IBD, and each of these has specific actions and side effects. Be sure to follow all of your doctor’s directions. Never stop your treatment plan until you have completed it or your doctor instructs you to stop.

Should I Modify or Change My Diet?
What you eat does not cause IBD, but can cause symptoms when the disease is active.

The goal of nutritional management for people with IBD is to modify the diet to decrease gastrointestinal (GI) symptoms while maintaining adequate nutrient intake. Your doctor may do a nutritional assessment to determine if you are taking in enough calories, vitamins, and minerals. When nutritional needs are not being met, your doctor may suggest a liquid supplement.

How Do I Cope with IBD?
Although IBD is a chronic disease that has periods of remission and relapse, most people have a normal life span and a good quality of life.

For those who have chronic and continuing symptoms, the following apply: 

Know your body and how IBD affects you 
Learn to care for yourself??have control over those things you can control 
Develop a support system that works for you: family, friends, and support groups 
Be sure to follow instructions from your medical team 
When is Surgery Needed?

Most people who have IBD respond to their treatment program, including medications and nutritional planning. Many patients have mild episodes of illness after long periods of feeling well. Your doctor will consider surgery usually when certain conditions are present. Surgery may be needed if there is: 

A large amount of bleeding 
Long-lasting and serious illness 
Ulceration that makes a hole in the intestinal wall 
Medical treatment plan is not controlling the disease 
Obstruction 
There are several surgical choices. Each has advantages and disadvantages. The surgeon and patient must decide on the best option.



       

 

    


 






We subscribe to the
HONcode principle
of the Health on the
Net Foundation

 
About Us | Add URL I Privacy Policy | Member Register | Health Shop | Contact Us | Health Board | Advertising
Disease / Condition | Head Line News | Healthcare | Diagnostic | Alternative Medicine |
Health Game Zone


1999-2000 Thailabonline.com. All rights reserved. 
By using this information service,    you accept the terms of our Visitor Agreement. Please read it. 
The material on Thailabonline.com and iHealthsite.net are for informational purposes only and is not 
a substitute for medical advice or treatment for any medical conditions.   You should promptly seek 
professional medical care if you have any concern about your health, and you should always consult 
your physician before starting a fitness regimen.
”Thailabonline.com” and “ihealthsite.net” are trademarks of Crystal Diagnostics Co.,Ltd.