BECOME A MEMBER
สมัคร ! สมาชิกชมรมรักสุขภาพ
ฟรี ข่าวสาระความรู้เรื่องสุขภาพ

 

 

top

อัลบัมภาพโรคผิวหนังต่างๆ

ลักษณะและชนิดของผิวหนัง/ 
Skin type
ผิวมัน/ Oily skin
 
หน้ามันและปัญหาของสิว
ผิวแห้ง/ Dry skin
ผิวผสม/Mixed skin

ใช้สบู่ล้างหน้า แบบไหนดี 

แผลปูด - คีลอยด์
    Keloid

ผิวหนังอักเสบ
   Cellulitis

สิว  
   Acne Vulgaris



กลาก (ขี้กลาก)
     Ring worm / Tenia

เกลื้อน
   Tinea Versicolor

กลากน้ำนม/โรคด่างขาว
 
 
กลากน้ำนม/โรคด่างขาว   

   Pityriasis / Vitiligo



รังแค  Dandruff 
ฝ้า  Melasma / 
   Chloasma

ผมร่วง(ผมบาง)
   Alopecia/Baldness

ฝี / Abscess
งูสวัด Herpes Zoster
เริม Herpes Simplex


หูด Warts
ตาปลา Corn
โรคเรื้อน Leprosy


ผื่นแพ้จากการสัมผัส
   Contact dermatitis

ผื่นแพ้จากกรรมพันธุ์  
   Eczema/Atopic 
   Dermatitis

ลมพิษ
   Urticaria
























สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม
กรุณาแจ้งให้ทึมงานเพื่อ
จัดเตรียมหาสาระให้




Contact : 
info@thailabonline.com
ชมรมเรารักสุขภาพ 
ไทยแล็ปออนไลน์


 

  ลักษณะและชนิดของผิวหนัง/ Skin type

การดูแลผิวเป็นเรื่องสำคัญ ไม่ควรปล่อยปละละเลย คุณควรจะเริ่มสำรวจตัวเองตั้งแต่วันนี้ว่า ผิวกายเป็น
อย่างไร มีจุดไดบกพร่องต้องได้รับการ ดูแลเพิ่มเติมหรือไม่ อย่างไรควรเริ่มใส่ใจ การดูแลความงามเสีย
ตั้งแต่วันนี้ เพื่อคุณจะได้เป็นคนที่มีผิวสวยสดใส ยืดเวลาความสาวไปอีก นานแสนนาน

ก่อนอื่นคุณจะต้องตรวจสอบผิวตัวเองก่อนว่า มีผิวประเภทใด ระหว่างผิวแห้ง ผิวผสม หรือผิวมัน วิธีง่ายๆ 
ทำด้วยตัวเองก็คือ ล้างหน้าด้วย สบู่ตามปกติ จากนั้นรอดูผลประมาณ 2-3 ชั่วโมง เพื่อดูสภาพผิวหน้า จาก
นั้นใช้กระดาษนุ่มบางๆ หรือ กระดาษซับมันที่มีขายทั่วไปปิดที่หน้าสักครู่ สังเกตดูว่าถ้ากระดาษติดหน้า
แสดงว่า หน้ามัน ถ้าไม่ติดเลยแสดงว่า ผิวแห้ง ถ้ากระดาษติดหน้าเพียงบางแห่งแสดงว่าเป็นผิวผสม คือ
มีผิวแห้งและมันเฉพาะที่ โดยมากแล้ว คนทั่วไปมักเป็นผิวผสมคือมีไขมันมากบริเวณ T-ZONE คือ 
หน้าผาก จมูก และคาง แต่หากต้องการให้แน่ใจว่าเป็นผิวชนิดใด ก็ใช้เครื่องวิเคราะห์ผิวส่องที่หน้า เครื่องนี้
จะเรืองแสงสีม่วง เครื่องนี้สามารถแยกวิเคราะห์ผิวได้ละเอียด กว่า


ผิวมัน/ Oily skin
ผู้ที่มีผิวหน้ามันนับว่าโชคดีคือ ใบหน้าจะไม่เหี่ยวย่นเร็ว เหมือนผิวแห้ง แต่ข้อเสียคือจะมีโอกาสเป็นสิวได้
มากกว่าผิวชนิดอื่นๆ คนที่หน้ามันมัก จะมีรูขุมขนกว้าง และรักษายาก ผิวหยาบรวมทั้งหน้ามันเยิ้มจะทำให้
สกปรกง่าย ใช้เครื่องสำอางก็มักจะไม่ติดทนนาน 
ข้อแนะนำในการดูแลผิวมัน 
1. ควรล้างหน้าด้วยสบู่สำหรับผิวมัน ซึ่งมีตัวยาพวกกำมะถัน ซาลิไซลิกแอซิด ทำให้หน้ามันลดลง หรือ
    ใช้สบู่กำจัดสิว หากเป็นสิวร่วมด้วย ควรล้างหน้าบ่อยๆ ประมาณ 3-4 ครั้ง
2. ทาน้ำยากระชับรูขุมขน เพื่อทำให้รูขุมขนบนใบหน้าเล็กลง เนื่องจากน้ำยานี้ทำให้ผิวหนังบริเวณรูขุมขน
    หดตัวลงทำให้ผิวดูเนียนขึ้น
3. การใช้เครื่องสำอาง ในคนที่มีผิวมัน ไม่ควรใช้เครื่องสำอางที่ผสมน้ำมันเป็นอันขาด ควรใช้ชนิดที่ผสม
   น้ำ หลังจากใช้เครื่อสำอางแล้ว ควรทาหน้าด้วยแป้งฝุ่นหรือแป้งเด็ก ไม่ควรใช้แป้งที่มีรองพื้น เพราะ
   รองพื้นจะไปอุดตันรูขุมขน ทำให้เกิดสิวได้
4. การดูแลรักษาผิว โดยใช้ผัก ผลไม้ หรือไอน้ำ เพื่อขจัดความมันบนใบหน้า และทำให้ใบหน้าดูสดใส
    อยู่เสมอ คือ
   การใช้แตงกวา หั่นเป็นแว่นๆ บางๆ ไม่ต้องปอกเปลือก แล้วนำมาวางบนใบหน้า ขณะที่หลับตาพักผ่อน 
   ประมาณ 30-60 นาที จะช่วยให้รู้สึกสดชื่น เนื่องจากแตงกวาจะมีสารจำพวกที่เรียกว่า Fruit acid 
   ทำให้เซลล์ผิวชั้นบนหลุดลอกออกไป ใบหน้าจึงรู้สึกสะอาด สดใส หากทำเป็นประจำสัปดาห์ละครั้ง
   จะช่วยชลอริ้วรอยเหี่ยวย่นเล็กๆ ได้อีกด้วย

   การอบไอน้ำ เติมเกลือหนึ่งช้อนโต๊ะในกาน้ำ พอน้ำเดือด และมีไอน้ำออกมา ให้ใช้อบผิวหน้า (ระวังอย่าเข้า
   ไปใกล้มาก) หรือจะใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่น คลุมเอาไว้ก็ได้ หลังจากนั้นก็เช็ดหน้าให้แห้ง การอบไอน้ำ
   จะช่วยขยายรูขุมขน ทำความสะอาดได้ง่าย


หน้ามัน
ปัญหาผิวหน้ามันเป็นปัญหาหนักอกหนักใจคุณผู้หญิง เพราะพอมีน้ำมันบนใบหน้ามาก จะทำให้รู้สึกเหนียว
เหนอะหนะ แถมยังทำให้ผัดแป้งแต่งหน้าแล้วไม่สวย เพราะแป้งมักจะลบเลือนหายไป ภายในเวลาไม่ช้า
ไม่นาน สาเหตุของผิวหน้ามันมีหลายประการ ตั้งแต่เรื่องของกรรมพันธุ์หรือธรรมชาติ ต่อมไขมันจะทำ
งานมากเป็นพิเศษในช่วงวัยรุ่น ทำให้มีน้ำมันเคลือบผิวหน้ามากกว่าเดิม แถมรูขุมขนก็จะขยายมากกว่า
เดิมด้วย ความมันบนใบหน้าอาจถูกกระตุ้นเพิ่มเติม จากสิ่งแวดล้อม เช่น อากาศที่ร้อนจัด การใช้ แรงงาน 
การออกกำลังกาย แสงแดด อาหารร้อนหรืออาหารที่มีรสเผ็ดจัด ล้วนกระตุ้นให้ร่างกายขับเหงื่อ ขับน้ำมัน
เพิ่มมากขึ้น ผิวหน้าก็จะดูมันเยิ้มมากขึ้น วิธีแก้ปัญหาหน้ามันที่ทำกันบ่อยๆ ได้แก่ การล้างหน้าวันละหลายๆ 
ครั้ง ซึ่งเป็นวิธีแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น เพราะไม่นานต่อมไขมันก็จะขับน้ำมันมาเคลือบผิวใหม่ 

แต่การล้างหน้าบ่อยครั้ง ใช้น้ำอุ่นน้ำร้อน เพื่อหวังขจัดความมันออกไป หรือการใช้สบู่ยาแรงๆ กลับกลายเป็น
การทำร้ายผิวมากขึ้น อาจทำให้ผิวแห้งไปเลย หรือเกิดการระคายเคืองได้ง่าย จึงเป็นวิธีแก้ปัญหาไม่ถูกจุด
และยังเกิดข้อแทรกซ้อนตามมาได้ การซับหน้ามันบ่อยๆ ดูเหมือนจะเป็นวิธีที่ดีกว่า แต่บางครั้งก็น่ารำคาญ 
ตรงที่ต้องซับแล้วซับอีก หลังซับหน้ามันแล้ว คุณอาจเติมแป้งฝุ่นหรือแป้งเด็ก เพื่อช่วยดูดซับน้ำมันและเหงื่อ 
ช่วยลดความมันบนใบหน้าได้ผลดีพอสมควร การใช้ผลิตภัณฑ์ลดความมันก็มีหลายชนิดด้วยกัน สมัยแรกๆ 
มักจะใช้ผลิตภัณฑ์ที่เรียกว่า โทเนอร์ (Toner) หรือแคลริฟายอิ้ง โลชั่น (Clarifying Lotion) หรือ
แอสทริงเจ้นท์ (Astringent) 
ซึ่งมักจะมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ที่ช่วยลดการทำงานของต่อมเหงื่อต่อมไขมันชั่วคราว แต่ทำให้ผิวหน้า
แห้งลง จึงอาจเกิดข้อแทรกซ้อนหรือผิวระคายเคืองได้ ในปัจจุบันนี้มีครีมบำรุงผิวที่โฆษณาว่า “ช่วยควบ
คุมความมัน” (Oil Control/ Shine Control) ซึ่งเป็นมอยส์เจอไรเซอร์ที่ไม่เหนียวเหนอะหนะ ทาแล้ว
ไม่รู้สึกว่าหน้ามันขึ้น แต่ไม่มีคุณสมบัติในการลดความมันโดยตรง จะเรียกว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ลดความมัน
ก็คงไม่ถูก แต่ควรเรียกว่าเป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ไม่เพิ่มความมันเสียมากกว่า 
สำหรับแนวคิดใหม่ในยุคนี้ก็คงจะเป็นเรื่องของ การใช้สารที่มีคุณสมบัติในการจับไขมันโดยตรง อย่าง
ไคโตซาน มาช่วยในการลดความมันบนใบหน้า ทั้งนี้เพราะไคโตซานซึ่งสกัดจากเปลือกแข็งของสัตว์น้ำ
ทะเล อย่าง เปลือกปู เปลือกกุ้งนั้น จะมีคุณสมบัติในการจับไขมันได้ดี จึงช่วยจับไขมันหรือน้ำมันที่เคลือบ
ผิวทำให้ลดความเหนอะหนะบนใบหน้า ลดความมันเยิ้มอย่างได้ผล โดยที่ยังสามารถผัดแป้งแต่งหน้าได้
ตามปกติ ที่สำคัญคือไคโตซานจะไม่ทำให้เกิดข้อแทรกซ้อนแต่อย่างใด ไม่ทำให้ผิวแห้ง ไม่พบการแพ้หรือ
การระคายเคือง จึงสามารถใช้ได้กับทุกเพศทุกวัย แม้ในคนที่มีผิว Sensitive หรือมีภาวะ ผิวไวอย่างมาก 
ที่สำคัญสารไคโตซานจะช่วยเก็บรักษาความชุ่มชื้นให้กับผิว และไม่ทำให้เกิดการอุดตันหรือเกิดสิวตาม
มาด้วย 
แหล่งข่าว พ.ญ.พักตร์พิไล ทวีสิน 


ผิวแห้ง/ Dry skin
ผู้ที่มีผิวแห้งจะรู้สึกหน้าตึงมากและผิวหน้าขาดความชุ่มชื้น แตก แห้ง หรือลอกเป็นขุยได้ง่าย หากปล่อยทิ้ง
ไว้ไม่ได้รับการดูแลรักษา จะเกิดเป็นริ้วรอยเหี่ยวย่น ดูแก่ก่อนวัย 
ข้อแนะนำในการดูแลผิวแห้ง 
1. ใช้สบู่ล้างหน้า วันละ 1-2 ครั้งก็พอ การล้างหน้าบ่อยเกินไปจะไปสลายสารเคลือบผิวตามธรรมชาติ 
    ทำให้ผิวหน้าแห้งมากขึ้น และควรเลือก สบู่อ่อนๆ หรือสบู่สำหรับผิวมันที่ผสมออย (Oil) จะช่วยให้
    ความชุ่มชื้นแก่ผิวหนังหลังล้างหน้าได้ดียิ่งขึ้น
2. ใช้ครีมบำรุงผิว (Moisturizer cream) ทาบางๆ เป็นประจำ ควรเลือกครีมที่มีส่วนผสจำพวกสาร
    ยูเรีย (Urea) ซึ่งเป็นสารที่จะช่วยอุ้มน้ำ ทำให้ผิวหน้านุ่มเนียนชุ่มชื่นอยู่เสมอ
3. ดื่มน้ำมากๆ เพราะน้ำเป็นสิ่งที่ให้ความชุ่มชื้นต่อผิวหนัง ควรดื่มวันละอย่างน้อย 5-6 แก้ว


ผิวผสม/Mixed skin
เป็นลักษณะของผิวที่แห้งและมันเป็นจุดๆ บริเวณที่มันคือบริเวณ T-ZONE ซึ่งได้แก่ บริเวณหน้าผาก 
จมูก และคาง 
ข้อแนะนำในการดูและผิวผสม 
วิธีที่ดีที่สุดคือ ดูแลแต่ละส่วนอย่างถูกต้อง อาจเป็นเรื่องน่ารำคาญ แต่ก็ช่วยให้ผิวของคุณอยู่ในสภาพที่ดี
ที่สุด ในบริเวณที่มีผิวมัน ก็ควรทำความสะอาดบ่อยๆ โดยการเช็ดหรือใช้กระดาษซับมันทำความสะอาด 
และทาน้ำยากระชับรูขุมขน ส่วนบริเวณที่มีผิวแห้งก็ใช้ครีมบำรุง ผิว เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นแก่ผิวที่แห้ง 
*การปกป้องผิวหนังจากแสงแดด* 
แสงแดดเป็นศัตรูร้ายของผิวพรรณ แสงแดดทำให้ผิวเสีย และหยาบกร้านเหมือนหนังสัตว์ 
ลองเปรียบเทียบผิวคนที่ต้องเผชิญกับแสงแดด ตลอดวัน เช่น ชาวนา กับคนที่ทำงานในออฟฟิศ จะเห็นว่า
ผิวแตกต่างกันมาก ผิวที่ถูกแสงแดดมากจะทำให้ผิวหยาบกร้าน หนา กระด้าง มีสีคล้ำ เป็นฝ้า และยังมี
รอยด่างดำ หรือรอยไหม้เกรียมเกิดขึ้นได้

การดูแลป้องกัน หากหลีกเลี่ยงแสงแดดไม่ได้ ก็คือ การทาครีมหรือโลชั่นกันแดด ซึ่งจะประกอบไปด้วยสาร 
ที่เรียกว่า ไทเทเนียมออกไซด์ และซิงค์ออกไซด์ ซึ่งเป็นสารที่ทึบแสง ทำให้แสงแดดไม่สามารถกระทบ
ผ่านผิวหน้าได้

การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดด
ในปัจจุบันมีมากมายหลายชนิด ควรจะดูค่า เอส พี เอฟ ที่พิมพ์ไว้บนขวดที่บรรจุผลิตภัณฑ์ก่อนที่จะ
ตัดสินใจซื้อมาทา

ตัวเลขของสารป้องกันแดด (SPF) ขึ้นอยู่กับ เวลาที่ผิวถูกแสงแดดว่านานแค่ไหนที่จะทำให้ผิวเริ่มเป็นสีชมพู ถ้าไม่ได้ทาครีมกันแดดเลย ในคน ที่มี
ผิวหนังแตกต่างกัน ในคนผิวขาวจะมีระยะเวลาสั้นกว่าคนผิวดำ แสดงว่าตนผิวดำสามารถทนต่อแสงแดด
ได้นานกว่าคนผิวขาว สมมติว่า ถ้าผิวเปลี่ยนสีเมื่อถูกแสงแดดในเวลา 30 นาที ถ้าคุณใช้ครีมกันแดดที่มีค่า 
SPF เท่ากับ 6 ก็หมายความว่า หากคุณทาครีมกันแดดชนิดนี้แล้ว ก็สามารถทนต่อแดดได้นานถึง 3 ชม. 
(เป็นเวลา 6 เท่าของ 30 นาที) นั่นเอง ดังนั้น หากคุณต้องอยู่กับแสงแดดนานกว่านี้ ก็ควรจะทาครีม 
กันแดดซ้ำใหม่เสียก่อน

* ค่า SPF 2-4

 ป้องกันผิวได้น้อยที่สุด เหมาะสำหรับผู้ที่ผิวหนังคล้ำง่ายๆ

* ค่า SPF 4-6

  ป้องกันได้ปานกลาง สำหรับผู้ที่มีผิวคล้ำอยู่แล้ว

* ค่า SPF 6-8

  ป้องกันพิเศษ สำหรับผู้ที่มีผิวเกรียมปานกลาง และผิวคล้ำแดดช้า

* ค่า SPF 8-14

  ป้องกันมากเป็นพิเศษ สำหรับผู้ที่มีผิวเกรียมแดดง่าย และผิคล้ำแดดยาก

* ค่า SPF มากกว่า 15

 ป้องกันมากที่สุด สำหรับผู้ที่ผิวเกรียมแดดง่าย และผิวไม่คล้ำแดดเลย

- โดยทั่วไปควรจะใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีค่า SPF ในระดับตั้งแต่ 8 ขึ้นไป จะป้องกันผิวได้ดี
- ก่อนใช้ครีมกันแดดควรทดลองใช้กับส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย ก่อนที่จะทาทั้งตัว 
  เพราะบางคนจะแพ้สารบางอย่างที่ผสมอยู่ได้ 

 

 

สถาบันโรคผิวหนัง 420/7 ถนนราชวิถี กรุงเทพฯ 10400
กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข 


หน้ามันหรือหน้าแห้ง เป็นธรรมชาติของแต่ละคน คนหน้ามันจะหายาอะไร มาทาให้หน้าหายมันถาวรนั้น
ไม่มี อาจแห้งไปได้ชั่วคราวเมื่อหมดฤทธิ์ยา ก็กลับเป็นอย่างเดิม การล้างหน้าบ่อย ๆ ไม่ทำให้หน้าหายมัน 
กลับจะยิ่งกระตุ้น ให้มันมากขึ้น การใช้กระดาษซับน้ำมันส่วนเกินออกเพื่อลดความมันจัดว่ามีประโยชน์ ช่วย
ให้หน้าแห้งไปช่วยขณะ แป้งผัดหน้าทั้งชนิดแป้งฝุ่นและ แป้งแข็งช่วยให้ ความมันลดลงได้ 
ผู้ที่มีหน้ามันไม่ควรใช้เครื่องสำอางมาก ไม่ควรนวดหน้า หรือ รองพื้นหนาเกินไป ควรล้างหน้าอย่างน้อย
วันละ 2 ครั้ง ด้วยสบู่ก้อนหรือสบู่น้ำก็ได้ คนหน้ามันมักเป็นสิวง่ายกว่าคนหน้าแห้ง 

ตัวยาที่นิยมใช้ในสิวอุดตันได้แก่กรดไวตามินเอ ความเข้มข้นตั้งแต่ 0.02 และ 0.05 ถึง 0.1 เปอร์เซ็นต์ 
ตัวยาจะทำให้สิวที่อุดตันอ่อนนุ่มและหลุดลอกออก เมื่อเริ่มใช้ในตอนแรกอาจมีอาการแสบและสิวเห่อขึ้น 
เมื่อใช้ต่อไปสักพัก อาการ เหล่านี้จะหายไป กว่าจะเห็นผลอาจต้องใช้เวลา 2 - 3 สัปดาห์ สำหรับสิวอักเสบ 
เป็นตุ่มแดง ตุ่มหนอง ให้ใช้เบนซอยล์เปอร์ออกไซด์ซึ่งมีความเข้มข้น 2.5, 5 และ 10 เปอร์เซ็นต์ ควรเริ่มใช้
ขนาดเปอร์เซ็นต์อ่อนก่อน ตัวยาจะทำให้หน้าแห้ง และลอกมาก ถ้ารู้สึกแสบให้ทาไว้ 5 นาทีแล้วล้างออก
ก็จะได้ผลเช่นเดียวกัน เมื่อใช้ไปสักพักยังไม่หายดีให้เพิ่มความเข้มข้นเป็น 5 และ 10 เปอร์เซ็นต์ตามลำดับ 

สำหรับยารับประทานลดการอักเสบ ควรสงวนไว้ใช้ในรายที่เป็นมาก ยารับประทานแก้สิวอักเสบมีหลาย
ชนิดส่วนใหญ่เป็นยาปฎิชีวนะ เช่นเตตราไซคลิน อิริโทรมายซินและมิโนไซคลิน ยารักษาสิวประเภทกรด
ไวตามินเอ มีผลทำให้ผิวแห้ง ลงได้มาก แต่ควรสงวนไว้ใช้ในรายเป็นสิวรุนแรง ไม่ควรนำมาใช้แก้ผิวมัน 
เพียงอย่างเดียว เนื่องจากมีฤทธิ์ข้างเคียงมาก เช่นปากแห้งปากแตก ผิวแห้ง ผิวคัน เลือดกำเดาออกและ
เป็นยาต้องห้ามสำหรับการตั้งครรภ์ จึงเป็นยาที่ต้อง อยู่ภายใต้ ความดูแลของแพทย์ 

ผู้ที่มีผิวมันและเป็นสิวบ่อย ส่วนใหญ่มีผิวส่วนที่ผิดปกติร่วม เช่น หน้าลอกง่าย มีรังแคที่ศีรษะขนคิ้วและ
เครา มือเท้าแห้งและลอกซึ่งเป็นมากในขณะอากาศแห้ง เช่นในฤดูหนาวตามตัวอาจมีผื่นคันร่วมด้วย ลักษณะ
ของผิวแบบนี้เกิดจาก พันธุกรรมซึ่งเป็นมาตั้งแต่เกิด แต่มาเริ่มเป็นสิวในวัยรุ่น เนื่องจากมีฮอร์โมน ไปกระตุ้น
ต่อมไขมันให้มีขนาดใหญ่ขึ้นและให้สร้าง ไขมันมากขึ้นด้วย ผู้ที่มี ผิวมันอาจมีสิวบริเวณอื่นนอกเหนือไป
จากใบหน้า เช่น ที่หน้าอกและแผ่นหลัง บางคนลามไปที่ก้นและต้นขา 

ในกรณีนี้ควรฟอกตัวด้วยสบู่ผสมยาฆ่าเชื้อโรคเพื่อลดจำนวนแบคทีเรียบริเวณลำตัว สิวที่ลำตัวที่ให้ใช้
แป้งน้ำผสมซิงค์ออกไซด์กรดซาลิซิลิและรีซอซินอล เพื่อทำให้ ผิวแห้งและหัวสิวลอก ยานี้มีข้อดีที่ใช้ง่าย
และไม่เหนียวเหนอะหนะ มีการศึกษาที่ ยืนยันได้ว่าการรับประทานอาหารที่มีความมัน เช่น ของทอด ไข่ 
นมเนยหรือ ของหวานจัด เช่น ชอคโกแลตไม่เกี่ยวกับหน้ามันหรือการเกิดสิว 

ใช้สบู่ล้างหน้า แบบไหนดี 
ประโยชน์ของผิวหนังมีมากกว่าที่เราคิด นอกจากจะเป็นปลอกห่อหุ้ม ร่างกาย ให้เป็นรูปเป็นร่างแล้ว ยัง
ทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันภัยเชื้อโรคสารเคมีแสงแดด และแรงกระทบกระแทกมา 
เป็นตัวควบคุมอุณหภูมิและปริมาณน้ำในร่างกาย โดยการปรับขนาดเส้นโลหิตฝอย และการขับเหงื่อ 
ผิวหนังยังเป็นภาพสะท้อน ให้เห็นสุขภาพหรือโรคภัยไข้เจ็บภายในร่างกาย ผิวหนังของแต่ละคนมีคุณภาพ 
ไม่เท่ากัน บางคนผิวแห้งบางคนผิวมัน บางคนเป็นโรคผิวหนัง 

สุขภาพผิวพรรณเริ่มต้นที่ความสะอาด การทำความสะอาดผิวหน้า และผิวกายด้วยน้ำและสบู่จัดว่าเพียงพอ 
สบู่จึงเป็นของจำเป็นสำหรับทุกคน ในการชำระล้างร่างกาย การฟอกผิวด้วยสบู่สามารถทำความสะอาดผิว 
ได้ดีและกำจัดเชื้อโรคได้ระดับหนึ่ง เพื่อให้การใช้สบู่เกิดประโยชน์ตามประสงค์ ควรเลือกใช้สบู่ให้
เหมาะสมกับสภาพผิว ผู้ที่ใช้สบู่ไม่เข้ากับลักษณะของผิวตัวเอง ทำให้กลายเป็นปัญหาได้เหมือนกัน เช่นผู้ที่
ผิวแห้งหากใช้สบู่ประเภท ดีเทอร์เจน หรือสบู่น้ำผิวจะยิ่งแห้ง ในทำนองเดียวกันคนผิวมันถ้าใช้สบู่ที่มี
ไขมัน จะล้างน้ำมันออกไม่หมดทำให้ ไม่สะอาดพอ สบู่ที่อยู่ในความนิยมได้แก่ 

สบู่ทั่วไป (Toilet soap) มีส่วนผสมของไขมันสัตว์และพืชเป็นตัวหลัก อาจผสมน้ำมันเพื่อทำให้ผิวลื่น 
   และน้ำมันหอมให้มีกลิ่นน่าใช้ สบู่ชนิดนี้ มีฤทธิ์ เป็นด่างและมีฟองมาก เมื่อฟอกแล้วรู้สึกสะอาดหอม และ
   สบายผิว เป็นสบู่ที่มี ผู้นิยมใช้มากที่สุด สามารถขจัดฝุ่นละอองเหงื่อไคลความมันและแบคทีเรีย บนผิวได้ดี 
   และราคาไม่แพง 
สบู่ไขมันสูง (Superfatted soap) มีส่วนผสมไขมันมากกว่าสบู่ทั่วไป เมื่อใช้แล้วไม่ ทำให้ผิวแห้ง 
   เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวแห้ง ผิวภูมิแพ้ และโรคผิวหนัง บางชนิด น้ำมันที่ผสมอยู่จะให้ความชุ่มชื้นต่อผิว
   ไปพร้อมกับการทำความสะอาด ไขมันและน้ำมันที่นิยมใช้เป็นส่วนผสมได้แก่ ลาโนลินซึ่งเป็นไขมันจาก
   ขนแกะ น้ำมันพาราฟินหรือน้ำมันอาราคิส เป็นต้น บางชนิดทำเป็นสบู่ใส ทำให้ดูน่าใช้ แต่มักไม่ค่อยมี
   ฟอง เนื้อสบู่ละลายน้ำง่ายเมื่อวางทิ้งไว้ในที่ชื้นเนื้อสบู่จะเละง่าย สบู่ไขมันอาจผลิตในรูปสบู่เหลวก็ได้ 
สบู่น้ำปราศจากฟอง (Soopless soap) มีส่วนประกอบด้วย สารสังเคราะห์โซเดียมลอริส ซัลเฟต
   หรือดีเทอร์เจนทำให้ผิวลื่นและสะอาด ขณะฟอกไม่ค่อยเกิดฟอง สามารถล้างความมันและความสกปรก
   ที่ติดอยู่บนผิวได้ดี มีฤทธิ์เป็นด่าง มักทำให้ผิวแห้ง เมื่อใช้ไปนาน ๆ ทำให้เกิดอาการระคายเคืองได้ 
   สบู่ชนิดนี้จึงเหมาะสำหรับคนผิวมัน 
สบู่ยา (Medicated soap) มีส่วนผสมตัวยา แล้วแต่วัตถุประสงค์ ที่ต้องการใช้ เช่นยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย 
   ยาฆ่าเชื้อรา เช่นเฮกซาคลอโรฟีน ฮิบิเทน คีโตโคนาโซน จัดว่าเป็นสบู่ที่มีประโยชน์ในการรักษา และป้องกัน 
   การติดเชื้อ ที่ผิวหนัง เช่นเด็กมีตุ่มหนองจากยุงกัด อาจใช้เป็นยาระงับกลิ่นตัวโดย ให้ฟอก บริเวณรักแร้ 
   บางชนิดผสมตัวยารักษาสิว เช่น กรดซาลิซิลิก หรือ เบนซอยล์เปอร์ออกไซด์ 
   แต่ฤทธิ์รักษาสิวโดยการใช้สบู่ชนิดนี้ยังไม่มี การยืนยัน ว่าได้ผลดีจริงหรือไม่ 
สบู่ขัดผิว (Abrasive soap) มีส่วนผสมผงขัดหน้า จับดูจะรู้สึกสากมือ เหมือนเม็ดทราย มีข้อบ่งใช้ 
   สำหรับผู้ที่เป็นสิวอุดตัน ขณะฟอกผงในสบู่ จะขัดผิว ทำให้สิวอุดหลุดลอก ขณะเดียวกันอาจ ทำให้
   ระคายผิวได้มาก ถ้ามีอาการ แสบให้หยุดใช้จนกว่าจะหายแสบจึงเริ่มใช้ใหม่ได้ 

สำหรับผู้มีผิวแห้งหลังจากอาบน้ำแล้วถ้ายังรู้สึกผิวแห้งให้ทาครีมชุ่มชื้นหรือน้ำมัน เช่น ออยลาตุ้มหรือ
เบบี้ออย โดยเฉพาะบริเวณหน้าและแขนขา ผู้ที่ผิวมันไม่ค่อย มีปัญหาในการเลือกใช้สบู่ จะใช้สบู่ชนิดใด
ก็ได้ที่พอใจทั้งชนิดก้อนและชนิดน้ำ 

เหงื่อไคลและแบคทีเรีย 
อากาศที่ร้อนอบอ้าวในหน้าร้อนร่วมกับความชื้นสูงทำให้เหงื่อออกและ เนื้อตัวเหนียวเหนอะหนะไม่
สบายตัว ถ้าได้อาบน้ำฟอกสบู่ชำระล้างเหงื่อไคลออก ให้สะอาด แล้วผัดแป้งให้ตัวลื่น ๆ สวมเสื้อผ้าบาง ๆ 
แบบหลวม ๆ ไม่รัดเนื้อรัดตัว และอยู่ในที่อากาศถ่ายเท หากไม่มีลมก็ใช้พัดลมเป่าพอเบา ๆ คงสบายขึ้น 
อากาศร้อนเห็นคนใส่เสื้อผ้าหนา ๆ คับ ๆ ยืนแตกแดดทั้งวันอีกทั้งยังต้องออกแรง โบกรถไปมา เห็นแล้ว
น่าเห็นใจจริง ๆ อยากให้ใช้ผ้าฝ้ายที่มีรูให้ลมผ่านได้ จะเอาแบบเนื้อแน่นหน่อยก็ได้ จะได้ช่วยกันแดดด้วย 
เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม เป็นเรื่อง ที่ต้องปรับเปลี่ยนให้เข้ากับภาวะอากาศอยู่เสมอ เสื้อผ้าที่หนาและไม่ระบายลม 
ทำให้อึดอัดไม่ระบาย เหงื่อออกทำให้เกิดโรคผิวหนัง เช่น เชื้อหนอง เชื้อรา 
เพราะเชื้อพวกนี้ชอบทั้งความร้อนและความชื้น ตัวอย่างเช่น กลากเกลื้อน มักจะกำเริบขึ้นมาในหน้าร้อนนี้ 
เชื้อหนองหรือเชื้อแบคทีเรีย ก็จะมาพร้อมกับ ผดผื่นคันโดยเฉพาะ ในเด็กที่วิ่งเล่นตามป่าหญ้า ตามถนน
ขี้ฝุ่น ถูกยุงถูกมดกัด มีตุ่มคันตุ่มหนองขึ้นมาตามแขนขาจนแขนลายขาลายไปหมด 

ข้อควรปฏิบัติเพื่อความสบายของผิวกายในหน้าร้อน 
- อาบน้ำฟอกสบู่อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง 
- เสื้อใช้เสื้อผ้าเนื้อบางเบา สีอ่อน แบบหลวมที่ใส่สบาย 
- ใช้รองเท้าโปร่ง เช่น รองเท้าสาน รองเท้าเปิดหัวเปิดซ่น 
- สระผมบ่อย ๆ สัปดาห์ละ 2 ครั้ง 
- อยู่ในที่มีอากาศถ่ายเท 
- เมื่อมีแผลไม่ควรให้ถูกน้ำ 
- เมื่อมีผื่นผิดปกติอย่าปล่อยทิ้งไว้ ให้ทำการรักษาก่อนที่จะลุกลามไปมาก 

 

Welcome to Acne Anatomy! This section illustrates the process of the development of a whitehead and the unfortunate result of squeezing a pimple. If you have high bandwidth, you may choose to view this process in the "acne animation" to the left. 
The birthplace of a whitehead is the pore around a hair follicle. Cells from the lining of the hair follicle are shed and clump together blocking the sebum, (which normally lubricates the skin), from exiting the pore to the skin surface. When sebum is blocked in the pore but is exposed to air, a "blackhead" forms.

The main components of a whitehead are the hair follicle where dead cells accumulate, the sebaceous gland, which makes oil or sebum, and the skin surface…where the effects of what is happening under the surface…are visible to you. 
When the outlet for the hair follicle is closed, the sebum and dead skin cells begin to build. Bacteria that normally live on the surface of the skin also mix with the dead skin cells and sebum causing infection. 
You see this infection as swelling, redness and pus. And while you may feel like what you see on the surface is unsightly, the real damage can be happening underneath. 


อาการ
ในระยะเริ่มเป็น จะพบสิวหัวดำหรือสิวหัวขาวขนาดเท่าหัวเข็มหมุดขึ้นที่บริเวณหน้าผากและ
แก้ม บางคนอาจขึ้นที่หน้าอกและหลังด้วย ต่อมาเมื่อมีการอักเสบจะกลายเป็นตุ่มแดง (สิว
หัวแดง) และตุ่มหนอง บางคนเมื่อหัวสิวยุบแล้ว  อาจเป็นรอยสีน้ำตาลดำ อยู่นานหลายเดือน
กว่าจะจางลงไป พบได้บ่อยในคนผิวคล้ำถ้าเป็นมากจะปูดโปน (เรียกว่า สิวหัวช้าง) หรือ เป็น
ถุงซิสต์ใหญ่ขนาด 0.5-1 ซม. เมื่อหายแล้วจะกลายเป็นหลุม หรือเป็นแผลเป็น (บางคนอาจ
กลายเป็น คีลอยด์ หรือแผลปูด) ถ้าเป็นไม่มาก หัวสิวที่เกิดขึ้น อาจไม่มีการอักเสบ และยุบ
หายไปได้เอง แต่ก็อาจทิ้งรอยแผลเป็นเล็ก ๆ

อาการแทรกซ้อน
มักไม่มีภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง บางคนอาจมีการอักเสบรุนแรง และกลายเป็นแผลเป็น หรือ
แผลคีลอยด์ หรือ ผิวหน้าขุรขระ อาจทำให้ขาดความเชื่อมั่น และเสียบุคลิกภาพ

การรักษา และข้อแนะนำในการดูแลรักษาเรื่องสิว

When you squeeze an infected pimple, you create pressure that can spread the infection. 
The infection spreads above the skin, but also deep inside the pore. This enlarges and spreads the infection, and can cause or increase scarring. 
When the damage is severe enough, scar tissue forms, which appears as a depression, or "pit" in the skin surface. 
Scarring is the long-term effect of acne and may look like an uneven skin surface, or in some skin tones, discoloration. 


การแก้ปัญหาเรื่องแผลหลุมสิวโดยชบวนการร่างกาย

ปัญหาที่ตามมาหลังจากการเกิดสิวแล้ว ก็คือหลุมแผลเป็นจากสิว Acne scar ซึ่งส่วนหนึ่ง
เกิดจากการพยายามจะบีบเอาหัวสิวออกด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ จากความใจร้อนที่ไม่รู้
เรื่องของสิวกันมาก่อน (พยายามแนะนำให้บรรดาวัยรุ่นทำความเข้าใจเรื่องนี้อย่างดีก่อน 
เพราะเป็นวัยที่จะเกิดสิวขึ้นได้มาก) ที่ดีที่สุดคือรักษาความสอาด พยายามอย่าให้เกิดสิวโดย
เฉพาะอย่างยิ่ง พวกที่มีผิวมันครับ กลุ่มนี้นอกจากความมันบนใบหน้าที่หน้ารำคาญแล้ว ยัง
เป็นกลุ่มที่มีโอกาสเกิดสิวได้สูงกว่า และโอกาสเกิดสิวแบบอักเสบจากการอุดตันของไขมัน
ในรูขุมขน อันก่อให้เกิดการสะสมของสิ่งสกปรกและแบคทีเรีย นำไปสู่การอักเสบได้ในที่สุด

เมื่อการอักเสบเกิดขึ้น ก็ยุ่งละครับ อย่างน้อยผลของระบบจัดการเรื่องสิ่งแปลกปลอม เชื้อโรค
ของร่างกายเราก็จะทิ้งร่องรอยเอาไว้อย่างน้อยก็คือรอยด่างดำบนใบหน้า รอยด่างดำนี้จะใช้
เวลาในการเลือนหายไปอย่างช้า ขึ้นกับผิวแต่ละคนครับ บางท่านก็จางหายเร็ว บางท่านก็จะ
จางหายช้ามาก สิ่งที่ตามมาอีกอย่างที่มักหนีไม่พ้นหลังจากการอักเสบคือ ระบบภูมิคุ้มกันและ
ผิวหนังจะถูกกระตุ้นให้ตื่นตัวรีบจัดการกับสิ่งแปลกปลอมและปิดกั้นช่องทางการเข้ามาของ
เชื้อโรคนั้นอย่างรวดเร็ว ขบวนการส่วนนี้แหละครับที่เป็นตัวการทำให้เกิดแผลเป็น เปรียบ
เหมือนเมื่อเกิดรอยรั่วเกิดขึ้นเรามักจะรีบเอาปูนมาโปกมาพอกมาโปะอย่างรวดเร็วเพื่อรีบจัด
การกับรอยรั่วก่อน เป็นปัญหาในอันดับแรก ทีนี้เมื่อหยุดปัญหาแรกได้แล้วต่อไปก็คือขบวนการ
สลายเอาส่วนเกินที่เกิดขึ้นออกไป ตรงจุดนี้เองที่มักเกิดการกำจัดไม่หมดกำจัดไม่ทันเกิดเป็น
ผังผืดหรือ Fibroud tissue ลักษณะของผังผืดจะมีความแข็ง ยืดหยุ่นตัวน้อยกว่าผิวหนัง
ปกติทั่วไป เมื่อผิวหนังส่วนที่เกิดการอักเสบถูกขบวนภูมิคุ้มกันของร่างกายจัดการอย่างรวด
เร็วและทิ้งผังผืด เหลือไว้ให้แทน ผังผืดที่ยึดกันแน่น (เวลาใช้ Skin Roller จะรู้สึกได้เลย
เวลาเข็มผ่านบนผิวหนังปกติ และบริเวณที่เป็นผังผืด) จะขวางไม่ให้คอลลาเจนที่ชั้นใต้ผิว
หนังที่พยายามจะสร้างเนื้อเยื่อใหม่มาเติมให้เต็มตามปกติ ไม่สามารถดันขึ้นมาได้ ผลก็คือ
เราจะเห้นเป็นหลุมแผลเป็น จะมีขนาดเล็กใหญ่ในรูปแบบต่างๆจากขนาดของการอักเสบที่
เกิดขึ้นมาครับ

โดยปกติแล้วขบวนการร่างกายเราก็พยายามกำจัดพวกผังผืด Fibrous tissue นี้ตลอด แต่
จะใช้เวลาเป็นอย่างมากบางท่านอาจใช้เวลานานหลายปีกว่ารอยหลุมจะค่อยๆจางลง แต่ก็อีก
นั้นแหละครับ พวกผิวมันมักจะมีปัญหาของแผลหลุมสิวนี้นานมากกว่ากลุ่มอื่น รายหลายอยู่
กับแผลหลุมสิวนี้ตั้งแต่วัยรุ่นมาจนถึงวัยผู้ใหญ่เลย

ปัจจุบันนี้ได้มีเทคโนโลยีใหม่ๆเข้ามาช่วยจัดการเรื่องรอยหลุมสิว เช่นการใช้เลเซอร์ เป็นต้น
อันนี้ได้ผลพอควร แต่ค่าใช้จ่ายสูงครับ จากการที่ผมได้ศึกษาและค้นหาวิธีการที่จะมาช่วย
รักษาปัญหาของแผลเป็น แผลหลุมสิว ที่ไม่ต้องใช้อุปกรณ์ที่ซับซ้อน การรักษาที่ไม่มีขั้นตอน
ที่ยุ่งยากมากนัก แน่นอนว่าทุกคนต้องนึกถึงว่า "แล้วจะใช้ได้ผลจริงแน่หรือ" ฉันพยายามหา
ทางรักษามาตั้งมากมาย ฉันอยู่กับรอยหลุมสิวนี้มานานจนไม่คิดว่าจะกลับมามีดังเดิมได้แล้ว

จากการได้พบเข้ากับเรื่องที่บังเอิญก็ว่าได้ แต่เมื่อลองได้ทำการศึกษาในรายละเอียดมากขึ้น
กลับพบข้อมูลการยืนยันที่ได้ผลดีในการรักษาเรื่องแผลหลุมสิว แผลเป็นจากสาเหตุอื่นเช่นหัด
อีสุกอีใส ที่ทำให้เกิด ผังผืดหรือ Fibrous tissue รอยด่างดำ บนใบหน้า สิ่งที่ทางการ
แพทย์ค้นพบ กลายเป็นเรื่องของการเอาหนามยอก ต้องเอาหนามบ่ง หรือ พิษต้องแก้ด้วยพิษ
อะไรทำนองนั้น เองครับ

โดยการย้อนเวลากลับไปใหม่ อะ ..ไม่ใช่ครับ เราทราบถึงขบวนการรักษาการอักเสบของสิว
โดยร่างกายเองในช่วงต้นๆมาแล้วยังพอจำได้ใช่มั้ยครับ อันนั้นเป็นการอักเสบที่เกิดจากการ
ควบคุมไม่ได้ มีการเร่งรีบของการสมานแผลอย่างรวดเร็วเกิดไปทำให้เกิดผลพลอยได้ อ่า...
ไม่ใช่ครับเกิดผลข้างเคียงเป็นผังผืดเกิดขึ้น

ทางการแพทย์มาพบว่าถ้าเราย้อนให้เกิดขบวนการกระตุ้นให้ร่างกายมาสมานแผลขนาดเล็กๆ
ที่เราสามารถควบคุมได้ โดยเฉพาะเรื่องความสะอาดเพื่อไม่ให้มีการติดเชื้ออักเสบจริงนะ
ระบบภูมิคุ้มกันร่างกายก็จะมีการหลั่งสารต่างออกมาเพื่อจัดการกับแผลเล็กๆที่เกิดขึ้น ที่ต่าง
กันตรงจุดนี้คือ การอักเสบจากสิวจะเป็นแผลขนาดใหญ่ แต่แผลที่เกิดจากการใช้ Skin 
Roller จะเป็นรอยรูเข็มขนาดเล็กมาก แต่พอทำให้เกิดรอยรูเข็มเล็กไปทั่วใบหน้าปฏิกริยา
ของร่างกายก็จะถูกระดมมาจัดการกับรอยรูเข็มเล็กนั้น กลายเป็นเหมือนถูกเรียกระดมพลมา
อย่างไงอย่างนั้นเลย เพราะถ้าเป็นแค่รอยรูเข็มเดียวก็คงไม่สามารถมีผลทำให้เกิดความแตก
ต่างอะไรได้ใช่มั้ยครับ

ปฏิกริยาภูมิคุ้มกันและการสนามแผลของร่างกายนี้เองครับ จะมีการหลั่งสร้างมาย่อยสลาย
พวกผังผืดหรือ Fibrous tissue มีการกระตุ้นสร้างคอลลาเจน อะไรอื่นๆอีกมากมายเพื่อ
มาจัดการแก้ปัญหาของรอยรูเข็มเล็กๆทั่วใบหน้า เลยได้ผลออกมาว่ากลายเป็นปฏิกริยาแบบ
Remodeling ของชั้นผิวหนังไปในตัว ผิวจะมีความอ่อนนุ่มขึ้นเพราะคอลลาเจนที่ถูก
กระตุ้นสร้างมากขึ้น ผังผืดค่อยๆถูกสลายไปได้เร็วขึ้น เนื้อเยื้อใหม่สามารถค่อยดันขึ้นมาเติม
เต็มหลุมทำให้หลุมสิวค่อยๆตื้นขึ้นไปเรื่อยๆ ผิวหังถูกกระตุ้นให้มีการผลัดเซลเก่าออกทำให้
ช่วยลดรอยด่างดำ หมองคล้ำได้เร็วมากขึ้น เห็นมั้ยครับว่าเราไม่ต้องมาทนปัญหาเรื่องรอย
แผลเป็นเหล่านี้อีกแล้วขบวนการรักษาแบบนี้เรียกได้หลายชื่อครับ Facial Mesotherapy
Skin needling, Skin derma roller
ก็เรียกครับ ลองคลิกตามลิงค์เพื่อติดตามเรื่อง
ราวอย่างละเอียดต่อได้

ทนพ. วิชัย อัศวิษณุ MT CMU การแก้ปัญหาเรื่องแผลหลุมสิวโดยชบวนการร่างกาย


 

 



















 






We subscribe to the
HONcode principle
of the Health on the
Net Foundation

  
About Us | Add URL I Privacy Policy | Member Register | Health Shop | Contact Us | Health Board | Advertising
Disease / Condition | Head Line News | Healthcare | Diagnostic | Alternative Medicine | Aromatherapy |
Health Game Zone


1999-2009 Thailabonline.com. All rights reserved. 
เลขทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์  e-Commerce Registration Number  7100803000130
By using this information service,    you accept the terms of our Visitor Agreement. Please read it. 
The material on Thailabonline.com and iHealthsite.net are for informational purposes only and is not 
a substitute for medical advice or treatment for any medical conditions.   You should promptly seek 
professional medical care if you have any concern about your health, and you should always consult 
your physician before starting a fitness regimen.
”Thailabonline.com” and “ihealthsite.net” and ”AromaEssence” and ”MedHealthMart” are trademarks of Crystal Diagnostics Co.,Ltd.