BECOME A MEMBER
สมัคร ! สมาชิกชมรมรักสุขภาพ
ฟรี ข่าวสาระความรู้เรื่องสุขภาพ

 

top
เอสแอลอี SLE
  Systemic lupus
  erythematosus 
ภาวะแทรกซ้อนจากโรค
   เอสแอลอี SLE

สารพันปัญหาเกี่ยวกับโรค
  เอส แอล อี ที่สอบถามและ
  สงสัยกันมาก
  SLE Frequency asked
  question



ตะคริว
  
Muscle Cramps



โรคปวดข้อรูมาตอยด์
  
Rheumatoid Arthritis

ปวดไขข้อ บั่นทอนสุขภาพ
   ร่างกายจิตใจและการทำงาน 

หมอนรองกระดูก
   สันหลังเคลื่อน

   
Herniated  
   internertebral disks
ข้อเคล็ด/ข้อแพลง
  
Sprain and Strain

กระดูกคอกดรากประสาท
  
Cervical Spondolysis

ข้อสันหลังอักเสบเรื้อรัง
  
Ankylosing     
   Spondylitis

เส้นเอ็นอักเสบ
  
Tendinitis

โรคปวดกล้ามเนื้อหลัง  
   
Musculotendinous 
   Strain

โรคข้อเสื่อม/ปวดข้อ
   ในคนสูงอาย

   
Osteoarthritis
กระดูกคองอ  
   กดรากประสาท

  
Cervical spondolysis

เส้นประสาทมือถูกพังผืด
   รัดแน่น

   
Carpal Tunnel  
   Syndrom CTS



Health Navigation






สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม
กรุณาแจ้งให้ทึมงานเพื่อ
จัดเตรียมหาสาระให้



Contact : 
info@thailabonline.com
ชมรมเรารักสุขภาพ 
ไทยแล็ปออนไลน์



 



  เอสแอลอี  SLE
ลักษณะทั่วไป
เอสแอลอี เป็นชื่อเรียกทับศัพท์ของอักษรย่อในภาษาอังกฤษ ซึ่งมีคำเดิมว่า Systemic 
lupus erythematosus (ซิสเทมิกลูปัสอีริทีมาโตซัส) โรคนี้มักจะมีความผิดปกติ ของ
อวัยะได้หลายระบบพร้อม ๆ กัน และอาจมีความรุนแรง ทำให้พิการ หรือตายได้ โรคนี้พบ
ประปรายได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ พบมากในช่วงอายุ 20-45 ปี และพบในผู้หญิง มากว่า
ผู้ชายประมาณ 10 เท่า

สาเหตุ
ยังไม่ทราบแน่ชัด แต่เชื่อว่าเป็นผลมาจากระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย มีการตอบสนองอย่าง
ผิดปกติต่อเชื้อโรค หรือสารเคมีบางอย่าง ทำให้มีการสร้างแอนติบอดีหรือภูมิต้านทานต่อเนื้อ
เยื่อต่าง ๆ ของตัวเอง จึงจัดเป็น โรคภูมิแพ้ต่อตัวเอง หรือ ออโตอิมมูน (autoimmune)
ชนิดหนึ่งเช่นเดียวกับโรคปวดข้อรูมาตอยด์ แต่โรคนี้มักจะมีการอักเสบของอวัยวะหลายระบบ
เช่น ผิวหนัง ข้อกระดูก ไต ปอด หัวใจ เลือด สมอง เป็นต้น   บางครั้งอาจพบมีสาเหตุกระตุ้น
ให้อาการกำเริบ เช่น ยาบางชนิด (เช่น ซัลฟา, ไฮดราลาซีน, เมทิลโดพา, โปรเคนเอไมด์, 
ไอเอ็นเอช, คลอโพรมาซีน, ควินิดีน, เฟนิโทอิน, ไทโอยูราซิล) การถูกแดด การกระทบกระ
เทือนทางจิตใจ การตั้งครรภ์ ฯลฯ

อาการ
ที่พบได้บ่อยคือ มีไข้ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร น้ำหนักลด ปวดเมื่อยตามตัว ปวดและบวมตามข้อ
ต่าง ๆซึ่งโดยมากจะเป็นตามข้อเล็ก ๆ (เช่น ข้อนิ้วมือ นิ้วเท้า) ทั้งสองข้าง คล้าย ๆ กับ โรค
ปวดข้อรูมาตอยด์ (แต่ต่างกันที่ไม่มีลักษณะ หงิกงอ ข้อพิการ) ทำให้กำมือลำบาก อาการ
เหล่านี้จะค่อยเป็นค่อยไป เป็นแรมเดือนนอกจากนี้ผู้ป่วยยังมักจะมีผื่น หรือฝ้าแดงขึ้นที่ข้าง
จมูกทั้ง 2 ข้าง ทำให้มีลักษณะเหมือนปีกผีเสื้อเรียกว่า ผื่นปีกผีเสื้อ (butterfly rash) บาง
รายมีอาการแพ้แดด คือ เวลาไปถูกแดด ผิวหนังจะมีผื่นแดงเกิดขึ้น และ ผื่นแดงที่ข้างจมูก
(ผื่นปีกผีเสื้อ) จะเกิดขึ้นชัดเจน อาการไข้ และปวดข้อจะเป็นรุนแรงขึ้นบางรายอาจมีจุดแดง
(petichiae) หรือมีประจำเดือนมากกว่าปกติ ซึ่งอาจเป็นอาการระยะแรกของโรคนี้ก่อนมี
อาการอื่น ๆ ให้เห็นชัดเจน บางครั้งแพทย์อาจวินิจฉัยว่าเป็นไอทีพี บางรายอาจมีอาการผม
ร่วงมาก มีจ้ำแดง ๆ ขึ้นที่ฝ่ามือนิ้วมือ นิ้วเท้าซีดขาว และเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำ เวลาถูก
ความเย็น (Raynaud's phenomenon) ต่อมน้ำเหลืองโตทั่วไป ตับม้ามโต หรือมีภาวะ
ซีด โลหิตจาง (จากเม็ดเลือดแดงถูกทำลาย)ในรายที่เป็นรุนแรง   อาจมีอาการบวมทั้งตัว 
(จากไตอักเสบ), หายใจหอบ (จากปอดอักเสบ ภาวะมีน้ำในช่องปอด หรือหัวใจวาย) ชีพจร
เต้นเร็วหรือไม่เป็นจังหวะ (จากหัวใจอักเสบ)ในรายที่มีการอักเสบของหลอดเลือดในสมอง 
อาจทำให้มีอาการทางประสาท เช่น เสียสติ ซึม เพ้อประสาทหลอน แขนขาอ่อนแรง ตาเหล่ 
ชัก หมดสติ และอาจตายภายใน 3-4 สัปดาห์ ส่วนมากจะมีอาการกำเริบ เป็น ๆ หาย ๆ
เรื้อรังเป็นปี ๆ

สิ่งตรวจพบ
ไข้ ผื่นปีกผีเสื้อที่แก้ม อาจพบจุดแดง ภาวะซีด ข้อนิ้วมือนิ้วเท้าบวมแดง

อาการแทรกซ้อน
อาจทำให้ไตอักเสบ ปอดอักเสบ หัวใจอักเสบ หัวใจวาย ไตวาย และอาจเกิดภาวะติดเชื้อร้าย
แรงแทรกซ้อนได้

การรักษา
หากสงสัย ควรแนะนำไปโรงพยาบาลโดยเร็ว การตรวจเลือดพบว่า ค่าอีเอสอาร์ (ESR) สูง,
พบแอนตินิวเคลียร์ แฟกเตอร์ (Antinuclear factor) และ แอลอีเซลล์ (LE cell) ตรวจ
ปัสสาวะ
 อาจพบสารไข่ขาว และเม็ดเลือดแดง นอกจากนี้ อาจทำการตรวจเอกซเรย์   คลื่น
หัวใจและ ตรวจพิเศษอื่น ๆ การรักษาในรายที่เป็นไม่รุนแรง (เช่น มีไข้ ปวดข้อ มีผื่นแดงขึ้น
ที่หน้า) อาจเริ่มให้ ยาต้านอักเสบที่ไม่ใช่สเตอรอยด์ ,ถ้าไม่ได้ผลอาจให้ไฮดรอกซีคลอโรควีน
(Hydroxychloroquine)วันละ 1-2 เม็ด เพื่อช่วยลดอาการเหล่านี้ในรายที่เป็นรุนแรงควร
ให้สเตอรอยด์  เช่น เพร็ดนิโซโลน ขนาด 8-12 เม็ดต่อวัน ติดต่อกันเป็นสัปดาห์ หรือหลาย
เดือน เพื่อลดการอักเสบของอวัยวะต่าง ๆ เมื่อดีขึ้นจึงค่อย ๆ ลดยาลง และให้ในขนาดต่ำ 
ควบคุมอาการไปเรื่อย ๆ อาจนานเป็นแรมปี หรือจนกว่าจะเห็นว่าปลอดภัยถ้าไม่ได้ผล อาจ
ต้องให้ยากดระบบภูมิคุ้มกัน หรือยากดอิมมูน (lmmunosuppressive) เช่น ไซโคลฟอส
ฟาไมด์ (Cyclophosphamide) อะซาไทโอพรีน (Azathioprine) เป็นต้น ยานี้เป็นยา
อันตราย อาจทำให้ ผมร่วงหรือหัวล้านได้ผมร่วงหรือหัวล้านได้  ผมร่วงหรือหัวล้านได้ เมื่อ
หยุดยา ผมจะงอกขึ้นใหม่ได้  นอกจากนี้ อาจให้ยารักษาตามอาการ เช่น ยาแก้ปวดลดไข้
ยาบำรุงโลหิต (ถ้าซีด)  ยาปฏิชีวนะ (ถ้ามีการติดเชื้อ) เป็นต้น ผลการรักษา ไม่แน่นอนขึ้น
อยู่กับความรุนแรงของโรค และตัวผู้ป่วย บางคนอาจมีโรคแทรกซ้อนและถึงแก่กรรมใน
เวลาไม่นาน บางคนอาจมีอาการกำเริบเป็นครั้งคราว ถ้าผู้ป่วยสามารถมีชีวิตรอดจากโรค
แทรกซ้อนต่างๆ ได้เกิน 5 ปี โรคก็จะไม่กำเริบรุนแรง และค่อย ๆ สงบไปได้   นาน ๆครั้ง
อาจมีอาการกำเริบ แต่อาการมักจะไม่รุนแรง และผู้ป่วย สามารถมีชีวิตเยี่ยงคนปกติได้

ข้อแนะนำ
1. โรคนี้สามารถแสดงอาการได้หลายแบบ เช่น มีไข้เรื้อรังคล้ายมาลาเรีย มีจุดแดงขึ้นคล้าย
ไอทีพี บวมคล้ายโรคไต ชักหรือหมดสติคล้ายสมองอักเหบ   เสียสติ เพ้อคลั่งคล้ายคนวิกลจริต
เป็นต้น ดังนั้นถ้าพบผู้ป่วยที่มีอาการเรื้อรัง ไม่ว่าจะเป็นอาการของระบบใด     โดยไม่ทราบ
สาเหตุควรนึกถึงโรคนี้ไว้เสมอ
2. โรคนี้ถึงแม้จะมีความรุนแรง แต่ถ้าติดต่อรักษากับแพทย์เป็นประจำ และปฏิบัติตามคำ
แนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด จะช่วยลดอาการแทรกซ้อน และมีชีวิตยืนยาวได้
3. ผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้อาจป้องกันมิให้อาการกำเริบได้ โดยการทำจิตใจให้สบาย อย่าท้อแท้
สิ้นหวัง หรือ วิตกกังวลจนเกินไป ส่วนผู้ที่แพ้แดดง่าย ควรหลีกเลี่ยงการออกกลางแดด ถ้า
จำเป็นต้องออกกลางแดดควรกางร่ม ใส่หมวกใส่เสื้อแขนยาว ควรพยายามหลีกเลี่ยงการติด
เชื้อ เช่น อย่ากินอาหารหรือน้ำดื่มที่ไม่สะอาด อย่าเข้าใกล้คนที่ไม่สบาย อย่าเข้าไปในที่ ๆ มี
คนแออัด เป็นต้น และทุกครั้งที่รู้สึกไม่สบาย ควรรีบไปหาหมอที่เคยรักษา



 

 

 

 ตะคริว Muscle Cramps
ลักษณะทั่วไป
ตะคริว หมายถึง อาการกล้ามเนื้อเกร็งแข็งและปวดซึ่งจะเกิดขึ้นรวดเร็ว และมักจะเป็นอยู่
เพียงไม่กี่นาที กล้ามเนื้อที่พบเป็นตะคริวได้บ่อย ได้แก่ กล้ามเนื้อน่องและต้นขา ตะคริวเป็น
ภาวะที่พบได้บ่อยมาก ซึ่งจะพบได้เป็นครั้วคราวในคนเกือบทุกคน

สาเหต
ส่วนมากจะไม่มีสาเหตุร้ายแรง เป็นเพียงชั่วเดี๋ยวเดียวก็หายได้เอง บางคนอาจเป็นตะคริวที่
น่อง ขณะนอนหลับโดยไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด บางคนอาจเป็นหลังออกกำลังมากกว่าปกติ 
หรือนอน นั่งหรือยืนในท่าที่ไม่สะดวกนาน ๆ (ทำให้การไหลเวียนของเลือดไม่สะดวก) ผู้ที่มี
ภาวะแคลเซียมในเลือดต่ำก็อาจเป็นตะคริวได้บ่อย ในผู้หญิงที่ตั้งครรภ์อาจเป็นตะคริวได้
บ่อยขึ้น เนื่องจากระดับของแคลเซียมในเลือดต่ำ หรืออาจเกิดจากการไหลเวียนของเลือด
ไปที่ขาไม่สะดวกในคนที่มีภาวะหลอดเลือดแดงแข็ง (arteriosclerosis) เช่น คนสูงอายุ
ก็มีโอกาสเป็นตะคริวได้บ่อยขึ้น และอาจเป็นขณะที่เดินนาน ๆ หรือขณะที่อากาศเย็นตอน
ดึกหรือเช้ามืด เนื่องจากการไหลเวียนของเลือดไปที่ขาไม่ดีในผู้ป่วยที่ร่างกายเสียเกลือ
โซเดียม เนื่องจากท้องเดิน อาเจียน หรือสูญเสียไปทางเหงื่อเนื่องจากความร้อน (อากาศ หรือ
ทำงานในที่ที่ร้อนจัด) อาจเป็นตะคริวรุนแรง คือ เกิดกับกล้ามเนื้อหลายส่วนของร่างกายและ
มักจะเป็นอยู่นาน)

อาการ
ผู้ป่วยอยู่ ๆ รู้สึกกล้ามเนื้อส่วนใดส่วนหนึ่ง (เช่น น่อง หรือต้นขา) มีการแข็งตัวและปวดมาก
เอามือคลำดูจะรู้สึกแข็งเป็นก้อน ถ้าพยายามขยับเขยื้อนกล้ามเนื้อส่วนนั้นจะทำให้ยิ่งแข็งตัว
และปวดมากขึ้นการนวดและยืดกล้ามเนื้อส่วนนั้น จะช่วยให้ตะคริวหายเร็วขึ้น   ถ้าเป็นขณะ
นอนหลับ ผู้ป่วยอาจรู้สึกปวดจนสะดุ้งตื่นโดยทั่วไป จะเป็นอยู่เพียงไม่กี่นาทีก็หายได้เอง และ
ไม่มีความผิดปกติอื่น ๆ เกิดร่วมด้วย เมื่อหายแล้วผู้ป่วยจะรู้สึกเป็นปกติทุกอย่าง

สิ่งตรวจพบ
กล้ามเนื้อเกร็งแข็ง

การรักษา
1. ขณะที่เป็นตะคริว ให้ทำการปฐมพยาบาล โดยใช้มือนวดกล้ามเนื้อที่เป็นตะคริว หรือยืด
กล้ามเนื้อส่วนนั้นให้ตึง เช่น ถ้าเป็นตะคริวที่น่องให้เหยียดหัวเข่าตรง และดึงปลายเท้ากระดก
เข้าหาเข่าให้มากที่สุด ถ้าเป็นตะคริว ที่ต้นขาให้เหยียดหัวเข่าตรง ยกเท้าขึ้นให้พ้นจากเตียง
เล็กน้อยและกระดกปลายเท้าลงล่าง (ไปทางด้านตรงข้ามกับหัวเข่า)
2. ถ้าเป็นตะคริวขณะเข้านอนตอนกลางคืนบ่อย ๆ (เช่น หญิงที่ตั้งครรภ์ คนสูงอายุ) ก่อนนอน
ควรดื่มนมให้มากขึ้นและยกขาสูง (ใช้หมอนรอง) จากเตียงประมาณ 10 ซม.(4 นิ้ว) ในหญิง
ตั้งครรภ์ อาจให้ยาเม็ดแคลเซียมแลกเทตกินวันละ 1-3 เม็ด
3. ถ้าเป็นตะคริวจากการเสียเกลือโซเดียม (เช่น เกิดจากท้องเดิน อาเจียน เหงื่อออกมาก) 
ควรให้ดื่มสารละลายน้ำตาลเกลือแร่ ถ้าดื่มไม่ได้ ควรให้น้ำเกลือนอร์มัลซาไลน์ทางหลอด
เลือดดำ
4. ถ้าเป็น ๆ หาย ๆ บ่อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นขณะเดินนาน ๆ ควรแนะนำผู้ป่วยไปโรง
พยาบาลเพื่อตรวจหาสาเหตุ อาจมีความผิดปกติเกี่ยวกับการไหลเวียนของเลือดที่ขา หรือมี
ภาวะหลอดเลือดแดงแข็งจากเบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือโรคอื่น ๆ
ในผู้สูงอายุที่เป็นตะคริวตอนกลางคืนเป็นประจำ ควรให้กินไดเฟนไฮดรามีน  ขนาด 50 มก
ก่อนนอนอาจช่วยป้องกันไม่ให้เป็นตะคริวขณะเข้านอนได้



 


 






We subscribe to the
HONcode principle
of the Health on the
Net Foundation

 
About Us | Add URL I Privacy Policy | Member Register | Health Shop | Contact Us | Health Board | Advertising
Disease / Condition | Head Line News | Healthcare | Diagnostic | Alternative Medicine |
Health Game Zone


1999-2000 Thailabonline.com. All rights reserved. 
By using this information service,    you accept the terms of our Visitor Agreement. Please read it. 
The material on Thailabonline.com and iHealthsite.net are for informational purposes only and is not 
a substitute for medical advice or treatment for any medical conditions.   You should promptly seek 
professional medical care if you have any concern about your health, and you should always consult 
your physician before starting a fitness regimen.
”Thailabonline.com” and “ihealthsite.net” are trademarks of Crystal Diagnostics Co.,Ltd.