BECOME A MEMBER
สมัคร ! สมาชิกชมรมรักสุขภาพ
ฟรี ข่าวสาระความรู้เรื่องสุขภาพ

 


top


โรคปวดข้อรูมาตอยด์
  
Rheumatoid 
  Arthritis

ปวดไขข้อ บั่นทอนสุขภาพ
  ร่างกายจิตใจและการทำงาน 

   Herniated  
   internertebral 
   disks
โรคข้อเสื่อม/ปวดข้อ
   ในคนสูงอายุ
  
Osteoarthritis



ข้อเคล็ด/ข้อแพลง
  
Sprain and Strain
กระดูกคอกดรากประสาท
  
Cervical 
   Spondolysis

ข้อสันหลังอักเสบเรื้อรัง
  
Ankylosing     
   Spondylitis

หมอนรองกระดูก
   สันหลังเคลื่อน

เอสแอลอี SLE
เส้นเอ็นอักเสบ
  
Tendinitis
ตะคริว
  
Muscle Cramps
โรคปวดกล้ามเนื้อหลัง  
  
Musculo
   tendinous Strain

กระดูกคองอ  
   กดรากประสาท
   Cervical 
   Spondolysis

เส้นประสาทมือถูกพังผืด
   รัดแน่น
  
Carpal Tunnel  
   Syndrom CTS


ภาพแสดงโรคเกี่ยวข้อ
   เข่าเสื่อม/อักเสบ
  ImageAlbum about
  Disease


 

Health Navigation






สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม
กรุณาแจ้งให้ทึมงานเพื่อ
จัดเตรียมหาสาระให้



Contact : 
info@thailabonline.com
ชมรมเรารักสุขภาพ 
ไทยแล็ปออนไลน์




 



  ปวดไขข้อ บั่นทอนสุขภาพร่างกายจิตใจและการทำงาน 


ตามสถิติโลกปรากฎว่าชาวอเมริกันเป็นโรคปวดข้อประมาณ 16 ล้านคน
ในประเทศไทยถ้าจะคำนวณอย่างคร่าวๆประมาณ 2-5% หรือเฉลี่ยราว 
3.5% จากประชากรไทย 60กว่าล้านคนจะมีคนเป็นโรคปวดข้อประมาณ
 2.1 ล้าน หรือ 3 ล้านคน นับว่ามากพอดู ทำให้ร้านขายยาแก้ปวดขายดี
เป็นเทน้ำเทท่าข้อใหญ่ๆ ของร่างกายมีประมาณ 70 ข้อ ซึ่งไม่รวมข้อเล็กๆ 
ตามนิ้วมือและนิ้วเท้า เมื่อเด็กในครรภ์เจริญวัยจนมีอายุได้ราว 4-5 เดือน 
จะเริ่มมีการเคลื่อนไหวร่างกายโดยมารดาจะสังเกตหรือรู้สึกได้ว่าเด็กใน
ครรภ์เริ่มดิ้นเมื่ออายุราว 4-5 เดือน ซึ่งแปลว่าข้อของเด็กเริ่มทำงานและ

จะเคลื่อนไหวอยู่ตลอดจนคลอดออกจากครรภ์มารดา และเมื่อเด็กเจริญวัยขึ้น 
จากเด็กแบเบาะมาเป็นเด็กวัยรุ่นถึงวัยหนุ่มสาวและวัยชรา ข้อทุกข้อคงทำงาน
เคลื่อนไหวอยู่ทุกวันตลอดเวลาจนถึงวันสุดท้ายของชีวิต ข้อแว่นใหญ่จึงมีเวลาพักผ่อนก็เฉพาะ
เวลานอนพักหรือนอนหลับเท่านั้น

ถึงกระนั้นก็ยังมีข้ออีกหลายข้อของร่างกายที่ไม่มีเวลาพักผ่อนเหมือนข้ออื่นๆ ข้อเหล่านี้ คือ ข้อ
ระหว่างซี่โครง สองข้างรวม 24 ซี่ และกระดูกสันหลังส่วนอก 12 ชิ้น กระดูกหน้าอก กระดูก
สะบัก กระดูกไห ปลาร้าทั้งสองข้างรวมประมาณ 40 ข้อ ข้อดังกล่าวมานี้ไม่มีโอกาสได้หยุดพัก
การเคลื่อนไหวเลย แม้ร่างกายจะหลับแล้วแต่การหายใจของปอดยังคงทำงานอยู่ตลอดเวลา 
เช่นเดียวกับหัวใจที่ต้องเต้นอยู่ทุกวินาทีการหายใจของร่างกาย ขณะนอนหลับถูกควบคุมโดย
ประสาทอัติโนมัติ ที่บังคับและควบคุมให้กำบังลมซึ่งเป็นแผ่นกล้ามเนื้อแบนๆ อยู่ส่วนใต้ของ
ปอดทั้งสองข้างทำหน้าที่ขยายตัวและหดตัวเพื่อดูดอากาศเข้าออก ขณะที่คนเราหายใจอยู่ตลอด
เวลาแม้หลับแล้ว ข้อดังกล่าวที่อยู่รอบทรวงอกหรือปกคุมปอดทั้งสองข้าง ซึ่งต้องทำงานเคลื่อน
ไหวตามการขยายตัวเข้าออก ของปอดโดยไม่มีเวลาหยุดแต่เป็นเพียงการเคลื่อนไหวของข้อ
เพียงเล็กน้อย พอให้ปอดทั้งสองข้างสูดอากาศนำออกซิเจนเข้าและถ่ายก๊าชคาร์บอนไดออกไซน์
ออกเท่านั้น ตราบเท่าที่คนเรามีชีวิตอยู่


การเคลื่อนไหวของข้อต่างๆ ดังกล่าวมาแล้วจะเห็นได้ว่า ตั้งแต่คน
เราตื่นนอนจนถึงเข้านอน ข้อต่างๆต้องทำงานตลอดเวลาที่เรา เดิน
ยืน หรือ นั่ง ทำงานเบาๆ จนถึงทำงานหนักๆ เช่น แบกกระสอบข้าว
100 กิโลกรัม เป็นต้น ข้อต้องทำงานหนักโดยเฉพาะข้อกระดูกสัน
หลัง ข้อสะโพก ข้อเท้าและหัวเข่า จึงทำให้ข้อเหล่านี้เสื่อมและปวด
ได้ง่าย เพราะได้รับแรงกระแทกจากของหนักๆ ทุกวันนอกจากนี้ข้อ
ต่างๆ ยังมีโอกาสเป็นโรคต่างๆ ได้อีกหลายโรค อาจเกิดความ
พิการของข้อและข้อไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ เดินไม่ได้ ไม่สามารถ
ทำงานได้คล้ายคนเป็นอัมพาต ในที่สุดเมื่อไม่สามารถช่วยตัวเองได้ก็
ย่อมเป็นภาระของญาติพี่น้อง หรือคนอื่นต้องมาดูแลพยาบาลจนกว่าจะสิ้นใจเหมือนผู้ป่วยเป็น
อัมพาตทุกประการ

สาเหตุของโรคปวดข้อที่พบบ่อยคือ

โรคข้อเสื่อม
ความเสื่อมของข้อเกิดขึ้นตามวัยและสังขารเมื่อเข้าสู่วัยชราตั้งแต่อายุ 50 ปีขึ้นไป
จะช้าหรือเร็วก็ขึ้นอยู่กับอาชีพที่ทำงานหนักมาก-น้อยเพียงใด เป็นเวลานานเท่าใด ข้อที่รับน้ำหนัก
กดกระแทกมากคือ ข้อกระดูกสันหลัง ข้อเข่าและข้อเท้า การแบกของหนักๆ ทำให้กระดูกสันหลัง
ทรุดตัวลง และความเสื่อมของกระดูกอ่อนทำให้เกิดปวดข้อหัวเข่า

การบำบัด 
ก)
การพักข้อที่ปวดโดยหยุดทำงาน ซึ่งอาจกินเวลาเป็นสัปดาห์หรือเป็นเดือน
ข) ยืดการเส้นยืดสายเบาๆ ทีละน้อยๆ เท่าที่ทำได้โดยไม่ให้เจ็บปวดมากนัก
ค) แช่น้ำร้อนวันละ 30 นาที
ง) ใช้ผ้ายืดพันข้อที่ปวดหรือเข้าเฝือก (ถ้าเป็นมาก)ใส่ปลอกคอสำหรับปวดกระดูก สันหลัง ใส่เสื้อ
กั๊กเหล็ก

ข้ออักเสบจากเชื้อจุลินทรีย์

สาเหตุ
-
จากเชื้อหนองธรรมดาและมีบาดแผลใกล้ข้อ
  เชื้ออาจลุกลามไปที่ข้อทำให้ข้ออักเสบและปวดการบำบัดต้องให้ยาปฏิชีวนะ
  และการพักผ่อนถ้าเป็นมากอาจต้องผ่าตัด
- การอักเสบจากเชื้อหนองใน เช่น ข้อเข่า ข้อเท้า สะโพกหรือหัวไหล่ การบำบัดด้วยยาปฏิชีวนะ
  และการพักผ่อน

 

ข้ออักเสบจากเชื้อวัณโรค

เชื้อวัณโรคที่เข้าสู่ร่างกายแล้วอาจทำให้เกิดพยาธิในอวัยวะใดก็ได้ เช่น กระดูกสันหลังส่วนนอก
ที่พบบ่อยคือกระดูกสะโพกและหัวเข่าทำให้หลังโกง คด ปวดหลัง และเมื่อกระดูกสันหลังทรุดลง
จะกดเส้นประสาททำให้เป็นอัมพาตได้ ถ้าเป็นที่สะโพกและหัวเข่าจะปวดบวมจนเดินไม่ได้

การบำบัด กินยารักษาวัณโรค ถ้าเป็นมากต้องให้แพทย์ทำการผ่าตัด

ข้ออักเสบจากการกระทบกระแทก และจากอุบัติเหตุ
การยกของหนักๆ ทุกวัน การกระโดดจากที่สูงของนักกีฬาที่กระโดดโลดเต้นมากๆ
จะทำให้เยื่อบุข้ออักเสบบวมแดงและมีน้ำภายในข้อมากขึ้น ถ้าการกระแทกรุนแรงมากจนมี
การฉีกขาดของเอ็นหุ้มข้อ และเยื่อหุ้มข้อฉีกขาดที่จะปวดมากจนเดินไม่ได้ ที่พบบ่อยคือ ข้อเข่า
ข้อเท้า และสะโพกการบำบัด ในการที่มีการฉีกขาดของเอ็นต้องทำการผ่าตัดและเข้าเฝือก ถ้า
เป็นน้อยๆ ก็ใช้ยาทานวด แช่น้ำร้อน ใช้ผ้ายืดพัน เพื่อให้การเคลื่อนไหวน้อยลงหยุดพักผ่อนจน
กว่าจะหายปวด

     

โรคเก๊าท์ (GOUT)
โรคเก๊าท์เป็นโรคทางพันธุกรรม เนื่องจากความบกพร่องในการแปรธาตุของกรดยูริคในร่างกาย
ทำให้ผลึกของสารโซเดียมยูเรทเข้าไปเกาะตามเนื้อเยื่อของข้อ ใต้ผิวหนังใกล้เคียงทำให้ข้ออัก
เสบบวมและปวดมากเวลาเคลื่อนไหว ผู้ชายเป็นมากกว่าผู้หญิงในอัตรา 90: 10 ข้อที่เป็น
โรคเก๊าท์ คือ ข้อเข่า ข้อเท้า ข้อมือ อาการปวดจะกินเวลา 4-8 สัปดาห์ การตรวจเลือดหายูริค 
จะพบว่าสูง 8-14 ม.ก/ด.ล
การบำบัด ใช้ยา (Rheumatic Arthritis)

ข้ออักเสบรูมาติค (Rheumatic Arthritis)

สาเหตุ ที่แท้จริงชองโรคยังไม่ทราบแน่นอน แต่สาเหตุที่น่าเชื่อที่สุดข้อหนึ่ง คือมีเชื้อจุลินทรีย์
สเตรปโตคอคคัส ไปทำให้มีการอักเสบที่คอหอยและบริเวณต่อมทอนซิล และเชื้อจุลินทรีย์นี้จะ
กระจายไปตามกระแสเลือดไปสู่ตามข้อ และที่ลิ้นของหัวใจข้างซ้ายทำให้ข้อใหญ่ๆ และลิ้นหัวใจ
ข้างซ้ายอักเสบ จนลิ้นหัวใจขาดเล็กลงปิดไม่สนิทกลายเป็นโรคหัวใจรั่ว โรคข้อรูมาติคนี้พบได้ใน
เด็กตั้งแต่อายุน้อยๆ จนถึงวัยหนุ่มสาว

อาการ ผู้ป่วยเริ่มเป็นไข้ปวดหัว และปวดที่ข้อใหญ่ๆ เช่น หัวเข่า ข้อเท้า ข้อศอก ข้อจะบวมแดง
และปวด โดยจะเป็นทีละข้อ แล้วค่อยๆ ลุกลามต่อๆ ไป อาจจะเป็นเพียง 1-2 ข้อก็ได้ การอักเสบ
จะเป็นอยู่ประมาณ 5 ถึง 10 วัน หรือนานกว่านี้ประมาณร้อยละ 30 ของผู้ป่วยข้ออักเสบรูมาติคจะ
มีความพิการที่หัวใจด้วย

การบำบัด ยาโซเดียมซาลิซิเลต และสเตอรอยฮอร์โมน จะทำให้อาการปวดข้อหายดีในระยะอันสั้น
การพักผ่อนช่วยให้การปวดข้อบรรเทาลงโดยเร็ว

ข้ออักเสบรูมาตอยด์ (Rheuma-tioid Arthritis)

สาเหตุ
ที่แท้จริงของโรคยังไม่ทราบ แต่สาเหตุที่ช่วยให้เกิดข้ออักเสบ คือ เชื้อจุลินทรีย์สเตรปโต 
คอคคัส ซึ่งอาจเพาะได้จากข้อและมีโรคภูมิแพ้ ซึ่งมักเกิดร่วมกับโรคภูมิแพ้อื่นๆ ด้วยอาการปวด
มักเกิดตามข้อเล็กๆ เช่น ที่นิ้วมือและนิ้วเท้า พร้อมมีไข้อ่อนเพลีย ต่อมาจะมีอาการบวมตามข้อ
เล็กๆ ตามโคนนิ้วมือทั้งสองข้าง แม้กินยาแก้ปวดอาการปวดก็ไม่ทุเลา

การบำบัด ให้ยาแก้ปวดและสเตอรอยด์ฮอร์โมน รวมทั้งการพักผ่อน ขณะนี้ยังไม่มียาบำบัดโดย
เฉพาะเพียงรักษาตามอาการเท่านั้น


โรคถุงน้ำเบเคอร์
(Bakker’s Cyst)

โรคถุงน้ำเบเคอร์ จะเกิดที่หัวเข่าโดยมีอาการปวดและนั่งยองๆ ไม่ได้ เมื่อคลำจะพบก้อนนิ่มๆหลัง
ข้อเข่าที่ขาพับ ซึ่งเป็นถุงน้ำของข้อเข่า
สาเหตุ 
1) การวิ่ง การกระโดดมากๆ เป็นเวลานานๆ
2) การยกของหนักๆ ทุกวัน ทำให้ถุงน้ำของข้อถูกกระแทกทุกวัน จนเยื่อบุข้อซินโนเวียมบางลง 
และถูกดันยื่นไปด้านหลังของข้อเข่ากลายเป็นถุงน้ำเรียกว่า ถุงเบเกอร์ขนาด 3-5 ซ.ม.

การบำบัด โดยการผ่าตัดเอาถุงน้ำเบเกอร์ออก

โรคปวดข้อระหว่างกระดูกสันหลังส่วนเอว

ข้อระหว่างกระดูกสันหลังมีลักษณะคล้ายหมอน เรียกว่า ดิสค์ (DISC) แต่ต่างจากข้อธรรมดาของ
ข้อทั่วๆไป หมอนนี้ประกอบด้วยกระดูกอ่อนโดยมีเยื่อพังผืดแทรกอยู่ภายใน ทำให้หมอนเหนียวและ
แข็งแรงมาก เพื่อรับน้ำหนักจากการกระแทกแรงๆ เวลายกของหนักหรืออหกล้วยน้อยก้นกระแทก
พื้น
สาเหตุ 
1) การแบกของหนักทุกวัน เช่น แบกกระสอบข้าวสารหนัก 100 กิโลกรัม ทำให้หมอนทรุดตัวลง
ทำให้ปวดหลังมากขึ้น
2) การหกล้มก้นกระแทกพื้นทำให้กระดูกสันหลังกดลงบนหมอนโดยตรง ถ้าผู้ป่วยอายุมากกระดูก
สันหลังอาจเปราะร้าว และทรุดตัวไปกดประสาทกระดูกได้ ทำให้ปวดหลังมากขึ้น
3) การทำงานอยู่ท่าเดียวนานๆ เช่น ช่างเย็บรองเท้า, ช่างเย็บเสื้อ, คนขับรถแท็กซี่นั่งในท่านั้นๆ 
นานกว่า 3-4 ชั่วโมงติดต่อกันจนทำให้มีอาการปวดหลังได้
4) การเสื่อมตามธรรมชาติของร่างกาย ถ้าออกแรงหนักๆ ในท่าที่ไม่เคยทำมาก่อนจะทำให้ปวด
หลังทันที
5) การร่วมเพศครั้งแรก โดยเฉพาะ สตรีบางคน เพราะเป็นการปฏิบัติที่ไม่เคยทำมาก่อน

การบำบัด  
1) ควรปฏิบัติตนให้เหมาะสมกับสุขภาพและความสามารถของแต่ละคน ว่าควรทำงานหนักมาก
น้อยเพียงใด ถ้าปวดหลังมากก็ให้รีบหยุดทำงานทันที และกินยาระงับความปวด
2) เมื่อหกล้มก้นกระแทก ถ้ามีอาการปวดมากต้องรีบพบแพทย์
3) การทำงานในท่าเดียวนานๆ ควรมีการบริหารร่างกายและยืดเส้นยืดสายตามสมควรทุกวัน
4) ผู้ที่มีความเสื่อมของข้อตามสังขารควรระวังการทำงาน การเล่นกีฬา ให้พอเหมาะกับสุขภาพ
ของตัวเอง
5) สำหรับคู่สมรสในวันแรกผู้ชายไม่ควรปฏิบัติรุนแรงเกินไป เพราะฝ่ายหญิงถ้าไม่เคยร่วมเพศ
มาก่อนจะมีอาการปวดหลังบริเวณเอวในคืนแรกของการแต่งงานได้ หากอาการปวดมากขึ้นในวัน
รุ่งขึ้นต้องแจ้งให้ฝ่ายชายทราบทันที 

การปวดกระดูกสันหลังส่วนคอ

สาเหตุ 
1) เด็กที่ได้รับการบิดรัดคอระหว่างการคลอด เนื่องจากแพทย์ใช้คีมช่วยดึงศรีษะ
2) การเสื่อมของหมอนรองข้อตามสังขาร
3) อุบัติเหตุทำให้หมอนรองข้อไปกดเส้นประสาทคอ
4) วัณโรคของกระดูกสันหลังที่คอ
5) มะเร็งหรือเนื้องอกของกระดูกคอหรือหมอนรองข้อ

การบำบัด
การพักผ่อน
การใช้ยาแก้ปวด
การใส่เฝือกที่คอ
การดึงคอ 20-30 ครั้ง
กายภาพบำบัด
เมื่อการรักษาดังกล่าวไม่ได้ผล ต้องให้แพทย์ทำการผ่าตัดต่อไป

เนื้องอกธรรมดา และมะเร็งของกระดูกแข็ง กระดูกอ่อน เยื่อหุ้มซินโนเวียม 
เอ็นหุ้มข้อ

สาเหตุ 

1) เนื้องอกธรรมดาอาจเกิดขึ้นในกระดูกแข็งกระดูกอ่อน และเซลล์ต่างๆ ของข้อได้ทุกข้อ แต่มัก
ไม่รุนแรงและการบำบัดรักษาก็ง่ายมาก
2) มะเร็งที่เกิดขึ้นที่กระดูกแข็ง กระดูกอ่อน เยื่อหุ้มซินโนเวียม เอ็นหุ้มข้อ
3) มะเร็งที่กระจายตามกระแสดลหิต แล้วมาเกิดที่กระดูกหรือส่วนใดของข้อในร่างกายได้ทุกข้อ
เมื่อพบเป็นที่กระดูกหรือข้อใดแล้วจะต้องหามะเร็งต้นเหตุให้ได้ โดยฉายภาพรังสีหรือการตัดเอา
ชิ้นมะเร็งมาตรวจดูว่าเป็นเซลล์ของอวัยวะใด จึงจะทราบต้นตอของมะเร็งได้

อาการ 
เนื้องอกธรรมดา ถ้าเกิดที่ข้อและมีขนาดเล็กอาการเจ็บปวดก็จะไม่มากนัก แต่เมื่อโตขึ้นจนทำ
ให้ปวดและเคลื่อนไหวลำบากก็ควรให้แพทย์ตัดออก มะเร็งของข้อหรือกระดูกจะทำลายข้อและ
กระดูกจนพิการหรือมีอาการปวดมากควรรีบพบแพทย์ เพื่อตรวจและการบำบัดโดยเร็วก่อนที่จะ
สายเกินไป และเพื่อให้แน่ใจว่าเป็นมะเร็งเริ่มแรกหรือเป็นมะเร็งที่กระจายมาจากอวัยวะอื่น

การบำบัด 
เมื่อผู้ป่วยมีก้อนหรืออาการเจ็บปวดที่กระดูกหรือข้อจะต้องรีบพบแพทย์เพื่อการตรวจ การฉายรังสี
และการตัดเอาเนื้อออกมาดูว่าเป็นเนื้องอก หรือมะเร็งชนิดไหนซึ่งแพทย์ได้แนะนำการรักษาที่ถูก
ต้องต่อไป ยิ่งไปหาแพทย์เร็วเท่าใดยิ่งเป็นผลดีในการรักษา ก่อนที่มะเร็งจะกระจายไปยังอวัยวะ
อื่นจนทำให้การบำบัดยุ่งยากขึ้นมาก

ข้อคิดเห็น 

มนุษย์ทุกคนที่เกิดมาต้องต่อสู้กับการดำรงชีวิตดังคำพังเพยที่ว่า หลังสู้ฟ้า 
หน้าสู้ดิน  จากผลของการต่อสู้เพื่อดำรงชีวิตนี่เองเป็นสาเหตุของโรคปวด
ข้อปวดหลังมาสู่ตัวเรา      นอกจากนี้ยังมีโรคร้ายต่างๆ มาทับถมอีก เช่น
เนื้องอกธรรมดา มะเร็ง วัณโรค โรคเก๊าท์ โรครูมาติสซึ่ม และโรคข้อ
รูมาตอยด์ดังกล่าวมาแล้ว ปัญหาของชีวิตจึงอยู่ที่ว่า  เราควรปฏิบัติตน
อย่างไรที่จะหลีกพ้นโรคปวดข้อ จึงเป็นหน้าที่ของท่านเองที่จะสำนึก
เสมอว่าร่างกายของท่านมีความสามารถแค่ไหน  แข็งแรงแค่ไหนทำงาน
หนักมากน้อยเพียงใด ทำไหวหรือไม่ เกินกำลังหรือไม่ จึงอยู่ที่ตัวของท่านเองที่จะต้องประมาณตน
ในการทำงานการเคลื่อนไหวของร่างกายการออกกำลังกาย การเล่นกีฬาทุกชนิด ท่านไม่ควร
ประมาทหรือทะนงตัวว่าฉันทำได้ ท่านผู้อ่านคงเคยได้ยินข่าวนักวิ่งเร็วทำสถิติโลกชาวอเมริกัน-
นิโกรที่วิ่งจนเอ็นน่องขาดต้องเย็บนอนเจ็บอยู่ในโรงพยาบาลนับเดือนและนักเทนนิสระดับโลกมี
ข้อศอกเคล็ดและเอ็นหุ้มข้อฉีกขาดจนงอข้อศอกเข้า-ออกไม่ได้ ซึ่งตำราแพทย์เรียกข้อศอกนี้ว่า
ข้อศอกนักเทนนิส     หรือ Tennis Elbow เป็นต้น โรคปวดข้อศอกนี้อาจเกิดในคนที่ต้องใช้กำลัง
แขนทำงานหนักมากๆ เช่นช่างไม้ ช่างตีเหล็ก นักพุ่งแหลน นักทุ่มน้ำหนักฯลฯ เช่นกัน




 

 


  โรคข้อเสื่อม/ปวดข้อในคนสูงอายุ Osteoarthritis

ลักษณะทั่วไป

โรคข้อเสื่อม พบเป็นสาเหตุอันดับแรกของอาการปวดข้อในคนอายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป หรือ
หลังวัยหมดประจำเดือน พบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายประมาณ 3 เท่า ถือเป็นโรคเรื้อรัง ที่ไม่
ค่อยมีโรคแทรกซ้อนที่อันตรายร้ายแรง แต่จะมีอันตรายที่เกิดจากการใช้ยาแก้ปวดอย่าง
พร่ำเพรื่อ

สาเหตุ
เกิดจากข้อเสื่อมตามวัย หรือข้อรับน้ำหนักมากเกินไป   หรือมีการบาดเจ็บทำให้กระดูกอ่อน
ตรงผิวข้อต่อสึกกร่อน และมีกระดูกงอก (หินปูนเกาะ) ขรุขระ เวลาเคลื่อนไหวข้อจึงทำให้เกิด
อาการปวดขัดในข้อ อาจมีสาเหตุจากกรรมพันธุ์ อายุมาก ความอ้วน (น้ำหนักมาก)  อาชีพที่
ต้องใช้ข้อมาก (เช่น อาชีพที่ต้องยืนนาน ๆ) เป็นต้น ข้อที่เป็นได้บ่อย  มักเป็นข้อที่รับน้ำหนัก
มาก ได้แก่ ข้อเข่า ข้อสะโพก ข้อกระดูกสันหลัง ข้อกระดูกคอเป็นต้น  นอกจากนี้บางคนอาจ
เป็นตามข้อนิ้วมือ (ปลายนิ้วมือ และกลางนิ้วมือ) ได้ ผู้ป่วยอาจมีภาวะเสื่อมของข้อหลาย 
แห่งพร้อมกัน แต่มักจะมีอาการแสดงเพียง 1-2 ข้อเท่านั้น

อาการ
ผู้ป่วยจะมีอาการปวดขัดในข้อ (เช่น ปวดเข่า ปวดสะโพก ปวดหลัง ปวดต้นคอ) เรื้อรังเป็น
แรมเดือนแรมปี บางครั้งอาจมีเสียงดังกร๊อบแกร๊บขณะที่เคลื่อนไหว ผู้ป่วยที่ปวดที่ข้อเข่า 
มักจะปวดมากเวลาเปลี่ยนจากท่านั่งเป็นท่ายืน (โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เวลานั่งคุกเข่า พับเพียบ
หรือ ขัดสมาธินาน ๆ) หรือเดินขึ้นบันได     หรือยกของหนัก อาการปวดข้อมักจะเป็นตอน
กลางคืน หรือเวลาอากาศเย็นชื้น ข้อที่ปวดมักจะไม่มีอาการบวมแดงร้อน แต่ถ้าเป็นมาก 
อาจมีอาการบวม และมีน้ำขังอยู่ในข้อ โดยทั่วใปผู้ป่วยจะมีอาการทั่วไปเป็นปกติทุกอย่าง

สิ่งตรวจพบ
เมื่อจับข้อเข่าหรือข้อสะโพกที่ปวดโยกไปมา จะมีเสียงดังกร๊อบแกร๊บ

อาการแทรกซ้อน
ถ้าเป็นรุนแรงอาจมีอาการเคลื่อนไหวข้อไม่สะดวก เช่น เดินไม่ถนัด

การรักษา
1. ถ้ามีอาการปวด ให้พักข้อที่ปวด (เช่น อย่าเดินมาก ยืนมาก) และใช้น้ำร้อนประคบ และกิน
ยาแก้ปวดพาราเซตามอล บรรเทา ถ้ามีอาการปวดมาก อาจให้ยาต้านอักเสบที่ไม่ใช่สเตอ-
รอยด์ 3-5 วัน ไม่ควรกินติดต่อกันนาน ๆ และควรระมัดระวังในการใช้ยานี้ในผู้สูงอายุและ
ผู้ป่วยโรคกระเพาะ
2. พยายามหลีกเลี่ยงสิ่งที่จะทำให้อาการปวดข้อกำเริบ เช่น ห้ามยกของหนัก อย่ายืนนาน อย่า
นั่งคุกเข่า พับเพียบ หรือขัดสมาธิ พยายามนั่งในท่าเหยียดเข่าตรง ควรเปลี่ยนอิริยาบถบ่อย ๆ
เช่น หลังจากนั่งทำงานนาน 1 ชั่งโมง ควรพัก และลุกขึ้นเดินสัก 2-3 นาที เป็นต้นถ้าน้ำหนัก
มาก ควรพยายามลดน้ำหนัก ซึ่งจะช่วยให้อาการปวดทุเลาได้มาก
3. พยายามบริหารกล้ามเนื้อที่เคลื่อนไหวข้อให้แข็งแรง เช่น ถ้าปวดหลังก็ให้บริหารกล้าม
เนื้อหลังถ้าปวดเข่าก็บริหารกล้ามเนื้อต้นขาส่วนหน้า การฝึกกล้ามเนื้อควรเริ่มทำเมื่ออาการ
ปวดทุเลาลงแล้ว ระยะแรกฝึก วันละ 2-3 ครั้ง ๆ ละ 3-5 นาท   ี จนไม่รู้สึกเมื่อย  จึงเพิ่มเป็น
วันละ 3-5 ครั้ง การบริหารกล้ามเนื้อเข่า เริ่มแรกไม่ต้องถ่วงด้วยน้ำหนัก ต่อไปค่อย ๆ  ถ่วง
น้ำหนัก (เช่น ใส่ถุงทราย)ที่ข้อเท้า ทีละน้อย จาก 0.3 กก. เป็น 0.5 กก. 0.7 กก. และ 1 กก. 
โดยเพิ่มไปเรื่อย ๆ ทุก 2-3 สัปดาห์ จนยกได้ 2-3 กก. ข้อเข่าก็จะแข็งแรง และลดอาการปวด
4. ถ้าอาการไม่ดีขึ้นใน 3-4 สัปดาห์ หรือบวมตามข้อ หรือ มีอาการปวดร้าวหรือชาตามแขน 
(ร่วมกับปวดคอ) หรือขา (ร่วมกับปวดหลัง)    ควรแนะนำไปโรงพยาบาล อาจต้องตรวจโดย
การเอกซเรย์ดูการเปลี่ยนแปลงของข้อ หรือถ้าบวมตามข้ออาจเจาะน้ำในข้อมาตรวจพิสูจน์
 และรักษาด้วยการให้ยาต้านอักเสบที่ไม่ใช่สเตอรอยด์   ถ้าเป็นมากอาจฉีดสเตอรอยด์ เข้า
ในข้อเป็นครั้งคราว (ไม่ควรเกินปีละ 2-3 ครั้ง   อาจทำให้กระดูกเสื่อม หรือสลายตัวเร็วขึ้น) 
และให้การรักษาทางกายภาพบำบัด ในบางรายแพทย์อาจพิจารณาทำการผ่าตัดเปลี่ยนข้อ 
(สำหรับข้อเข่าหรือข้อสะโพก)

ข้อแนะนำ
1. ภาวะข้อเสื่อมมักจะเป็นอยู่ตลอดไปไม่หายขาด จึงมักจะมีอาการปวดเรื้อรัง และบางคน
อาจรู้สึกปวดทรมานหรือเคลื่อนไหวไม่สะดวก ควรหาทางบรรเทาปวดข้อ ด้วยการปฏิบัติตัว
ของผู้ป่วยเป็นสำคัญ ได้แก่ รู้จักฝึกบริหารกล้ามเนื้อรอบ ๆ ข้อที่ปวดให้แข็งแรง ลดน้ำหนัก
(ถ้าอ้วน) และหลีกเลี่ยงอิริยาบถที่ทำให้ อาการปวดกำเริบ
2. ยาแก้ปวด ควรเลือกใช้พาราเซตามอล ใช้เวลามีอาการปวดมาก ไม่ควรกินเป็นประจำ
3. ควรแนะนำผู้ป่วยอย่าซื้อยาชุด ยาแก้ปวดข้อหรือยาแก้ปวดเส้น หรือยาลูกกลอนไทยมากิน
เอง ยาเหล่านี้มักมียาต้านอักเสบที่ไม่ใช่สเตอรอยด์   และยาสเตอรอยด์ อาจช่วยบรรเทา
อาการปวดข้อได้ แต่หากกินเป็นประจำ อาจเกิดผลข้างเคียงร้ายแรงได้ เช่น เลือดออกใน
กระเพาะอาหาร,กระเพาะอาหารทะลุ, เบาหวาน, ความดันโลหิตสูง, กระดูกผุ



 

 

 

 

 

  โรคปวดข้อรูมาตอยด์ Rheumatoid Arthritis
ลักษณะทั่วไป
โรคปวดข้อรูมาตอยด์ เป็นโรคเรื้อรังชนิดหนึ่งพบได้ประมาณ 1-3 % ของคนทั่วไปพบใน
ผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย ประมาณ 4-5 เท่า และพบมากในช่วงอายุ 20-50 ปี แต่ก็พบได้ใน
คนทุกเพศทุกวัย

สาเหตุ
โรคนี้พบว่ามีการอักเสบเรื้อรังของเยื่อบุข้อเกือบทุกแห่งทั่วร่างกายพร้อม ๆ กันร่วมกับมีการ
อับเสบของพังผืดหุ้มข้อ  เส้นเอ็นและกล้ามเนื้อรอบ ๆ ข้อ  เชื่อว่าเป็นผลมาจากระบบภูมิ
คุ้มกันของร่างกายมีการตอบสนองอย่างผิดปกติต่อเชื้อโรค หรือสารเคมีบางอย่าง (ซึ่งใน
ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่นอน) ทำให้มีภูมิต้านทานที่เกิดปฏิกิริยาต่อเนื้อเยื่อในบริเวณ
ข้อของตัวเอง เรียกว่า ภูมิแพ้ต่อตัวเอง หรือ ออโตอิมมูน (Autoimmune)

อาการ
อาการจะค่อยเป็นค่อยไปเป็นแรมเดือน เริ่มด้วยมีไข้ต่ำ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร น้ำหนักลด
(บางคนอาจลดฮวบฮาบ จนนึกว่าเป็นมะเร็ง) ชาปลายมือปลายเท้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลา
ถูกอากาศเย็น ๆปวดเมื่อยตามตัวและข้อต่าง ๆ แล้วต่อมาจึงมีอาการอับเสบของข้อปรากฏ
ให้เห็นบางคนอาจมีอาการของข้ออับเสบทันทีภายหลังได้รับบาดเจ็บ เป็นโรคติดเชื้อ   ตก
เลือดหลังคลอดหรืออารมณ์เครียด     ข้อที่เริ่มมีอาการอับเสบก่อน ได้แก่ ข้อนิ้วมือนิ้วเท้า ข้อมือ 
ข้อเท้า ข้อเข่า ต่อมาจะเป็นที่ข้อไหล่ ข้อศอกผู้ป่วยจะมีลักษณะจำเพาะ คือปวดข้อ
พร้อมกันทั้งสองข้าง และข้อจะบวมแดงร้อน นิ้วมือนิ้วเท้าจะบวม เหมือนรูปกระสวย ต่อมา
อาการอักเสบจะลุกลามไปทุกข้อทั่วร่างกาย ตั้งแต่ข้อขากรรไกรลงมาที่ต้นคอ ไหปลาร้า 
ข้อไหล่ ข้อศอก ข้อมือ ข้อนิ้วมือลงมาจนถึงข้อเท้าและข้อนิ้วเท้าอาการปวดข้อ และข้อแข็ง
 (ขยับลำบาก) มักจะเป็นมากในเวลาที่อากาศหนาวเย็น หรือในตอนเช้า   ทำให้รู้สึกขี้เกียจ
หรือไม่อยากตื่นนอน พอสาย ๆ จะทุเลาอาการปวดข้อจะเป็นอยู่ทุกวัน และมากขึ้นทุกขณะ
นานเป็นแรมเดือนแรมปี โดยมีบางระยะอาจทุเลาไปได้เอง แต่จะกลับกำเริบรุนแรงขึ้นอีก
โดยเฉพาะอย่างยิ่งขณะมีความเครียดหรือขณะตั้งครรภ์ถ้าข้ออักเสบเรื้อรัง อยู่หลายปี ข้อจะ
แข็งและพิการนอกจากนี้ ผู้ป่วยยังอาจมีอาการซีด ฝ่ามือแดงหรือมีผื่นหรือตุ่มขึ้นตามผิวหนัง 
ส่วนน้อยอาจมีต่อมน้ำเหลืองโต ม้ามโต ตาอักเสบ หัวใจอักเสบ หรือปอดอักเสบร่วมด้วย

สิ่งตรวจพบ
ในระยะแรกอาจตรวจไม่พบอาการชัดเจน ในระยะที่เป็นมาก อาจพบข้อนิ้วมือนิ้วเท้าบวม
เหมือนรูปกระสวย

อาการแทรกซ้อน
ถ้าเป็นรุนแรงและเรื้อรังอาจทำให้ข้อพิการผิดรูปผิดร่าง ใช้การไม่ได้ บางคนอาจมีการผุ
กร่อนของกระดูกในบ้านเราพบว่ามีเพียงส่วนน้อยเท่านั้น ที่อาจมีอาการแทรกซ้อนดังกล่าว

การรักษา
หากสงสัย ควรแนะนำไปโรงพยาบาล การตรวจเลือด จะพบค่าอีเอสอาร์ (ESR)* สูง และมัก
จะพบรูมาตอยด์ แฟกเตอร์ (Rheumatoid Factor) เอกซเรย์ข้อ จะพบมีการสึกกร่อนของ
กระดูก และความผิดปกติของข้อการรักษา ให้ยาต้านอักเสบที่ไม่ใช่สเตอรอยด์   ตัวที่ใช้ได้
ผลดีและราคาถูก ได้แก่ แอสไพริน  ผู้ใหญ่วันละ 4-6 กรัม (12-20 เม็ด) เด็กให้ขนาด 
60-80 มิลลิกรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน โดยแบ่งให้วันละ 3-4 ครั้ง หลังอาหาร 
และกินร่วมกับยาลดกรด   เพื่อป้องกันมิให้เป็นโรคกระเพาะ/แผลเพ็ปติกยานี้ต้องกินติดต่อ
กันทุกวัน นานเป็นเดือน ๆ หรือปี ๆ จนกว่าอาการจะทุเลา (โดยทั่วไปต้องใช้เวลาอย่างน้อย
3-4 เดือน)**ขณะเดียวกันก็ควรให้การรักษาทางภายภาพบำบัดร่วมไปด้วย เช่น การ
ใช้น้ำร้อนประคบ
การแช่หรืออาบน้ำอุ่น (ซึ่งมักจะแนะนำให้ทำในตอนเช้านาน 15 นาที)
ผู้ป่วยควรพยายามขยับข้อต่าง ๆ อย่างช้า ๆ ท่าละ 10 ครั้ง ทำซ้ำทุก 1-2 ชั่วโมง จะช่วย
ลดอาการเจ็บปวดลงได้ภายหลังกินแอสไพรินได้ 1 สัปดาห์    ควรแนะนำให้ผู้ป่วยทำการ
ฝึกกายบริหาร ในท่าต่างๆ ซึ่งควรทำเป็นประจำทุกวันจะช่วยให้ข้อทุเลาความฝืดและเคลื่อน
ไหวได้ดีขึ้นนอกจากนี้ผู้ป่วยควรหาเวลาพักผ่อน สลับกับการทำงาน หรือการออกกำลังกาย
เป็นพัก ๆ ในรายที่เป็นรุนแรง อาจต้องนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาลนานเป็นสัปดาห์ หรือ
เดือน และอาจต้องเข้าเฝือกเพื่อให้ข้อที่ปวดได้พักอย่างเต็มที่ในรายที่ใช้แอสไพรินไม่ได้ผล
ควรเปลี่ยนไปใช้ยาต้านอักเสบที่ไม่ใช่สเตอรอยด์   ตัวอื่น ๆ ถ้ายังไม่ได้ผล อาจต้องให้
ไฮดรอกซีคลอโรควีน (Hydroxychloroquine) หรือสารเกลือของทอง (gold salt) เช่น
ออราโนฟิน (auranofin) ควบด้วย เพื่อลดการอักเสบ ซึ่งมักจะได้ผลค่อนข้างดีในบางราย
อาจต้องให้สเตอรอยด์เพื่อลดการอักเสบ แต่จะให้กินเป็นระยะสั้น หรือให้ยากดอิมมูน เช่น 
เมโทเทรกเซต (Methotrexate), ไซโคลฟอสฟาไมด์ เป็นต้น

*อีเอสอาร์ (ESR) ย่อจาก Erythrocyte Sedimentation Rate หมายถึง อัตราการตก
ตะกอนของเม็ดเลือดแดง ค่าปกติต่ำกว่า 20 มิลลิเมตรใน 1 ชั่วโมง
**เล็ก ปริวิสุทธ์ รูมาตอยด์ หมอชาวบ้าน 2527; 5 (65) : 29-34

ข้อแนะนำ
1. โรคนี้ที่พบในบ้านเรา กว่า 70% จะไม่มีอาการรุนแรง สามารถรักษาด้วยการกินแอส
ไพริน การรักษาทางกายภาพบำบัด และการกำหนดเวลาพักผ่อน และทำงาน หรือออกกำลัง
ให้พอเหมาะจนผู้ป่วยสามารถทำงานได้เป็นปกติ (โดยผู้ป่วยจะต้องกินยาแอสไพรินติดต่อกัน
ทุกวันเป็นปี ๆ)หรืออาจหายขาดได้ มีเพียง 20-30% ที่อาจมีอาการรุนแรงที่ต้องใช้ยาอื่น ๆ
รักษา**
2. หัวใจของการรักษาโรคอยู่ที่การปฏิบัติตัวของผู้ป่วยเป็นสำคัญ กล่าวคือ จะต้องพยายาม
เคลื่อนไหวข้อ และฝึกกายบริหารเป็นประจำทุกวัน อย่าอยู่นิ่ง ๆ เพราะยิ่งอยู่นิ่ง ข้อยิ่งฝืดแข็ง
และขยับยากยิ่งขึ้น
3. ผู้ป่วยไม่ควรซื้อยาชุดกินเอง เพราะถึงแม้จะช่วยให้อาการทุเลาได้ แต่ก็อาจเกิดโทษ
จากยาสเตอรอยด์ หรือยาอันตรายอื่น ๆ ที่ผสมอยู่ในยาชุด ในกรณีที่จำเป็นต้องซื้อยากินเอง 
ข้อแนะนำ ให้ใช้แอสไพริน ควบกับยาลดกรด
4. ชาวบ้านอาจมีความสับสนในคำศัพท์ต่าง ๆ ที่ใช้เรียกเกี่ยวกับอาการปวดข้อ เช่น คำว่า
รูมาติสซั่ม (Rheumatism) ซึ่งหมายถึงภาวะต่าง ๆ ที่ทำให้มีอาการเจ็บปวด ปวดเมื่อย
หรือ ปวดล้าของข้อ เส้นเอ็น หรือ กล้ามเนื้อ ดังนั้น จึงเป็นคำที่ใช้เรียกโรคปวดข้อ ปวดเส้น
เอ็น และปวดเมื่อยกล้ามเนื้อโดยรวม ๆ ซึ่งสามารถแบ่งแยกสาเหตุได้มากมายดังนั้น รูมา
ติสซั่ม (โรคปวดข้อ) จึงอาจมีสาเหตุจาก ข้อเสื่อม   โรคปวดข้อรูมาตอยด์ , ไข้รูมาติก , 
โรคเกาต์  และอื่น ๆ บางคนอาจเข้าใจผิดว่า รูมาติสซั่ม หมายถึง    โรคปอดข้อรูมาตอยด์
เวลามีอาการปวดข้อเรื้อรัง เกิดขึ้นจึงเหมาเอาว่า เป็นโรคปวดข้อรูมาตอยด์ไปเสียหมด ซึ่ง
ทำให้ผู้ป่วยมีความวิตกกังวล และปฏิบัติตัวอย่างผิด ๆ ดังนั้นจึงควรอธิบายให้ประชาชนทั่ว
ไปเข้าใจในเรื่องนี้

**เล็ก ปริวิสุทธิ์. รูมาตอยด์. หมอชาวบ้าน 2527; 5 (65): 29-34



 


 






We subscribe to the
HONcode principle
of the Health on the
Net Foundation

 
About Us | Add URL I Privacy Policy | Member Register | Health Shop | Contact Us | Health Board | Advertising
Disease / Condition | Head Line News | Healthcare | Diagnostic | Alternative Medicine |
Health Game Zone


1999-2000 Thailabonline.com. All rights reserved. 
By using this information service,    you accept the terms of our Visitor Agreement. Please read it. 
The material on Thailabonline.com and iHealthsite.net are for informational purposes only and is not 
a substitute for medical advice or treatment for any medical conditions.   You should promptly seek 
professional medical care if you have any concern about your health, and you should always consult 
your physician before starting a fitness regimen.
”Thailabonline.com” and “ihealthsite.net” are trademarks of Crystal Diagnostics Co.,Ltd.