BECOME A MEMBER
สมัคร ! สมาชิกชมรมรักสุขภาพ
ฟรี ข่าวสาระความรู้เรื่องสุขภาพ

        top

โรคข้อเสื่อม สาเหตุและ
    ปัญหาในโรคข้อเสือม



โรคข้อเสื่อมคืออะไร 
โรคข้อเสื่อมพบได้บ่อยไหม 
สาเหตุของโรคเกิดจากอะไร
องค์ประกอบเสี่ยงที่ทำให้
  เกิดโรคข้อเสื่อม 

อาการของโรคข้อเสื่อม
อาการปวดเกิดจากอะไร
สิ่งตรวจพบในโรคข้อเสื่อม
   มีอะไรบ้าง



แสดงภาพผิดปกติของโรค
  เกี่ยวกับโรคไขข้อ/กระดูก

Health Navigation






สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม
กรุณาแจ้งให้ทึมงานเพื่อ
จัดเตรียมหาสาระให้



Contact : 
info@thailabonline.com
ชมรมเรารักสุขภาพ 
ไทยแล็ปออนไลน์




 โรคข้อเสื่อม สาเหตุและปัญหาในโรคข้อเสือม      

โดยนพ.สุรศักดิ์ นิลกานุวงศ์
คู่มือสำหรับประชาชนโรคข้อ-เข่าเสื่อม สมาคมรูมาติซั่มแห่งประเทศไทย



โรคข้อเสื่อมเป็นโรคที่พบได้บ่อยที่สุดในผู้สูงอายุ 
อุบัติการเพิ่มสูงขึ้นตามอายุที่มากขึ้น  การที่ผู้ป่วย
มีความเข้าใจถึงสาเหตุและปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิด
โรค ลักษณะอาการก็จะช่วยให้การดูแลรักษาประสบ
ความสำเร็จได้ดี ช่วยลดความทรมาน ลดความพิการ
ของข้อ และช่วยลดค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการรักษา

โรคข้อเสื่อมคืออะไร ?
โรคข้อเสื่อมหมายถึง โรคที่มีความผิดปกติที่กระดูกอ่อนผิวข้อและกระดูก
บริเวณใกล้ข้อ  มีการเปลี่ยนแปลงของกระดูกอ่อนผิวข้อทั้งทางด้านรูปร่าง 
ทางด้านโครงสร้าง ทางด้านชีวะเคมี และทางด้านชีวะพลศาสตร์   กระดูก
อ่อนผิวข้อจะบางลง ทำให้การทำงานของกระดูกอ่อนผิวข้อเสียไป เช่น
-หน้าที่ในด้านการกระจายแรงที่มาผ่านข้อ เสียไป
-หน้าที่ในการให้กระดูกเคลื่อนผ่านกันอย่างนุ่มนวลเสียไป ทำให้เกิดเสียง
  เวลาเคลื่อนไหว
-มีการเปลี่ยนแปลงของกระดูกที่อยู่ใกล้ข้อ เช่นมีกระดูกงอกออกทาง
  ด้านข้างของข้อ (maginal osteophyte)
-กระดูกใต้ต่อกระดูกอ่อนมีการหนาตัวขึ้น ทำให้เกิดอาการต่างๆ ของข้อ 
  เช่น ปวดข้อ ข้อฝืด ข้อแช็ง มีเสียงดังที่ข้อ เวลาที่ข้อมีการเคลื่อนไหว 
-องศาของการเคลื่อนไหวของข้อลดลง ข้อโตขึ้นถ้าไม่ได้รับการรักษา
  อย่างถูกต้องจะเกิดการพิการตามมา เช่น ข้อหลวม ข้อโก่ง ข้อบิดเบี้ยว 
  รูปร่างของข้อผิดไป
  
 
ดูรูปแสดงความผิดปกติของไขข้อ

 

โรคข้อเสื่อมพบได้บ่อยไหม ?
โรคข้อเสื่อมเป็นดรคที่พบได้บ่อยที่สุดของปัญหาข้อที่เกิดในคนสูงอายุ 
อุบัติการของโรค ขึ้นอยู่กับหลักเกณฑ์ในการวินิจฉัยโรค ถ้าการวินิจฉัย
โรคอิงการเปลี่ยนแปลงทางภาพเอ็กซ์เรย์โดยไม่คำนึงถีงอาการของข้อ
จะพบอุบัติการของดรคข้อเสื่อมในผู้ที่มีอายุมากกว่า 60 ปี ถึงร้อยละ 70 
ซึ่งจะสูงกว่าการวินิจฉัยโรคที่คำนึงว่าต้องมีอาการร่วมกับการเปลี่ยน
แปลงทางเอ็กซ์เรย์ ด้วยในผู้ป่วยที่มีอายุมากกว่า 60 ปี พบได้ที่ร้อยละ 50
โดยมีองค์ประกอบที่มีผลต่อการพบโรคข้อเสื่อมคือ
- อายุ เป็นองค์ประกอบที่สำคัญของการเกิดโรค โดยพบอุบัติการของโรค
  ข้อเสื่อมเพิ่มขึ้นตามอายุ สามารถเริ่มพบโรคข้อเสื่อมได้ตั้งแต่อายุ 20 ปี
  เป็นต้นไป คนที่มีอายุเกิน 60 ปีขึ้นไปจะพบโรคนี้ตามอาการทางคลีนิค
  ประมาณร้อยละ 50
- เพศ พบอุบัติการพอกันทั้งเพศหญิงและชาย แต่ถ้าเปรียบเทียบอายุ ใน
  อายุที่ต่ำกว่า 45 ปี เพศชายจะพบได้มากกว่าในเพศหญิง ในช่วงอายุ 45-
  54 ปี ทั้งสองเพศจะพบพอๆกัน 
  ในช่วงอายุมากกว่า 54 ปีขึ้นไปจะพบได้ในเพศหญิงสูงกว่าเพศชาย อาจ
  เป็นผลเนื่องจากวัยทองทำให้การสึกกร่อนของข้อมีมากกว่าในช่วงวัย
  หมดประจำเดือน
- พันธุศาสตร์ ประเพณี อาชีพ ในแต่ละประเทศพบอุบัติการข้อเสื่อมในแต่
  ละข้อไม่เท่ากันเป็นผลจากพันธุศาสตร์ ขนบธรรมเนียมและอาชีพ เช่นใน
  ไทยพบโรคข้อเสื่อมของข้อเข่ามาก ในขณะประเทศทางด้านซึกตะวันตก
  พบโรคข้อเสื่อมของข้อสะโพกมาก ตามอาชีพ  อาชีพทำนาก็จะพบโรคข้อ
  เสื่อมของข้อกระดูกสันหลังบั้นเอวมาก ในแม่บ้านมักจะเป็นโรคข้อเสื่อม 
  ของข้อนิ้วมือ ในอาชีพแม่ค้าที่ต้องเดินมากก็จะพบโรคข้อเสื่อมของข้อเข่า
  มาก เป็นต้น



สาเหตุของโรคเกิดจากอะไร ?
โรคข้อเสื่อมมีสาเหตุได้ต่างๆกัน ผู้ป่วยบางรายอาจมีหลายองค์ประกอบใน
การทำให้เกิดโรค องค์ประกอบทำให้เกิดโรค องค์ประกอบเหล่านี้บาง
อย่างสามารถหลีกเลี่ยงได้ก็จะไม่ทำให้เกิดโรคข้อเสื่อม หรือช่วยชลอ
การเกิดให้ช้าลง องค์ประกอบของการเกิดโรคได้แก่
1. อายุ เป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่สุด ในการศึกษาการระบาดวิทยาพบว่า 
    อายุมากขึ้นจะยิ่งพบอุบัติการโรคข้อเสื่อมมาก แต่อาการปวดและความ
    พิการไม่จำเป็นต้องเป็นมากขึ้นตามอายุ โดยเมื่ออายุมากขึ้นกระดูก
    อ่อนผิวข้อมีความทนต่อแรงกดลดลงตามลำดับ จากที่มีการเปลี่ยนแปลง
    ของสารที่อยู่ในกระดูกอ่อนผิวข้อ เช่น โปรตีโอกลัยแคน คอลลาเจนและ
    การทำงานของเซล์กระดูกอ่อน (chondrocyte cells) นอกจากนี้
    ประสาทส่วนปลายเมื่ออายุมากขึ้นจะทำงานลดลง ซึ่งจากการทดลองพบ
    ว่าถ้าเส้นประสาทที่มาเลี้ยงข้อเสียไปจะมีผลทำให้โรคข้อเสื่อมเร็วขึ้น   
    จากการที่ไม่สามารถจัดให้มีแรงผ่านของข้อได้อย่างถูกต้อง แรงหรือ
    น้ำหนักที่ผ่านข้อที่ลงที่จุดใดจุดหนึ่งมากเกินไปจะทำให้ตำแหน่งนั้นมี
    การเสียหายและทำให้เกิดโรคข้อเสื่อมต่อมาได้ ดังนั้นเมื่ออายุเพิ่มมาก
    ขึ้น ประสาทส่วนปลายทำงานลดลง ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้โรคข้อเสื่อม
    เกิดได้เร็วขึ้น
2. พันธุกรรมและโรคเมตาโบลิซึม โรคข้อเสื่อมพบบ่อยในรายที่มีการ
    เปลี่ยนแปลงในโครงสร้างของกระดูกอ่อนผิวข้อ (cartilage matrix) 
    ผู้ป่วยที่เป็นโรคที่มีผลึกไปฝังตัวในกระดูกอ่อนผิวข้อจะทำให้เกิดโรค
    ข้อเสื่อมได้เร็วกว่าผู้ที่ไม่มีการเกิดผลึก โรคที่ทำให้เกิดมีการฝังตัว
    ของผลึกในกระดูกอ่อนผิวข้อและทำให้เกิดโรคข้อเสื่อมได้ ได้แก่ โรค
    เก๊าท์  โรคเก๊าท์เทียม  ฮีโมโครมาโตซีส (hemochromatosis) โรค
    วิลสัน (Wilson's disease)  และโรคข้อจากโอโครโนทิส (ochronotic 
    arthropathy) โดยพบมีผลึกของกรดยูเรต (monosodium urate) ผลึก
    ของแคลเซี่ยมไพโรฟอสเฟต (calcium pyrophosphate dihydrate) 
    ผลึกฮีโมสิเดอริน (hemosiderin) ทองแดง กรดโฮโมเจนทิสิทโพลีเมอร์
    (homogentisic acid polymers) มาฝังตัวในกระดูกผิวข้อและมีผลทำ
    ให้เกิดโรคข้อเสื่อม โดยมีผลโดยตรงต่อกระดูกอ่อนผิวข้อ ในการทำงาน
    ขององค์ประกอบต่างๆที่มีในข้อ หรือมีผลทำให้กระดูกอ่อนผิวข้อแข็งขึ้น
    กว่าปกติ ทำให้การรับการส่งแรงที่มากระทบเปลี่ยนแปลงไป
3. การเปลี่ยนแปลงในเมตาโบลิซึมของการทำงานของเซลกระดูกอ่อน การ
    ทำงานของเซลกระดูกอ่อนในคนปกติแตกต่างจากคนที่เป็นโรคข้เสื่อม 
    เป็นภาวะทางพันธุกรรมไม่ได้เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม แต่ภาวะดังกล่าว
    นี้จะเกิดขึ้นเองหรือมีตัวมากระตุ้นแล้วทำให้เกิดข้อเสื่อมยังไม่ชัดเจน
4. โรคที่มีข้ออักเสบ (Inflamatory joint disease) โรคข้อเสื่อมโดยตัวของ
    มันเอง ไม่มีเยื่อบุข้ออักเสบ ถ้าเจาะตรวจน้ำจากข้อเสื่อมจะได้เซลล์จาก
    น้ำไขข้อไม่เกิน 2000 /ลบ.มม. ในรายที่เป็นมากจนทำให้เกิดการแตกยุ่ย
    ของผิวกระดูกอ่อน ไม่ว่าจะโดยแรงที่ผ่านเข้ามาหรือเอ็มไซม์ที่มาย่อยชิ้น
    ส่วนที่หลุดออกมาอยู่ในน้ำไขข้อ จะสามารถกระตุ้นให้เกิดการหลั่งของ
    คอลลาจิเนส (collagenase) และเอ็มไซม์ไฮโดรไลทิค (hydrolytic 
    enzyme) จากเยื่อบุข้อและจากเซลแมคโคเฟท (macrophage) ทำให้
    เกิดมีการทำลายโครงสร้งของกระดูกอ่อนได้ในรายที่มีข้ออักเสบ เช่น 
    จากโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ ข้ออักเสบติดเชื้อหรือข้ออักเสบจากสาเหตุ
    อื่นๆ การทำลายของกระดูกอ่อนผิวข้อเกิดจากเอ็มไซม์ที่หลั่งออกมาจาก
    เยื่อบุข้อ หรือเซลเม็ดเลือดขาว และมีผลทำลายโครงสร้างของกระดูก
    อ่อนผิวข้อซึ่งจะทำให้เกิดโรคข้อเสื่อมขึ้น
5. การได้รับบาดเจ็บของข้อ (truama) เป็นที่รู้กันดีว่าในรายที่มีกระดูกหัก
    หรือการบาดเจ็บอันมีผลต่อการเคลื่อนไหวของข้อซ้ำๆหลายครั้งโดยไม่
    ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องผลสุดท้ายจะทำให้เกิดโรคข้อเสื่อมได้  
    ตัวอย่างลูกสบ้าเคลื่อนหลุดจากต่ำแหน่งบ่อยๆ การหลุดของหัวกระดูก
    สะโพกบ่อยๆ การมรแรงกระทำซ้ำๆครั้งแล้วครั้งเล่าจะมีผลต่อข้อ โดย
    ทำให้มีการแข็งขึ้นของกระดูกที่อยู่ใต้ต่อกระดูกอ่อน (subchondral 
    bone) และมีผลต่อการฉีกขาดเสียหายของกระดูกอ่อนผิวข้อมากขึ้น
    ตามเวลาที่ผ่านไปแรงที่ส่งผ่านข้อ 
    
    นอกจากน้ำหนักตัวในตำแหน่งข้อที่เกี่ยวกับการรับน้ำหนักแล้วยังมีแรง
    ที่เป็นผลจากกล้ามเนื้อทำงานหดตัวในขณะร่างกายเคลื่อนไหว ในคนปกติ
    ขณะเดินจะมีแรงผ่านข้อเข่าประมาณ 4-5 เท่าของน้ำหนักตัว ในการนั่ง
    ยองๆ  แรงจะเพิ่มเป็น 10 เท่าของน้ำหนักตัว ซึ่งจะเห็นได้ว่ากระดูกอ่อน
    ต้องทำหน้าที่รับแรงดังกล่าว อาชีพที่ทำให้มีแรงผ่านข้อมากผิดปกติ เช่น
    คนงานขุดถนนที่ใช้สว่านขุดเจาะถนน หรือในนักกีฬา ในขณะที่มีแรงผ่าน
    ข้อมากถ้าโครงสร้างภายในกระดูกอ่อนผิวข้อรับไม่ไหวจะเกิดมีการทำลาย
    ของโครงสร้างของกระดูกอ่อนและทำให้การกระจายแรงที่ผ่านข้อเสียไป  
    ขณะเดียวกันกระดูกที่อยู่ใต้ต่อกระดูกอ่อน ก็จะมีการแตกหักแบบเล็กๆ 
    ขบวนการซ่อมแซมของร่างกายอันได้แก่ การสร้างกระดูกมาแทนที่ 
    (callus formation) และจัดตัวใหม่ของกระดูกภายหลังกระดูกหัก 
    (remodeling) ผลการซ่อมแซมใหม่ทำให้กระดูกแข็งขึ้นทำให้การ
    กระจายแรงก็จะแย่ไปด้วย จะมีผลให้แรงลงที่จุดใดจุดหนึ่งมากเกินกว่า
    ปกติและทำให้เกิดโรคข้อเสื่อม
6. ความอ้วน (obesity) บทบสทของความอ้วนยังเป็นเรื่องถกเถียงกันอยู่ 
    บางรายงานสรุปว่า ความอ้วนไม่ได้เป็นองค์ประกอบใดในการทำให้เกิด
    โรค บางรายงานพบโรคข้อเสื่อมเพิ่มขึ้นในคนอ้วนโดยเฉพาะอย่างยิ่งใน
    เพศหญิง และเป็นในข้อที่รับน้ำหนัก เช่น ข้อเข่า เหตุผลที่สำคัญของความ
    อ้วนที่ทำให้เกิดโรคข้อเสื่อมก็คือแรงกดที่เพิ่มมากขึ้นอันเป็นผลจาก
    น้ำหนักตัวและการกระทำซ้ำๆกันทุกวัน จึงทำให้ข้อที่รับน้ำหนักเกิดโรค
    ข้อเสื่อมได้เร็วกว่าปกติ


องค์ประกอบเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคข้อเสื่อม ?
องค์ประกอบเสี่ยงที่มีผลต่อการเกิดโรคข้อเสื่อมที่สำคัญคือ การได้รับบาดเจ็บ
และการได้รีบแรงผ่านข้อมากเกินไป การใช้ข้อไม่ถูกต้อง อาชีพที่มีการใช้
งานของข้อนั้นซ้ำๆที่ทำให้ข้อได้รับบาดเจ็บ และความอ้วน ถ้าผู้อ่านท่านใด
รู้ว่าตัวเองมีองค์ประกอบเสี่ยงก็ควรรีบหาทางแก้ไขตำแหน่งของข้อที่เป็น
โรคข้อเสื่อมได้บ่อยในคนไทยคือ ข้อเข่า ข้อกระดูกสันหลังระดับบั้นเอว  ข้อ
กระดูกสันหลังระดับคอ ข้อปลายนิ้วมือ ขอ้กลางนิ้วมือ ข้อกระดูกนิ้วหัวแม่มือ
ต่อกับกระดูกข้อมือ และข้อโคนนิ้วหัวแม่เท้า ที่บ่อยที่สุดคือข้อเข่า


อาการของโรคข้อเสื่อม
อาการของโรคข้อเสื่อมมักเป็นอาการที่ปรากฏเฉพาะตำแหน่งของข้อที่เป็น
ในระยะแรก อาจจะมีอาการเพียงเล็กน้อยหรือไม่มีเลย สิ่งหนึ่งที่ต้องตระหนัก
เสมอก็คือ อาการที่มีจะสัมพันธ์หรือไม่สัมพันธ์กับพยาธิสภาพ หรือการเปลี่ยน
แปลงทางเอ็กซ์เรย์ของข้อก็ได้ ท่านผู้อ่านอาจสงสัยว่าหมายความว่าอย่างไร 
โดยความเป็นจริงแล้วร่างกายจะมีการซ่อมแซมตัวเองอยู่ตลอดเวลา ดังนั้น
เมื่อเกิดอาการโรคข้อเสื่อมจากการเป็นแต่ละครั้งจะทำให้ปวดข้อและกระดูก
อ่อนผิวข้อบางลงอย่างช้าๆ อาการปวดที่มีร่างกายจะซ่อมแซมจนทำให้หาย
ปวด แต่ในการเปลี่ยนแปลงของกระดูกอ่อนที่บางลง จะไม่สามารถกลับคืน
มาสู่ปกติได้      ดังนั้นในผู้ป่วยที่เป็นโรคมานานก็จะมีการเปลี่ยนแปลงของ
โครงสร้างของข้อจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับการรักษาในรายที่ได้รับการดูแล
รักษาดี โครงสร้างก็จะเสียไปน้อย แต่ในรายที่รักษาไม่ดีโครงสร้างก็จะเสีย
ไปมาก แต่ขณะที่มาพบแพทย์อาจไม่มีอาการของโรคข้อเสื่อม ได้ถ้าผู้ป่วย
มีการดูแลรักษาดี
- อาการปวด
เป็นอาการแรกที่จะพบในโรคข้อเสื่อม ระยะแรกการปวดข้อจะเกิดภายหลัง
การใช้ข้อมากกว่าปกติ แต่มักบอกต่ำแหน่งของการปวดได้ไม่ชัดเจน ผู้ป่วย
มักจะบอกเพียงว่าเป็นที่ข้อเข่า ข้อนิ้วมือ มักเป็นข้างหนึ่งข้างใดของร่างกาย
ก่อนในระยะแรก เช่นเป็นข้อเข่าขวาก่อน สักระยะหนึ่งเช่น 2-3 เดือน     ถ้า
โรคข้อเสื่อมเข่าขวาไม่ได้รับการดูแลรักษาอาการปวดข้อเข่าขวาที่เป็นจะ
ทำให้ผูป่วยพยายามลดการใช้งานของข้อเข่าขวา ทำให้ต้องใช้งานข้อเข่า
ซ้ายมากขึ้น ข้อเข่าซ้ายที่ทำงานมากขึ้นถ้าหากการทำงานมากเกินกว่า
ความแข็งแรงของโครงสร้างที่มี ก็จะเริ่มเกิดอาการปวดข้อข้างซ้ายจะเป็น
มากขึ้นจากการใช้งานข้อมากกว่าปกติ อาการปวดจะดีขึ้นหรือหายเมื่อได้
พักข้อ ถ้าเป็นมากขึ้นจะมีอาการปวดแม้เวลาใช้ข้อเพียงเล็กน้อย   และถ้า
เป็นมากขึ้นอีก ก็จะปวดแม้เวลาหยุดพักข้อ สิ่งน่าสังเกตุคืออาการปวดจาก
โรคข้อเสื่อมมักสัมพันธ์กับการใช้งาน และดีขึ้นเมื่อได้รับการพักการใช้ข้อ 
ซึ่งเป็นวิธีการทางธรรมชาติที่ข่วยดูแลตัวเราให้มีการใช้ข้อให้พอดี สัญญาณ
ปวดข้อถือเป็นอาการเตือนที่สำคัญที่ทำให้เราต้องสำรวจตัวเราว่า มีการใช้
งานของข้ออย่างไม่เหมาะสมหรือมากเกินไปหรือไม่ ถ้าพบว่ามีการใช้ข้อ
ไม่เหมาะสมก็ให้แก้ไขการใช้ข้อให้ถูกต้องเพื่อให้ข้อกลับสู่ปกติโดยเร็ว ถ้า
พบว่ามากเกินไปจะได้ลดการใช้งานลง เพื่อให้ข้อได้พักผ่อนและซ่อมแซม
ให้กลับคืนสู่สภาพเดิมมากที่สุด 
- ข้อฝืด (localized stiffness)
เป็นอาการที่เกิดขึ้นภายหลังจากการพักข้อเป็นเวลานาน  เช่นนั่งท่าเดียว
นานๆ อาการข้อฝืดจะเป็นระยะเวลาสั่นๆไม่นาน ไม่กี่นาทีมีไม่มากที่เป็น
นานกว่า 15 นาที 
ข้อฝืด เป็นอาการชั่วคราว หากได้มีการขยับข้อสัก 2- 3 ครั้ง อาการก็จะดี
ขึ้นผู้ป่วยที่เป็นโรคข้อเสื่อมของข้อนิ้วมือจะมาพบแพทย์ด้วยอาการกำมือ
ลำบาก มีความรู้สึกฝืด เคลื่อนไหวไม่คล่อง ต้องกำมือและคลายสลับกันไป
ประมาณ 5-10 นาที อาการถึงจะดีขึ้น  ผู้ป่วยที่เป็นโรคข้อเสื่อมของข้อเข่า
จะมาพบแพทย์ด้วยอาการข้อแข็งเวลาอยู่ในท่าใด ท่าหนึ่งเป็นเวลานานๆ 
เช่น การนั่งรถเดินทางเป็นเวลานาน พอลงจากรถไม่สามารถงอเข่าเพื่อ
การเดินได้ทำให้ไม่สามารถก้าวเท้าต้องพักกับที่สัก 1-2 นาทีพร้อมกับงอ
เข่าไมา 2-3 ทีจึงจะสามารถเดินต่อได้
- ข้อพิการ
ผู้ป่วยโรคข้อเสื่อมนิ้วมือมาพบแพทย์ด้วยอาการข้อนิ้วมือโตขึ้น ข้อนิ้วเก
บิดเบี้ยวผิดรูปร่างไป ผู้ป่วยโรคข้อเสื่อมของโคนนิ้วหัวแม่เท้า ทำให้นิ้วเท้า
เกออก ผู้ป่วยที่เป็นโรคเข่าเสื่อมก็จะมาพบแพทย์ด้วยการเดินที่ไม่ปกติ 
โดยเฉพาะเวลาเดินลงบันได ข้อเข่าโก่ง

 
ดูรูปความผิดปกติของข้อ


อาการปวดเกิดจากอะไร ?
เนื่องจากกระดูกอ่อนผิวข้อไม่มีปลายประสาทไปเลี้ยง อาการที่ปวดจึงเกิด
จากโครงสร้างที่อยู่ในข้อและรอบข้อดังนี้
- การทำลายกระดูกอ่อนผิวข้อ เป็นลักษณะเฉพาะของโรคข้อเสื่อม แต่กระ
ดูกอ่อนผิวข้อไม่ได้ทำให้เกิดอาการปวด   เพราะว่ากระดูกอ่อนผิวข้อไม่มี
เส้นประสาทไปเลี้ยงที่เกิดการปวดเป็นผลจากโครงสร้างที่ถูกทำลาย เศษ
ของกระดูกอ่อนผิวข้อที่หลุดออกมา ส่วนกระดูกอ่อนที่แตกเข้าไปในข้อจะ
ถูกกำจัดโดยเยื่อบุข้อ และกระตุ้นให้เกิดการอักเสบขึ้นในข้อ
นอกจากนี้ชิ้นส่วนอื่นๆได้แก่คอลลาเจน โปรตีโอกลัยแคน ผลึกเกลือ และ
เอ็มไซม์ในน้ำเจาะข้อ ก็จะมีส่วนทำให้เยื่อบุข้ออักเสบ   ข้ออักเสบในโรค
ข้อเสื่อมมักมีความรุนแรงน้อยกว่าโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์และจากการที่
กระดูกอ่อนผิวข้อถูกทำลายไป    ทำให้การเคลื่อนไหวของข้อไม่สามารถ
กระทำได้อย่างราบเรียบ ทำให้เกิดความรู้สึกว่ามีเสียงดังในข้อ 
- น้ำไขข้อ มีผลทางอ้อมในการเกิดอาการปวด จากการที่ทำให้เยื่อหุ้มข้อ
โป่งพองขึ้นและลดการเคลื่อนไหว แรงดันของข้อในน้ำไขข้อที่มีจำนวน
มากขึ้นจะไปกระตุ้นตัวรับความรู้สึกที่อยู่ในเยื่อหุ้มข้อ และผลของน้ำไขข้อ
ที่มีมากขึ้นมีผลไปกดหลอดลือดและเส้นประสาท นอกจากนี้น้ำไขข้อที่มี
มากจะมีผลต่อการเคลื่อนย้ายสารอาหารและออกซิเจนจากเยื่อบุข้อไป
สู่กระดูกอ่อนผิวข้อ และการรับเอาของเสียจากกระดูกผิวข้อไปยังเยื่อบุ
หุ้มข้อลดลง  เมื่อมีของเสียอยู่ในน้ำไขกระดูกมากก็จะมีผลทำให้เกิดการ
อักเสบด้วย ดังนั้นการเอาสารที่อยู่ในน้ำไขข้อที่มากเกินไปออกก็เป็นวิธี
การรักษาที่มีประสิทธิภาพแม้จะไม่ได้ให้การรักษาอื่นร่วมด้วย

นอกจากนี้น้ำไขข้อของโรคข้อเสื่อมมักจะสูญเสียคุณสมบัติในการหล่อลื่น 
ทำให้เกิดการเสียดสีผ่านกันของกระดูกอ่อนผิวข้อเกิดแรงเสียดทานสูงกว่า
คนปกติ  และยังทำให้ผิวของกระดูกอ่อนเสียไปได้ง่ายกว่าคนปกติ และเกิด
อาการปวดขึ้น
- เยื่อบุข้ออักเสบ การอักเสบของเยื่อบุข้อในโรคข้อเสื่อม มักจะเป็นเล็กน้อย
และเป็นจุดที่มาของการปวด การอักเสบของเยื่อบุข้อทำให้เป็นที่มาของการ
ใช้ยาต้านอักเสบ
- เส้นประสาท เป็นตัวนำความเจ็บปวดจาดข้อไปสู่สมอง โดยจุดรับปวดอาจ
ส่งผ่านโดยทางพลศาสตร์ ความร้อน และตัวกระตุ้นต่างๆซึ่งอยู่ในน้ำไขข้อ
จากขบวนการอักเสบ นอกจากนี้เส้นประสาทในเยื่อบข้อที่ถูกกดทับหรือขาด
เลือด สามารถปล่อยสารกระตุ้นให้เกิดอาการปวดและการอักเสบ
- กระดูกใต้ต่อกระดูกอ่อนผิวข้อ เป็นต้นกำเนิดอาการปวดในโรคข้อเสื่อมจุด
หนึ่งโดยในกระดูกเมื่อมีการขาดเลือดมีการหลั่งสารที่กระตุ้นปลายประสาท 
อาการปวดที่เกิดจากกระดูกขาดออกซิเจนเป็นแบบเจ็บลึก เมื่อกระดูกตาย
(avascular necrosis)   และขบวนการต่างๆจบลงก็จะเป็นช่วงที่หายปวด
การหนาตัวของกระดูกใต้ต่อกระดูกอ่อน    และการเกิดช่องว่างเป็นซีสท์ที่
ตำแหน่งใต้ต่อกระดูกอ่อนเป็นหลักฐานทางภาพถ่ายเอ็กซ์เรย์ว่ามีการซ่อม
แซมและการตายของกระดูกเกิดขึ้น การลดปวดจากกระดูกขาดออกซิเจน 
ยังไม่มีการศึกษาอย่างจริงจัง   ยาแก้ปวด  และยาต้านอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ 
พอช่วยได้บ้าง 
- กระดูกงอกออกทางด้านขอบของข้อ
ทำให้เกิดอาการปวด โดยทำให้เกิดการยึดของเยื่อบุกระดูก (periosteum) 
อาการปวด    สามารถทำให้เกิดขึ้นโดยการบีบหรือกดเหนือปุ่มกระดูกงอก
ออกทางด้านขอบของข้อที่โตขึ้น การอักเสบมักจะยังคงมีอยู่และรักษาด้วย
ยาต้านการอักเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์หรือการฉีดยาที่ตำแหน่งนี้ นอกจาก
นี้กระดูกงอกออกทางด้านขอบของข้อที่โตขึ้น อาจทำให้เกิดการปวดโดยการ
กดเส้นประสาทเช่นกระดูกงอกออกทางด้านขอบของข้อกระดูกสันหลังระดับ
คอ  และระดับบั้นเอวกดเส้นประสาทที่ผ่านออกมาจากไขสันหลัง หรือภายใน
โพรงกระดูกสันหลัง ทำให้เกิดอาการปวดและมีอาการชา  หรือมีการทำงาน
ของเส้นประสาทผิดปกติ เช่นมีการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อที่เส้นประสาทนั้น
ไปทำหน้าที่
- เยื่อหุ้มข้อ เส้นเอ็นรอบข้อ และเยื่อบุกระดูก
น้ำไขข้อที่มีปริมาณมากจะยืดเยื่อหุ้มข้อ เส้นเอ็นรอบข้อ และเยื่อบุกระดูก 
นอกจากนี้แรงกดที่ผิดปกติหรืออาจจะเกิดจากความผิดปกติของข้อ จากโรค
ข้อเสื่อมที่เป็นมากขึ้น เช่นข้อเข่าโก่ง ( varus deformity) มีแรงกดเส้นเอ็น
ของข้อเข่าทางด้านนอก (lateral) และมีการหย่อนของเส้นเอ็นของข้อเข่า
ทางด้านใน (medial) ภายใต้ภาวะดังกล่าวการออกกำลังกายเพื่อให้ข้อมีรูป
ร่างที่ถูกต้อง มีการกลับเข้าสู่ภาวะปกติให้มากที่สุด 
การคงองศาของการเคลื่อนไหวเป็นสิ่งที่จำเป็นที่ใช้ป้องกันไม่ให้เกิดยึดเยื่อ
หุ้มข้อ กดทับเส้นเอ็น

ยาต้านการอักเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์มีคุณค่าถ้ามีการอักเสบเกิดขึ้นร่วมด้วย
- ถุงน้ำรอบข้อ
อาจมีการอักเสบและเป็นสาเหตุของอาการปวด มักตรวจพบได้จากการตรวจ
ร่างกาย อาการอักเสบมักจะตอบสนองต่อการฉีดสเตียรอยด์ร่วมกับยาชา
เฉพาะที่ มากกว่าการใช้ยาต้านการอักเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์
- กล้ามเนื้อเกร็งตัว (muscle spasm)
อาจเป็นสาเหตุของการปวดในผู้ป่วยโรคข้อเสื่อม โดยเฉพาะโรคข้อเสื่อมของ
กระดูกสันหลังระดับคอและระดับบั้นเอว 
กล้ามเนื้อเกร็งตัวเป็นผลจากการที่กระดูกงอกออกทางด้านบนขอบของข้อกด
ทับเส้นประสาท
กล้ามเนื้อเกร็งตัวเป็นการป้องกันร่างกายโดยกลไกธรรมชาติของร่างกาย คือ
ไม่ให้ร่างกายเคลื่อนไหวเพื่อป้องกันไม่ให้กระดูกกดทับเส้นประสาทมากขึ้น 
ซึ่งในทางการแพทย์ได้นำมาประยุกต์รักษาผู้ป่วยโดยการใส่เสื้อพยุงหลัง 
กล้ามเนื้อเกร็งตัวของส่วนขา ต้องแยกออกจากปวดที่มีสาเหตุมาจากหลอด
เลือดหรือรากประสาทถูกกดทับ

 

 

 

สิ่งตรวจพบในโรคข้อเสื่อมมีอะไรบ้าง
ในรายที่เป็นน้อยอาจตรวจไม่พบความผิดปกติ ผู้ป่วยที่มาในระยะแรกเริ่ม
ของการเป็นข้อเสื่อมมักตรวจไม่พบความผิดปกติ ในรายที่เป็นมานานจะเริ่ม
มีโครงสร้างของข้อผิดปกติ สิ่งผิดปกติที่สามารถตรวจพบได้ในโรคข้อเสื่อม
มีดังนี้
1. ข้อบวมหรือข้อโตขึ้น มักตรวจพบข้อที่อยู่ใกล้ผิวหนัง โดยเฉพาะข้อนิ้วมือ 
ข้อบวมในระยะแรกเริ่มเป็นผลจากน้ำไขข้อที่มีมากขึ้น 
ในระยะหลังเป็นผลจากกระดูกงอกออกทางด้านขอบของข้อ พวกนี้เวลาจับจะ
รู้สึกแข็งหรือบางรายอาจมีความรู้สึกข้อหนาๆยุ่นๆ เป็นผลจากเยื่อหุ้มข้อมี
ความหนาตัวขึ้น
2. กดเจ็บ ในรายที่มีข้ออักเสบ ตรวจพบมีการกดเจ็บของข้อที่เป็น มีความเจ็บ
ปวดขณะเคลื่อนข้อ หรือเวลากดกระดูกข้างข้อที่โต ผู้ป่วยก็จะมีความรู้สึกเจ็บ
ได้ การตรวจพบข้ออักเสบ เช่น บวม แดง ร้อน กดเจ็บ
อาจพบได้ในผู้ป่วยที่เป็นโรคข้อเสื่อมข้อเข่า ข้อนิ้วมือ ที่มีการกำเริบอย่าง
ฉับพลัน ซึ่งบางครั้งแยกจากการอักเสบอื่นได้ลำบาก
3. มีเสียงในข้อในขณะเคลื่อนที่ข้อที่เป็น พบบ่อยที่ข้อเข่าเป็นผลจากกระดูก
อ่อนผิวข้อไม่เรียบเสียดสีกัน
ผู้ป่วยบางคนที่ใช้ข้อเข่ามากจากอาชีพหรือการเล่นกีฬาซึ่งมีการใช้ข้อเข่า
มาก อาจมาพบแพทย์ด้วยมีเสียงในข้อขณะเคลื่อนไหว
4. องศาการเคลื่อนไหวของข้อลดลง จากที่ผิวของข้อสองข้างไม่เหมาะสมกัน 
กระดูกงอกออกทางด้านขอบของข้อที่ยื่ยออกมา และจากชิ้นของกระดูกอ่อน
ผิวข้อที่แตกออกมาขัดขวางการเคลื่อนข้อ และกล้ามเนื้อรอบข้อหดเกร็ง 
ระยะแรกที่เริ่มเป็นอาจจะยังไม่เสียองศาการเคลื่อนไหว เมื่อเป็นมากขึ้น
กระดูกงอกออกทางด้านขอบของข้อร่วมกับกระดูกอ่อนผิวข้อที่บางลง จะเป็น
องค์ประกอบสำคัญที่ทำให้องศาของการเคลื่อนไหวข้อลดลง 

ในรายที่ไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง ยิ่งเป็นมากและเป็นนานองศาของการ
เคลื่อนไหวข้อยิ่งลดลงมาก การเคลื่อนไหวของข้อจะน้อยลงจนทำให้เกิดการ
สูญเสียการทำงานตามปกติ เข่น ไม่สามารถเหยียดนิ้วให้ตรงได้ ไม่สามารถ
เหยียดข้อเข่าให้ตรงได้ ผู้ป่วยบางรายอาจมาพบด้วยขณะเดินที่มีอาการข้อ
เข่าขัด ไม่สามารถเคลื่อนไหวข้อเข่าได้ เหมือนมีอะไรมาขวางต้องสลัดเท้า
แรงๆ มีเสียงดังกร๊อบถึงจะเดินต่อไปได้ เป็นผลจากส่วนของกระดูกงอกออก
ทางด้านขอบของข้อ มีการแตกและล่องลอยอยู่ในน้ำไขข้อ เมื่อลอยมาอยู่ใน
ระหว่างผิวกระดูกอ่อน จะไปขัดขวางการเคลื่อนไหว
5. ข้อผิดรูปหรือพิการ  ผู้ป่วยบางรายมาหาแพทย์ด้วยเรื่องข้อนิ้วมือโตผิดปกติ 
ซึ่งเกิดจากกระดูกงอกออกทางด้านข้างของข้อที่งอกออกทางหลังมือ 
โรคข้อเสื่อมของข้อเข่ามักทำให้เกิดข้อเข่าโก่ง (bowleg)คือข้อเข่าแยกห่าง
ออกจากกัน เวลายืนจะเห็นได้ชัดเจนขึ้น 
ถ้าผู้ป่วยยังไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องก็จะเป็นมากขึ้น ในบางรายข้อเข่า
ด้านหนึ่งเป็นมากกว่าอีกด้านหนึ่งทำให้ข้อเข่าด้านที่เป็นมากบิดเกออกไป 
ผู้ป่วยบางรายอาจจะมาด้วยลักษณะข้อเข่าเข้ามาชิดกัน ปลายเท้าบิดชึ้ออก 
เรียกอาการว่าข้อเข่าฉิ่ง 
6. ความมั่นคงของข้อเสียไป บางคนบอกว่าข้อหลวม เป็นในผู้ป่วยที่เป็นมาก 
กระดูกอ่อนผิวข้อบางลง ทำให้ความกระชับของข้อเสียไป มักจะพบได้ในราย
ที่เป็นมากๆ
7. การเดินผิดปกติ  ข้อที่เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของร่างกาย อาจมาด้วยเรื่อง
เดินกระเผลก ซึ่งเห็นได้ชัดเจนขึ้นถ้าให้เดินในพื้นที่ขรุขระหรือเดินขึ้นลงบน
ทางลาด องศาของการเคลื่อนไหวข้อลดลง ไม่สามารถเหยียดข้อเข่าให้ตรง
เหมือนในภาวปกติ
8. กล้ามเนื้อรอบข้อลีบเล็กลง ในรายที่เป็นโรคข้อเสื่อม ผู้ป่วยไม่ใช้ข้อจากที่มี
อาการปวด กล้ามเนื้อรอบข้อจะลีบเล็กลง 
ดังหัวข้อดูรูป



 


 






We subscribe to the
HONcode principle
of the Health on the
Net Foundation

 
About Us | Add URL I Privacy Policy | Member Register | Health Shop | Contact Us | Health Board | Advertising
Disease / Condition | Head Line News | Healthcare | Diagnostic | Alternative Medicine |
Health Game Zone


1999-2000 Thailabonline.com. All rights reserved. 
By using this information service,    you accept the terms of our Visitor Agreement. Please read it. 
The material on Thailabonline.com and iHealthsite.net are for informational purposes only and is not 
a substitute for medical advice or treatment for any medical conditions.   You should promptly seek 
professional medical care if you have any concern about your health, and you should always consult 
your physician before starting a fitness regimen.
”Thailabonline.com” and “ihealthsite.net” are trademarks of Crystal Diagnostics Co.,Ltd.