BECOME A MEMBER
สมัคร ! สมาชิกชมรมรักสุขภาพ
ฟรี ข่าวสาระความรู้เรื่องสุขภาพ

   top

มิติใหม่ในการรักษาโรค
  ข้อเข่าเสื่อม
  เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับโรค
  ข้อเข่าเสื่อม


การรักษาโรคข้อเสื่อม
วิธีใหม่ V mentation
การรักษาด้วย
สารไฮแลน
   (hylan G-F20)

การรักษาด้วย
สาร
   กลูโคซามีนซัลเฟต
 
108 คำถามที่เกี่ยวกับโรค
   ข้อเข่าเสื่อมที่สอบถามมาก

ภาพแสดงโรคเกี่ยวข้อ
  เข่าเสื่อม/อักเสบ

 



Health Navigation






สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม
กรุณาแจ้งให้ทึมงานเพื่อ
จัดเตรียมหาสาระให้



Contact : 
info@thailabonline.com
ชมรมเรารักสุขภาพ 
ไทยแล็ปออนไลน์

 มิติใหม่และเรื่องน่ารู้ในการรักษาโรคข้อเข่าเสื่อม      
นพ.กิตติ โตเต็มโชคชัยการ
ผู้ช่วยศาตราจารย์  หน่วยโรคภูมิแพ้ อิมมูโนวิทยาและโรคข้อ ภาควิชาอายุรศาสตร์
คณะแพทย์ศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี
สมาคมรูมาติซั่มแห่งประเทศไทย



หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ต้องทนทุกข์จากปัญหาโรคข้อเสื่อม คุณคงทราบถึง
ความลำบากในการดำเนินกิจกรรมต่างๆในชีวิตไปพร้อมๆกับโรคนี้ดี แต่ใน
บางครั้งคุณอาจยังมีข้อสงสัยและคำถามที่คุณอยากรู้เรื่องเกี่ยวกับโรคนี้ โดย
เฉพาะการพัฒนาการใหม่ในการรักษาโรคนี้ด้วยวิธี Viscosupplementation
แนวทางรักษาที่จะช่วยให้ท่านก้าวไปสู่ชีวิตที่มีคุณภาพ และมีความสุขมาก
ยิ่งขึ้น

ก่อนอื่นมาทำความเข้าใจเรื่องของโรคเกี่ยงกับไขข้อกันก่อน

โรคข้ออักเสบ Arthritis คืออะไร
ข้ออักเสบ เป็นโรคที่เกิดจากการอักเสบภายในข้อต่อต่างๆ ซึ่งอาจทำให้เกิด
อาการปวด บวม ข้อติด หรือการเสียรูปของข้อต่อ ซึ่งพบอาการได้มากกว่า 
100 รูปแบบ

โรคข้อเสื่อม Osteoarthritis คืออะไร
โรคข้อเสื่อมเป็นรูปแบบที่พบมากที่สุดในกลุ่มของข้ออักเสบ (จาก Australia 
Arthritis Foundation) สาเหตุของโรคยังไม่เป็นที่ทราบแน่นอน โรคนี้มักจะ
พบในกลุ่มคนที่มีอายุตั้งแต่วัยกลางคนจนถึงคนสูงอายุ และพบมากขึ้นตาม
อายุที่เพิ่มขึ้น

อาการของโรคข้อเสื่อม
โดยทั่วไปโรคข้อเสื่อมมักจะมีอาการปวด บวม และข้อติด ส่วนใหญ่มักจะมี
ปัญหาในเรื่องการเคลื่อนไหวของข้อที่เสื่อมนั้น

ผลของโรคข้อเสื่อม
ในผู้ป่วยบางคน อาการของโรคข้อเสื่อมอาจบรรเทาไปได้โดยง่ายและเมื่อ
อาการเสื่อมของข้อมากขึ้น อาการปวดก็จะเพิ่มมากขึ้น การเคลื่อนไหวของ
ข้อนั้นจะทำได้น้อยลงกิจวัตรประจำวันต่างๆ ที่เคยทำได้ก็จะถูกจำกัดลงไป
อย่างมาก อาจจนถึงกับไม่สามารถทำกิจกรรมบางอย่างได้เลย


ในการรักษาโรคข้อเสื่อม มีจุดมุ่งหมายที่สำคัญ 3 ประการคือ
1. บรรเทาอาการปวดและอักเสบ
2. รักษาหน้าที่หรือทำให้หน้าที่การทำงานของข้อใกล้เคียงปกติเท่าที่จะทำได้
3. ป้องกันภาวะพิการหรือเสียรูปร่างของข้อ

การรักษาโรข้อเสื่อม แพทย์จะให้เริ่มจากการปฏิบัติตัวที่ถูกต้องของผู้ป่วยก่อน ซึ่งเป็นวิธี
ที่ง่ายไม่ต้องใช้ยาก่อน กล่าวคือ
- ลดปัจจัยที่จะทำให้ข้อเสื่อมเพิ่มมากขึ้น เช่น หลีกเลี่ยงการอยู่ในท่าใด
  ท่าหนึ่งนานๆ ถ้าเริ่มมีอาการข้อเข่าเสื่อมก็ไม่ควรเดินมาก หรือเดินขึ้น
  ลงบันไดมาก ให้เดินเท่าที่จำเป็น
  หลีกเลี่ยงการคุกเข่า การนั่งย่องๆ นั่งพับเพียบ การนั่งขัดสมาธิบนพื้น
- ลดและควบคุมน้ำหนักตัว อย่าให้อ้วน เนื่องจากน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น จะ
  ไปเพิ่มความรุนแรงของโรคข้อเสื่อมที่ข้อเข่าและข้อสะโพกเพิ่มมากขึ้น 
  ถ้าท่านที่มีน้ำหนักตัวมากอยู่แล้วควรพยายามลดน้ำหนักเป็นอย่างยิ่ง ถ้า
  สามารถลดน้ำหนักลงได้ 1-2 กิโล ท่านจะรู้สึกได้ว่าอาการปวดข้อจะลด
  ลงมาก แต่ถ้าน้ำหนักตัวท่านไม่มากหรือไม่อ้วนอยู่แล้ว ก็ต้องพยายาม
  ควบคุมน้ำหนักตัวไว้ไม่ให้อ้วน หรือน้ำหนักเพิ่มมากขึ้น
- ใช้ความเย็นประคบเมื่อเริ่มมีอาการอักเสบ และเปลี่ยนมาใช้ความร้อน
  ประคบเมื่อมีอาการอักเสบหรือปวดมากขึ้นแล้ว
- บริหารกล้ามเนื้อรอบข้อให้แข็งแรงขึ้น เพื่อให้ช่วยรับน้ำหนักที่จะกระทำ
  ไปที่ข้อโดยตรง เช่นที่บริเวณข้อเข่า การบริหารกล้ามเนื้อเหนือเข่าให้
  แข็งแรงขึ้น จะช่วยลดอาการปวดเวลาเดินได้ การบริหารทำได้โดยการ
  เกร็งกล้ามเนื้อเหนือเข่าไว้สักระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งเป็นการบริหารกล้ามเนื้อ
  โดยไม่ต้องมีการเคลื่อนไหวของข้อ  การบริหารควรหมั่นทำบ่อยๆ มาก
  ครั้งเท่าที่จะทำได้ แต่ไม่ควรออกแรงมาก จากการศึกษาควรทำเป็น
  ร้อยครั้งต่อวัน
- ใช้เครื่องช่วยพยุง เพื่อช่วยลดแรงกระทำต่อข้อที่เกิดโรค เช่นไม้เท้า
  หรือเครื่องช่วยเดิน จะช่วยลดอาการปวดในขณะเดินได้ โดยจะช่วยลด
  แรงน้ำหนักที่ลงกระแทกที่ขา โดยให้ถือด้านตรงข้ามกับเข่าที่ปวด   
  สำหรับท่านที่มีข้อเข่าโค้งงอผิดรูปร่างการปรับเปลี่ยนรองเท้าอาจช่วย
   บรรเทาอาการปวดได้เช่นกัน
- การออกกำลังกายในน้ำ เช่นการเดินในน้ำ น้ำจะช่วยพยุงน้ำหนักทำให้
  การเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น หัวใจและปอดทำงานดีขึ้นช่วนลดน้ำหนักตัวทำ
  ให้อาการปวดข้อทุเลาดีขึ้น

นอกจากการปฏิบัติตนให้ถูกต้องตามข้างต้นแล้ว การรักษาอาการปวดแพทย์ก็มักจะจ่ายยา
แก้ปวดพาราเซตามอลให้รับประทานในช่วงที่มีการปวดโดยยาจะช่วยบรรเทาอาการปวด
ได้เป็นอย่างดี แต่ในกรณีที่ผู้ป่วยมีการอักเสบร่วมด้วยแพทย์ก็อาจต้องให้ยาต้านอักเสบที่
ไม่ใช้สเตียรอยด์ ซึ่งมีประสิทธิภาพในการลดอาการปวดและการอักเสบได้ดี 
แต่มีข้อควรระวังจากผลข้างเคียงต่อกระเพาะอาหารหรือลำไส้คือกัดกระเพาะ   ทำให้เกิดแผล
ในกระเพาะหรือลำไส้ได้ง่าย หรือเป็นพิษต่อไตอาจทำให้มีอาการบวมน้ำหรือความดันโลหิตสูง
เนื่องจากภาวะไตเสื่อม จึงต้องระมัดระวังในการทานยา
โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ป่วยโรคข้อเสื่อมส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุซึ่งมีความเสี่ยงต่อการเกิดแผลใน
กระเพาะอาหารหรือไตเสื่อมอยู่แล้ว

ในปัจจุบันได้มีการค้นพบและผลิตยากลุ่มใหม่ที่มีประสิทธิภาพในด้านต่างๆใกล้เคียงยาเดิม
แต่มีผลข้างเคียงต่อกระเพาะอาหารน้อยกว่ายากลุ่มเดิม ทำให้สามารถใช้กับผู้ป่วยโรคข้อเสื่อม
โดยเฉพาะกับผู้สูงอายุได้อย่างปลอดภัย
ในส่วนของน้ำหล่อเลี้ยงไขข้อซึ่งเป็นของเหลวอยู่ในข้อ ทำหน้าที่หล่อลื่นให้การทำงานของ
ข้อไม่ติดขัด ในผู้ที่เป็นโรคข้อเสื่อม น้ำเลี้ยงไขข้อจะมีความยืดหยุ่นและความเหนียวหนืด
น้อยกว่าในน้ำไขข้อของคนปกติ โดยจะมีสารไฮยาลูโลแนน (hyaluronan) น้อยกว่าของ
คนปกตินั้นเอง จากการค้นพบนี้ทำให้มีการพยายามสังเคราะห์สารไฮยาลูโรแนนที่มีคุณ
สมบัติใกล้เคียงกับของเหลวในข้อคนปกติ โดยการนำมาฉีดเข้าไปในข้อที่เสื่อม เพื่อคืนความ
ยืดหยุ่นให้กลับมามีหรือใกล้เคียงกับสภาวะปกติ จากการวิจัยอย่างกว้างขวางพบว่าวิธีที่เรียกว่า
  viscosupplementation เป็นวิธีที่ปลอดภัย มีผลข้างเคียงน้อยมาก ในระยะแรกอาจต้อง
ฉีดเข้าข้อหลายครั้งเช่น 6-10 ครั้ง เพื่อให้มีประสิทธิภาพ ต่อจากนั้นได้มีการพัฒนาสารไฮแลน
(hylan G-F20) เป็นสารที่มีคุณสมบัติเหมือนสารไฮยาลูโรแนนตามธรรมชาติแต่มีความเหนียว
และยืดหยุ่นดีขึ้นและมีความคงตัวในข้อได้นานขึ้น โดยจากการวิจัยการฉีดสาร hylan G-F20
3 ครั้งห่างกันครั้งละ 1 สัปดาห์ พบว่าได้ผลดีในการลดอาการปวดมากกว่าการฉีดน้ำเกลือเข้าข้อ 
การศึกษา ในผู้ป่วย 118 ราย พบว่าประสิทธิภาพในการรักษาจะอยู่ได้นานถึง 26 สัปดาห์
โดยมีผลข้างเคียงเฉพาะที่ฉีดเพียงเล็กน้อยเท่านั้นสรุปได้ว่าสาร hylan G-F20 มีประสิทธิภาพ
และความปลอดภัยสำหรับโรคข้อเสื่อม สามารถลดอาการปวด ช่วยให้ใช้ข้อเข่าได้ตามปกติ

การให้ยา hylan G-F20 ผู้ป่วยจะได้รับการฉีดยานี้เข้าที่ข้อโดยตรงจำนวน 3 ครั้งห่างกัน
ครั้งละ 1 สัปดาห์ สำหรับข้อเข่าแต่ละข้าง โดยน้ำหล่อเลี้ยงเทียมนี้จะใช้ได้นาน 6 เดือน 
พอครบ 6 เดือนก็จะเริ่มทำใหม่เป็นระยะๆ เปรียบได้กับการเปลี่ยนน้ำมันเครื่องของรถยนต์
นั้นเอง  การรักษาด้วยวิธีนี้จะได้ผลดีในผู้ป่วยที่มีข้อเข่าเสื่อมในขนาดความรุนแรงปานกลาง 
แต่ถ้าเป็นระยะสุดท้ายแล้วการรักษาด้วยวิธีนี้มักไม่ค่อยได้ผลนัก ประสบการณ์ผู้ป่วยใช้สาร 
Hylan นี้มาแล้ว 8 ปีโดยไม่มีผลข้างเคียงใดๆเลย

นอกจากนี้ยังมีการนำเอาสารกลูโคซามีนซัลเฟต ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของเนื้อเยื่อกระดูกอ่อนที่หุ้ม
รอบส่วนปลายของกระดูกในข้อ มารับประทาน แล้วพบว่าสารกลูโคซามีนซัลเฟตนี้ไม่เพียงแต่
จะสามารถเข้าไปทดแทนในเนื้อเยื่อกระดูกอ่อนเท่านั้นแต่ยังไปกระตุ้นให้มีการสังเคราะห์สาร
โปรติโอไกลแคนอื่นๆ ที่เป็นส่วนประกอบในกระดูกอ่อนในข้อเพิ่มขึ้นอีกด้วย  ซึ่งจะช่วยให้การ
รักษาโรคข้อเสื่อมมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะผู้ป่วยโรคข้อเสื่อมพบว่ามีการสังเคราะห์สาร
โปรติโอไกลแคนน้อยกว่าที่เสียไป ทำให้เกิดการสูญเสียเนื้อกระดูกอ่อน ทำให้เกิดข้อเสื่อมขึ้น 
นอกจากนี้การทานยากลูโคซามีนซัลเฟตในระดับสูงยังมีฤทธิ์ช่วยลดการอักเสบที่เกิดขึ้นใน
ข้อและลดการหลั่งสารเอ็นไซม์ที่จะออกมาย่อยสลายกระดูกอ่อนอีกด้วย

 



108 คำถามที่เกี่ยวกับโรคข้อเข่าเสื่อม ที่มักสอบถามกันมาก


เหตุใดโรคข้อเสื่อมจึงเกิดที่ข้อเข่ามากที่สุด
เข่า เป็นข้อต่อที่มีความซับซ้อนมากที่สุดข้อหนึ่ง ในร่างกาย เพราะเป็นข้อต่อระหว่างกระดูก
ต้นขาและกระดูกหน้าแข้ง ซึ่งเป็นกระดูกส่วนที่ยาวที่สุดของร่างกาย และนอกจากนี้ยังต้อง
รองรับการหมุน พับ และกางออกตามความต้องการในการเคลื่อนไหวของร่างกาย 
อาการปวดที่ข้อเข่าจะทำให้การเคลื่อนไหวถูกจำกัดอย่างมาก ทำให้ผู้ที่เป็นรู้สึกอ่อนแอและ
ไม่มั่นใจในการทำกิจกรรมปกติที่คนทั่วไปทำได้ เช่นการเดินหรือการขึ้นบันได


อะไรเป็นสาเหตุของการปวดของข้อเข่า
โดยทั่วไปแล้ว ในข้อเข่าที่เป็นปกติ จะมีช่องว่างระหว่างข้อต่อ ซึ่งจะมีของเหลวที่มีลักษณะ
ข้นมากบรรจุอยู่เรียกว่า น้ำเลี้ยงข้อ (Synovial Fluid) ซึ่งจะคอยทำหน้าที่เหมือนเบาะ
รองรับข้อต่อ ในผู้ที่มีอาการข้อเสื่อม น้ำเลี้ยงข้อจะมีความข้นและความยืดหยุ่นลดลงกว่าปกติ 
ทำให้คุณสมบัติการรองรับแรงกระแทกเมื่อมีแรงกดลงที่ข้อเข่าเสียไป
กระดูกอ่อนที่ทำหน้าที่ป้องกันปลายกระดูกของกระดูกต้นขาและกระดูกหน้าแข้งจะเกิดการ
กระทบกระแทกและเสียดสีกันซึ่งเป็นต้นเหตุของอาการปวดที่เกิดขึ้น


เราสามารถจัดการกับสิ่งที่เกิดขึ้นได้อย่างไร
โดยวิธีปกติการรักษาการเสื่อมของข้อเข่า จะขึ้นกับความรุนแรงของโรค ในระยะแรกของ
โรคข้อเสื่อม มักจะใช้ยาแก้ปวดธรรมดา เช่นพาราเซ็ตตามอล แอสไพริน หรือยาต้านการ
อักเสบ (NSAIDs) หรืออาจใช้ยาทั้งสองร่วมกัน และทำกายภาพบำบัด รวมทั้งการหมั่น
ออกกำลังกายเป็นปกติ ควบคุมน้ำหนักตัว และรับประทานอาหารให้เหมาะสม  ซึ่งอาจจะ
เพียงพอที่จะลดอาการปวดได้แล้ว แต่อย่างไรก็ตาทย่ต้านการอักเสบ มักทำให้เกิดผลข้างเคียง
ที่ทำให้ผู้ป่วยบางรายไม่สามารถใช้ยานี้ได้ ทางเลือกต่อมาสำหรับผู้ป่วยกลุ่มนี้คือการ
ใช้ยาฉีดเฉพาะที่กลุ่มคอร์ติโคสเตียรอยด์ (Local cortisone injection) เพื่อลดการ
อักเสบของข้อ ซึ่งเป็นสาเหตุของการปวดและการสูญเสียการเคลื่อนไหวของข้อ


การรักษาโรคข้อเสื่อมมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ในปัจจุบัน
ปัจจุบันเรามีทางเลือกใหม่ในการรักษาสำหรับผู้ที่เป็นโรคข้อเข่าเสื่อม โดยใช้วิธี 
Viscosupplementation  ด้วยการฉีดน้ำเลี้ยงข้อเทียมเข้าไปแทนที่น้ำเลี้ยงข้อ
ที่เสื่อมสภาพ ทำให้ข้อเข่ากลับสู่สภาพใกล้เคียงปกติได้


ข้อดีของการรักษาแบบ Viscosupplementation มีอะไรบ้าง
วิธี Viscosupplementation ด้วยการฉีดน้ำเลี้ยงข้อเทียมเข้าไปแทนที่น้ำเลี้ยงข้อที่เสื่อม
สภาพ สามารถลดหรือกำจัดอาการปวดข้อได้ประมาณ 6 เดือนหรือมากกว่า ลดการติดของข้อ 
ทำให้ข้อเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น ซึ่งจะช่วยให้ผู้ป่วยสามารถกลับมาทำกิจกรรมในชีวิตประจำวัน
ได้ใกล้เคียงปกติ


น้ำเลี้ยงข้อเทียมทำงานอย่างไร
น้ำเลี้ยงข้อเทียม จะเข้าไปแทนที่หรือช่วยเสริมน้ำเลี้ยงข้อเข่าที่เสียไปจากโรคข้อเสื่อม 
ซึ่งน้ำเลี้ยงข้อเทียมจะมีความยืดหยุ่น และความหนืดใกล้เคียงน้ำเลี้ยงในข้อเข่าคนปกติ
ช่วยทำหน้าที่รับแรงกระแทกและหล่อลื่นในข้อเข่า



การรักษาด้วยการฉีดน้ำเลี้ยงข้อเทียมปลอดภัยหรือไม่
เนื่องจากน้ำเลี้ยวข้อเทียมออกฤทธิ์ทางกายภาพเฉพาะที่ต่อข้อเข่ามากกว่าการที่จะออกฤทธิ์
ทางเคมีต่อร่างกายโดยรวม ดังนั้นจึงไม่มีผลข้างเคีบงเหมือนการรักษาโดยการทานยา


ผู้ป่วยแบบใดจะได้รับผลดีที่สุดจากการรักษาโดยฉีดน้ำเลี้ยงข้อเข่าเทียม
ผู้ป่วยที่มีอาการปวดจากโรคข้อเข่าเสื่อมในระดับปานกลางจนถึงรุนแรง ความเจ็บปวด 
ที่ทำให้ผู้ป่วยเหล่านั้นจำเป็นต้องจำกัดกิจกรรมต่างๆในชีวิตประจำวัน จะได้รับผลดี
จากการรักษาด้วยน้ำเลี้ยงข้อเทียมสูงสุด และในผู้ป่วยที่ต้องการหลีกเลี่ยงผลข้างเคียง
จากการใช้ยา โดยเฉพาะยาต้านอักเสบ




 


 






We subscribe to the
HONcode principle
of the Health on the
Net Foundation

 
About Us | Add URL I Privacy Policy | Member Register | Health Shop | Contact Us | Health Board | Advertising
Disease / Condition | Head Line News | Healthcare | Diagnostic | Alternative Medicine |
Health Game Zone


1999-2000 Thailabonline.com. All rights reserved. 
By using this information service,    you accept the terms of our Visitor Agreement. Please read it. 
The material on Thailabonline.com and iHealthsite.net are for informational purposes only and is not 
a substitute for medical advice or treatment for any medical conditions.   You should promptly seek 
professional medical care if you have any concern about your health, and you should always consult 
your physician before starting a fitness regimen.
”Thailabonline.com” and “ihealthsite.net” are trademarks of Crystal Diagnostics Co.,Ltd.