BECOME A MEMBER
สมัคร ! สมาชิกชมรมรักสุขภาพ
ฟรี ข่าวสาระความรู้เรื่องสุขภาพ

top
 
โรคร้ายจากกาฬโรค 
  Plague

 เชื้อที่เป็นสาเหตุ
สัตว์นำโรค
 การติดต่อโรค
ระยะฟักตัวของโรค
การป้องกันและควบคุม
การรักษา
แนวทางการวินิจฉัยกาฬโรค
    ในประเทศไทย
วิธีปฏิบัติในการวินิจฉัยรักษา
    และรายงานผู้ป่วย

CDC Plague Home Page
 
 





Health Navigation






สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม
กรุณาแจ้งให้ทึมงานเพื่อ
จัดเตรียมหาสาระให้



Contact : 
info@thailabonline.com
ชมรมเรารักสุขภาพ 
ไทยแล็ปออนไลน์


 
  กาฬโรค  / Plague      

ต้นฉบับจาก สคต.3 ชลบุรี

กาฬโรคเป็นโรคติดต่อที่มีความรุนแรง เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ตามปกติเป็นโรคที่เกิดอยู่ในสัตว์ประเภท
ฟันแทะ (Rodents) ได้แก่ หนู กระรอก กระต่าย 
เชื้อติดต่อมาสู่คนโดยถูกตัวหมัดที่อาศัยกินเลือดสัตว์ดังกล่าวมากัดคน เชื้อเข้าสู่ทางผิวหนังบริเวณที่ถูกกัด 
ผ่านทางท่อน้ำเหลืองไปสู่ต่อมน้ำเหลือง เกิดต่อมน้ำเหลืองอักเสบ เรียกการป่วยลักษณะนี้ว่า กาฬโรคชนิด
ต่อมน้ำเหลืองอักเสบ (Bubonic plague) เชื้ออาจลุกลามต่อจากต่อมน้ำเหลืองเข้าสู่กระแสเลือด กระจาย
ไปยังอวัยวะต่าง ๆ เรียกการป่วยระยะนี้ว่า Sipticemic plague ซึ่งมีอัตราตายสูง 
ผู้ป่วยบางรายจะมีปอดอักเสบ เรียกว่ากาฬโรคชนิดปอดอักเสบ (pneumonic plague) ซึ่งสามารถแพร่
เชื้อได้ทางการหายใจ โดยมีเชื้ออยู่ในน้ำมูกหรือเสมหะที่กระจายเป็นฝอยเมื่อไอหรือจาม

เชื้อที่เป็นสาเหตุ
เชื้อแบคทีเรียที่มีชื่อว่า Yersinia pestis ลักษณะของเชื้อเป็น bacillus ติดสี gram-negative 
การตรวจหาเชื้อได้จากต่อมน้ำเหลือง เสมหะ และน้ำไขสันหลัง นอกจากนี้ยังตรวจเลือดหาการติดเชื้อได้ 
โดยวิธี antigen-capture ELISA และ PHA

สัตว์นำโรค
ได้แก่ พวกสัตว์ประเภทฟันแทะที่อยู่ตามธรรมชาติ โดยเฉพาะพวกหนู ซึ่งเป็นแหล่งรังโรคที่สำคัญ 
สำหรับสัตว์อื่นที่อาจเป็นโรคนี้ และติดต่อมาถึงคน ได้แก่ สัตว์พวกกระต่าย กระต่ายป่าและแมว เป็นต้น

การติดต่อโรค
1. ติดต่อโดยถูกหมัดหนู (Xenopsylla cheopis) ที่มีเชื้อกัด หรือเชื้อเข้าทางผิวหนังที่ถลอกจากการเกา
    บริเวณที่ถูกหมัดหนูกัด การติดต่อระหว่างคนกับคนอาจเกิดได้โดย หมัดคน (Pulexirritans) กัด
2. ทางการหายใจเอาละอองเสมหะของผู้ป่วย Pneumonic plague หรือสัตว์เลี้ยง เช่นแมว ที่มีเชื้อโรคนี้

ระยะฟักตัวของโรค
ระยะฟักตัวของกาฬโรคโดยทั่วไปอยู่ระหว่าง 2 - 6 วัน ระยะฟักตัวสำหรับ primaryplague 
pneumonia อยู่ระหว่าง 1 - 6 วัน แต่ปกติมักจะสั้น

ระยะเวลาการติดต่อ
เชื้อที่จะติดต่อคงอยู่ในตัวหมัดได้เป็นเดือน ขึ้นอยู่กับสภาพของความชื้นแฉะ และอุณหภูมิ

การป้องกันและควบคุม
1. สำรวจหนูและหมัดหนู ควบคุมและกำจัดหนูในโรงเรือนและเรือสินค้า กำจัดหมัดหนูโดยใช้ยาฆ่าแมลง
2. ให้สุขศึกษาในประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง ให้รู้วิธีป้องกันโรค และเข้ารับการตรวจรักษาโดยเร็ว
    ถ้ามีอาการสงสัยว่าป่วยเป็นกาฬโรค
3. มีมาตรการควบคุมระหว่างประเทศ
4. ฉีดวัคซีนในลกุ่มเสี่ยง (ขณะนี้วัคซีนไม่มีใช้ทั่วไป)

การรักษา
ผู้ป่วยกาฬโรคต้องรับการรักษาในห้องแยก (Isolation)
การฆ่าเชื้อได้ผลดีโดยใช้ยาปฏิชีวนะ Tetracycline, Streptomycin, Chloramphenicol, 
Kanamycin และ Sulfonamides ซึ่งควรให้ผู้ป่วยเริ่มได้รับยาปฏิชีวนะโดยเร็วที่สุดหลังการวินิจฉัยเบื้องต้น โดยไม่ควรรอผลการตรวจยืนยัน
ทางห้องปฏิบัติการ ยากลุ่ม Penicillin มักไม่ได้ผลดี

นอกจากนี้ให้การรักษาตามอาการ (Symptomatic) และการรักษาประคับประคอง (Supportive) และ
การรักษาโรคแทรกซ้อนตามความจำเป็น

บุคลากรผู้ทำการรักษาต้องระมัดระวังอย่างเคร่งครัดด้านการป้องกันการติดเชื้อ (เช่นสวมถุงมือ สวม Mask)
 และการทำลายเชื้อจากเลือด น้ำเหลือง และหนองของผู้ป่วย

แนวทางการวินิจฉัยกาฬโรคในประเทศไทย หมายถึง ผู้ที่มีประวัติและอาการดังต่อไปนี้
1. ผู้มีอาการสงสัยว่าป่วยเป็นกาฬโรค (Suspected case)
    1.1. เป็นผู้มีประวัติตามข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ภายใน 6 วัน ก่อนเกิดอาการ
           ก. เคยเดินทางไปประเทศที่มีรายงานการระบาดของโรค
           ข. เคยสัมผัสกับผู้ป่วยกาฬโรคหรือผู้สัมผัสโรค
           ค. เคยสัมผัสกับผู้ซึ่งเดินทางจากประเทศที่มีรายงานการระบาดของกาฬโรค
   1.2 มีอาการของกาฬโรคหรือตรวจพบดังนี้
     1.2.1 อาการทั่วไป : ไข้สูงทันที (>39o C), ปวดศีรษะ, ปวดเมื่อยตามตัว
     1.2.2 อาการเฉพาะ : 
           ก. กาฬโรคที่ปอด (Pneumonic plague) - ไอ, หายใจลำบาก, อาจมีเสมหะปนเลือด
           ข. กาฬโรคที่ต่อมน้ำเหลือง(Bubonic plague)- ต่อมน้ำเหลืองที่ขาหนีบโต (บางรายอาจพบ
               ที่รักแร้ หรือคอ)
   1.3 ตรวจย้อมเชื้อจากหนอง เสมหะ หรือ exudate พบเชื้อแบคทีเรียกรัมลบมีลักษณะ คล้ายเข็มกลัด
         ซ่อนปลาย (Bipolar) อาจย้อมเชื้อโดยวิธี Giemsa หรือ Wayson พบแบคทีเรียลักษณะ ดังกล่าว

2. ผู้ป่วยกาฬโรค (Confirmed case) ได้แก่ ผู้สงสัยว่าป่วยเป็นกาฬโรคและมีผลการ ชันสูตรทางห้อง
ปฏิบัติการยืนยันว่าเป็นกาฬโรค ดังนี้
   2.1 มีผล Direct Fluorescent Antibody (DFA) เป็นบวก และผลการเพาะเชื้อ พบเชื้อกาฬโรค หรือ
   2.2 มีผล Passive hemagglutination (PHA) เป็นบวก (ตรวจ 2 ครั้ง ห่างกัน2 สัปดาห์ และผล 
          titer เพิ่มขึ้นตั้งแต่ 4 เท่าขึ้นไป (four-fold rising)

วิธีปฏิบัติในการวินิจฉัยรักษาและรายงานผู้ป่วยหรือผู้สงสัยว่าเป็นกาฬโรค
1. เมื่อพบผู้ป่วยหรือผู้สงสัยให้แยกโรคทุกราย และให้การรักษาโดยทันที
2. การตรวจชันสูตรในสถานบริการโดย
    2.1 เก็บเสมหะ หรือ exudate ทำการตรวจทางห้องปฏิบัติการโดยวิธี Gram stain และทำ Giemsa 
          stain หรือ Wayson stain 
    2.2 เก็บตัวอย่างเพื่อเพาะเชื้อ (ในกรณีที่ไม่สามารถเพาะเชื้อได้ ให้ส่งต่อสถานบริการใกล้เคียง)

3. ในกรณีที่ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการของสถานพยาบาลเป็นบวก หรือผลเป็นลบ 
    แต่ผู้ป่วยมีประวัติและอาการชัดเจน ให้ดำเนินการส่งตัวอย่างเพื่อตรวจยืนยันที่กองพยาธิวิทยาคลินิก 
    กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ดังนี้
    3.1 เตรียม smear slide 2 แผ่น (fixed ด้วย methanol หรือ acetone) เพื่อส่งตรวจ DFA
    3.2 เก็บตัวอย่างน้ำเหลืองของผู้ป่วย 1 มิลลิลิตร เพื่อตรวจ PHA เก็บตัวอย่าง 2 ครั้ง ห่างกัน 2 สัปดาห์
    3.3 เก็บตัวอย่างเชื้อที่เพาะได้ ส่งตรวจยืนยันอีกครั้งหนึ่ง

4. กรณีผู้ป่วยที่ไม่อยู่ในข่าย Suspected case เช่น มีประวัติสงสัยแต่อาการไม่ชัดเจน สถานบริการ
    อาจพิจารณาตรวจเพื่อการเฝ้าระวังโรค โดยแยกตามวิธีปฏิบัติข้อ 2

5. เพื่อป้องกันความสับสนและความตื่นตระหนกจนเกินควร เมื่อพบผู้ป่วยหรือผู้สงสัย ว่าป่วยเป็นกาฬโรค 
    ให้แจ้งกระทรวงสาธารณสุข เพื่อตรวจสอบยืนยันและออกข่าว


Male Xenopsylla cheopis (oriental rat flea) engorged with blood. This flea is the primary vector of plague in most large plague epidemics in Asia, Africa, and South America. Both male and female fleas can transmit the infection.
View enlarged image. 
Introduction: Plague is an infectious disease of animals and humans caused by a bacterium named Yersinia pestis.


Click here for information on bioterrorism preparedness and response regarding plague 
People usually get plague from being bitten by a rodent flea that is carrying the plague bacterium or by handling an infected animal. Millions of people in Europe died from plague in the Middle Ages, when human homes and places of work were inhabited by flea-infested rats. Today, modern antibiotics are effective against plague, but if an infected person is not treated promptly, the disease is likely to cause illness or death.

Risk: Wild rodents in certain areas around the world are infected with plague. Outbreaks in people still occur in rural communities or in cities. They are usually associated with infected rats and rat fleas that live in the home. In the United States, the last urban plague epidemic occurred in Los Angeles in 1924-25. Since then, human plague in the United States has occurred as mostly scattered cases in rural areas (an average of 10 to 15 persons each year). Globally, the World Health Organization reports 1,000 to 3,000 cases of plague every year. In North America, plague is found in certain animals and their fleas from the Pacific Coast to the Great Plains, and from southwestern Canada to Mexico. Most human cases in the United States occur in two regions: 1) northern New Mexico, northern Arizona, and southern Colorado; and 2) California, southern Oregon, and far western Nevada. Plague also exists in Africa, Asia, and South America (see map).


References:

Gage KL. Plague. In: Colliers L, Balows A, Sussman M, Hausles WJ, eds. Topley and Wilson’s 
microbiology and microbiological infections, vol 3. London: Edward Arnold Press, 1998:885-903.

Campbell GL, Dennis DT. Plague and other Yersinia infections. In: Kasper DL, et al; eds. Harrison’s 
principles of internal medicine. 14th ed. New York: McGraw Hill, 1998:975-83.

Bahmanyar M, Cavanaugh DC. Plague Manual. Geneva: World Health Organization, 1976.

Perry RD, Fetherston JD. Yersinia pestis--etiologic agent of plague. Clin Microbiol Rev, 1997;
10:35-66.

Butler T. Plague and other Yersinia infections. New York, Plenum Press, 1983.





 

 


 






We subscribe to the
HONcode principle
of the Health on the
Net Foundation

 
About Us | Add URL I Privacy Policy | Member Register | Health Shop | Contact Us | Health Board | Advertising
Disease / Condition | Head Line News | Healthcare | Diagnostic | Alternative Medicine |
Health Game Zone


1999-2000 Thailabonline.com. All rights reserved. 
By using this information service,    you accept the terms of our Visitor Agreement. Please read it. 
The material on Thailabonline.com and iHealthsite.net are for informational purposes only and is not 
a substitute for medical advice or treatment for any medical conditions.   You should promptly seek 
professional medical care if you have any concern about your health, and you should always consult 
your physician before starting a fitness regimen.
”Thailabonline.com” and “ihealthsite.net” are trademarks of Crystal Diagnostics Co.,Ltd.