top
โรคพาร์กินสัน
Parkinson's Disease
อาการ
มีหลายอย่างที่
สำคัญคือ
อาการอื่นๆ
ที่พบได้ในโรค
พาร์กินสัน
การวินิจฉัยและการรักษา
โรคพาร์กินสันกับการ
ออกกำลังกาย
โรคพาร์คินสัน
เพิ่มเติม
More contents about
Parkinson's Disease
in English





สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม
กรุณาแจ้งให้ทึมงานเพื่อ
จัดเตรียมหาสาระให้

Contact :
info@thailabonline.com
ชมรมเรารักสุขภาพ
ไทยแล็ปออนไลน์
|
|
| โรคพาร์กินสัน
- Parkinson's Disease |
|
|
|
โรคพาร์กินสันเป็นโรคทางสมองและระบบประสาทชนิดหนึ่งที่พบได้ ค่อนข้างบ่อย โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ
สาเหตุ ยังไม่ทราบแน่ชัด แต่พบว่าในผู้ป่วย โรคพาร์กินสันจะมีการเสื่อม ของเซลล์ประสาทบริเวณก้านสมอง
จนส่งผลให้สารเคมีชนิดหนึ่ง ในสมอง ที่ชื่อว่า
โดปามีน มีปริมาณลดลง ซึ่งเป็นปัจจัยที่สำคัญ
ในการส่งผล
ให้ผู้ป่วย เกิดอาการของโรค
อาการ มีหลายอย่างที่สำคัญคือ
1. อาการสั่น พบได้ค่อนข้างบ่อย มักพบที่บริเวณแขน มือ และอาจพบ บริเวณคาง ลำตัว และขาได้
ซึ่งอาการ
สั่นในโรคนี้มีลักษณะสำคัญคือ มักจะสั่น มากเวลาอยู่นิ่งๆ แต่เวลามีการเคลื่อนไหว
อาการสั่นจะลดลงหรือ
หายไป อาการที่สั่นใช้เวลาประมาณ 4-6 ครั้ง/วินาที และมักจะเริ่มท ี่ซีกใด ซีกหนึ่ง ก่อน
แล้วต่อมาเมื่อเป็น
มากขึ้นจะสั่นทั้งสองข้าง
2. อาการกล้ามเนื้อแข็งเกร็ง มักเป็นกับกล้ามเนื้อบริเวณคอ ลำตัว และส่วนโคนแขน โคนขา
ซึ่งจะทำให้ผู้ป่วย
มีอาการ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ บริเวณดัง กล่าวได้ ทำให้ผู้ป่วยบางราย ต้องรับประทาน ยาแก้ปวด หรือต้อง นวดอยู่เป็นประจำ
3. อาการเคลื่อนไหวช้า ระยะแรกผู้ป่วยอาจรู้สึกทำอะไรช้าลง เคลื่อนไหวไม่กระฉับกระเฉงว่องไวเหมือนเดิม
โดยเฉพาะระยะเริ่มต้น ของการเคลื่อน ไหว ถ้าเป็นมากขึ้นอาจจะเดินเองไม่ได้ ต้องใช้ไม้เท้า
หรือต้องมีคน
พยุงเดิน
4. อาการทรงตัวลำบาก ทำให้ผู้ป่วยมีอาการหกล้มได้บ่อยๆ จนใน บางราย โดยเฉพาะ ผู้สูงอายุ
อาจมีกระดูก
ต้นขาหัก สะโพกหัก ศีรษะแตก ฯลฯ ได้
อาการอื่นๆ ที่พบได้ในโรคพาร์กินสัน
1. การแสดงสีหน้า ผู้ป่วยมีใบหน้าเฉยเมย ไม่ค่อยยิ้มหรือหัวเราะ แล ดูเหมือน ไม่มีอารมณ์ความรู้สึกใดๆ
2. เสียงพูด มักจะเสียงเบา และไม่ค่อยมีเสียงสูงเสียงต่ำ
3. ลายมือ ผู้ป่วยจะเขียนหนังสือลำบาก และมักจะค่อยๆ เขียนตัวเล็กลง ตามลำดับ จนอ่านไม่ออก
4. ท่าเดินผิดปกติ ก้าวเดินในช่วงแรกๆ ลำบาก และเวลาเดิน จะก้าวเท้า สั้นๆ ต่อมาจะก้าวยาวขึ้นเรื่อยๆ
และ
อาจจะหยุดทันทีทันใดไม่ได้ ซึ่งเป็นสาเหตุ ให้หกล้มศีรษะคะมำ ไปข้างหน้าได้
ผู้ป่วยมักจะมีอาการหลัง
ค่อม ตัวงอโค้ง แขนไม่ค่อยแกว่งเวลาเดินร่วมด้วย
5. ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการท้อแท้ สิ้นหวัง ซึมเศร้าได้ ซึ่งบางเวลา อาจเป็นมากถึงขึ้นทำร้ายตัวเอง
การดูแล
เอาใจใส่ ความเข้าอกเข้าใจ ของญาติจะช่วย ลดปัญหานี้ ถ้ามีอาการมากควรปรึกษาแพทย์
6. อาการท้องผูก มักพบได้เสมอในผู้ป่วยโรคนี้ ดังนั้นผู้ป่วย ควรดื่มน้ำ ประมาณ 8 แก้ว/วัน รับประทานผัก
ผลไม้ให้เพียงพอ และการออกกำลังกาย สม่ำเสมอ โดยไม่หนักหรือหักโหม เกินไป จะช่วยได้ บางรายอาจต้อง
ให้ยาระบายอ่อนๆ ช่วยเป็นครั้งคราว
การวินิจฉัย
โดยทั่วไปแพทย์สามารถวินิจฉัยได้จากการ สัมภาษณ์ ประวัติ และตรวจร่างกาย
ทางระบบประสาทอย่าง
ละเอียด และผู้ป่วย บางรายอาจ จำเป็นต้องได้รับการตรวจพิเศษเพิ่มเติม เช่น ตรวจเลือด
เอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์สมอง เพื่อดูให้แน่นอนว่าผู้ป่วยมิได้ ป่วยด้วยโรคอื่น ที่มีอาการคล้าย โรคพาร์กินสัน
การรักษา
โรคนี้เป็นโรคเรื้อรังชนิดหนึ่ง ซึ่งรักษาไม่หายขาด จำเป็น ต้องรับประทานยา
และรักษาไปตลอดชีวิตภายใต้
การดูแลจากแพทย์ ซึ่งแนวทาง การรักษามี 3 วิธีคือ
1. รักษาด้วยยา ยาที่ให้จะไปเพิ่มสารเคมี โดปามีนในสมอง ทำให้ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้นนั่นเอง แพทย์มักจะเริ่มให้ยาในขนาดน้อยๆ ก่อน แล้วค่อยๆ ปรับ ยา เพื่อให้เหมาะสมกับผู้ป่วย ซึ่งมักต้องการ
ยาแต่
ละชนิด และขนาดของยาแตกต่างกันไปในผู้ป่วยแต่ละราย
2. การรักษาด้วยการทำกายภาพบำบัด ถ้าผู้ป่วยมีอาการไม่มากนัก อาจฝึกหัดเอง ที่บ้านได้ เช่น
ฝึกการเดิน
โดยให้ยืดตัวตรงก่อน และก้าวเดิน ให้ยาว พอสมควร พยายามแกว่งแขน
ขณะเดินห้ามหมุนตัวหรือกลับตัว
เร็วๆ หรือการเลือกรองเท้าให้เหมาะสม ใช้ส้นเตี้ยๆ ห้ามใส่รองเท้าส้นสูง ควรบริหาร ข้อเท้าทุกวัน
แต่ถ้า
อาการเป็นมาก ก็ควรปรึกษา แพทย์เพื่อ ให้คำแนะนำต่อไป
3. การรักษาด้วยการผ่าตัดสมอง ในปัจจุบันมีอยู่ด้วยกันหลายวิธี และเริ่มพัฒนา
และทำกันมากขึ้น ซึ่งการ
ผ่าตัดก็เป็นธรรมดาว่า อาจเกิด โรคแทรกซ้อน ได้ ผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่มีอาการจนรบกวน การดำเนินชีวิต
ประจำวันนั้น การใช้ยายังคงถือเป็นหลักสำคัญ ในการรักษาอยู่ มีผู้ป่วย ส่วนน้อยบางรายเท่านั้นที่
อาจได้รับ
ประโยชน์ที่คุ้มค่าจากการผ่าตัดสมอง ซึ่งคงต้องปรึกษาแพทย์ที่ดูแลผู้ป่วยเป็นรายๆ ไป
โรคพาร์กินสันกับการออกกำลังกาย
การออกกำลังกายถือว่ามีความสำคัญยิ่งอย่างหนึ่งในผู้ป่วยโรคพาร์กินสัน เพราะสามารถ
จะทำให้ผู้ป่วยรู้สึก
ผ่อนคลายและเคลื่อนไหว ร่างกายในชีวิต ประจำวันได้ดีขึ้น
จากการออกกำลังกายทำได้หลายวิธี ซึ่งโดยทั่วไป ได้แก่ การวิ่งเหยาะๆ การเดินเร็วๆ ขี่จักรยาน หรือว่ายน้ำ
เป็นต้น การออกกำลังกาย เฉพาะเป็น แต่ละ โปรแกรมเพื่อ แก้แต่ละปัญหา
ผู้ป่วยจะออกกำลังกายได้มากน้อย
แค่ไหน ควรปรึกษา แพทย์ผู้ดูแล และแต่ละรายอาจจะมีโปรแกรมเฉพาะ แตกต่างกัน ต่อไปนี้เป็นเพียง
โปรแกรม บางส่วนที่ผู้ป่วยจะทำได้เองที่บ้าน เช่น
ท่าบริหารคอ
- ก้มหน้าให้คางจรดอก
- เงยหน้าไปข้างหลัง
- หันหน้าไปด้านขวาสุด
- หันหน้าไปด้านซ้ายสุด
- ศีรษะตั้งตรงแล้วเอียงลงด้านขวาให้หูขวา แตะหัวไหล่ขวา
- เอียงศีรษะลงให้หูซ้ายแตะไหล่ซ้าย พยายามทำแต่ละ ท่าช้าๆ และเอียงไปให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
ทำ 1-6 ให้ได้ประมาณ 10 ครั้ง
ท่าบริหารไหล่
1. ยกหัวไหล่ขึ้นทั้ง 2 ข้าง นับในใจ 1-5 แล้วคลายลง สู่ปกติ ทำแบบนี้อย่างน้อย 10 ครั้ง
2. ยกแขน 2 ข้างขึ้นเหนือศีรษะตรงๆ ให้แนบกับใบหู 2 ข้าง นับ 1-5 แล้วเอามือ 2 ข้างลง ทำแบบนี้อย่างน้อย
20 ครั้ง
นั่งชิดพิงเก้าอี้ที่พนักหลังตรง
เอามือ 2 ข้าง ไขว้ไปข้างหลังจับกันไว้ แล้วดึง นับในใจ 1-5 แล้วคลายทำซ้ำหลายๆ ครั้ง เพื่อเป็น การออก
กำลังกล้ามเนื้อหลัง ช่วยให้หลังยืดตรง
ในท่านั่ง
ให้ยกเท้าข้างหนึ่งพาดโต๊ะข้างหน้า แล้วใช้มือค่อยๆ กดเข่าให้เหยียดตรงกดค้างไว้โดยนับ 1-5
แล้วทำ
ซ้ำใหม่ ทำประมาณ 10-15 ครั้ง ท่านี้จะช่วยยืดกล้ามเนื้อ
ท่ายืนหลังตรงพิงกำแพง หรือยืนเกาะโต๊ะก็ได้
ยกขาย่ำเท้าสลับซ้ายขวา เหมือนท่าทหารสวนสนาม อยู่กับที่
ย่ำเท้าโดยยกเท้าแต่ละข้างให้สูงสุดเท่าที่จะ
ทำได้ ท่านี้จะช่วยให้เวลาเดินดีขึ้น เพราะเมื่อไรที่ก้าวเท้าไม่ออก เหมือนเท้าติดกาวกับพื้น
ให้ยกเท้าแบบนี้
จะทำให้ ก้าวเท้า ได้ ควรซ้อมทำหลายๆ ครั้ง ทำทางเดินเหมือนรางรถไฟ ให้ผู้ป่วย ก้าวข้ามที่กั้นทีละก้าว
วิธีนี้ ให้นำไปใช้เวลาผู้ป่วยก้าวเท้าไม่ออก ให้แนะนำ ให้ผู้ป่วยใช้รองเท้าที่สวมสบาย น้ำหนักเบา และหุ้มส้นเท้า
เมื่อเวลาเดิน เวลาจะก้าวเท้าเดิน ให้ยกเท้า สูงเหมือนท่าย่ำ เท้า หรือยกเท้าเหมือนจะข้ามสิ่งกีดขวางข้างหน้า
พยายาม ก้าวเท้ายาวๆ เท่าที่จะทำได้ ควรแกว่งแขนไปด้วยขณะเดิน ถ้าพอทรงตัวได้
 |
 |
|