BECOME A MEMBER
สมัคร ! สมาชิกชมรมรักสุขภาพ
ฟรี ข่าวสาระความรู้เรื่องสุขภาพ

  การตรวจวินิจฉัยหาเชื้อเลปโตสไปโรซิส ทางห้องปฏิบัติการ

Browser คุณไม่ support Java / your browser does not support JAVA
จึงไม่สามารถแสดงผลได้

  มีหลักการตรวจด้วยกัน 2 ลักษณะคือ
 1. การตรวจหาเชื้อโดยตรงจากสิ่งส่งตรวจ เช่น เลือด ปัสสาวะ น้ำไขสันหลัง
   - โดยการใช้กล่อง dark field microscope / ย้อมด้วย giemsa stain
   - การเพาะเลี้ยงเชื้อจากสิ่งส่งตรวจ ในอาหารเลี้ยงเชื้อแบบพิเศษคือ EMJH เป็นวิธีที่มีความสำคัญ
     เพราะสามารถแสดงตัวเชื้อที่เป็นต้นเหตุได้เลย แต่ค่อนข้างต้องใช้เวลา แต่ควรทำควบคู่ไป
      กับการทดสอบอื่นด้วย
   - การฉีดเข้าสัตว์โดยตรง โดยใช้ตัวอย่างคนไข้ฉีดเข้าในหนูตะเภา หรือ แฮมสเตอร์ สัตว์จะป่วย
     ดูดน้ำในช่องท้องไปตรวจหาเชื้อต่อไป
   - การตรวจหา ดีเอ็นเอของเชื้อโดยใช้เทคนิค PCR มีความไวสูง แต่ต้องอาศัยเทคนิค ผู้ชำนาญ
     ค่าใช้จ่ายสูง

 2 การตรวจหาแอนติบอดีย์ต่อเชื้อเลปโตสไปโรซีส  
     โดยปกติจะเริ่มมีแอนติบอดีย์หลังเริ่มมีอาการไปแล้วประมาณ 1 อาทิตย์ และจะมีระดับสูงสุด
     ประมาณ 4 อาทิตย์ การตรวจควรตรวจแบบ pair serum โดยเจาะห่างกัน 1 อาทิตย์ 

  ชนิดในการทดสอบมีด้วยกันหลายวิธี เช่น
  Microscopic Agglutination test
( MAT) 
  Indirect Heagglutination Test (HA) /
  Macroscopic Slide Agglutination Test (MSAT)
  Indirect Fluoresent Antibody Technique (IFA)
  Latex Agglutination Test (LA)

 การตรวจโดยวิธีมาตรฐาน ก็คือการเพาะแยกเชื้อจากตัวสิ่งส่งตรวจ แต่เนื่องจากการเพาะเลี่ยงเชื้อ
 ยุ่งยากและใช้เวลา จึงได้ถือเอาวิธี Microscope Agglutination test (MAT) เป็นวิธีมาตรฐานแทน
 ซึ่งสามารถตรวจแยกชนิดสายพันธุ์ได้

  ตัวอย่างที่ใช้ในการตรวจ
 - เลือดและน้ำไขสันหลัง ควรเก็บตัวอย่างภายใน 1 สัปดาห์หลังเริ่มแสดงอาการ ควรมีการเจาะเลือด 
   2 ครั้งห่างกัน 1 อาทิตย์ ปั่นเอาน้ำเหลืองมาทำ

  การทดสอบ
 - ปัสสาวะ ควรเก็บตัวอย่างหลังแสดงอาการเพื่อนำไปเพาะเลี้ยงเชือ้
 - ควรเก็บตัวอย่างก่อนคนไข้ได้รับยาปฏืชีวนะ

การตรวจหาแอนติบอดีย์ต่อเชื้อเลปโตสไปโรซีส
โดยวิธี Microscopic Agglutination Test (MAT)

 ถือเป็นวิธีมาตรฐานสำหรับการตรวจวินิจฉัยโรคเลปโตสไปโรซีส

  หลักการ
 ใช้เชื้อ Leptospira ทั้ง 26 Serovars เป็นแอนติเจนเพื่อทำปฏิกริยากับแอนติบอดีย์ต่อ
 เลปโตสไปโรซีส ในซีรั่มผู้ป่วย ที่ต้องการทดสอบ จะเกิดปฏิกริยาการจับกลุ่ม (Agglutination) เมื่อดู
 ด้วยกล้อง dark field ผลบวกจะเกิดการเกาะกลุ่มกันของเชื้อ Leptospira การตรวจทุกครั้งควรทำ
 Positive/Negative control ควบไปด้วยทุกครั้ง

 วิธีการตรวจ
 1. เจือจางซีรั่มให้เป็น 1 : 50 ด้วย PBS
 2. ใช้ pipette ดูดซีรั่มที่เจือจางแล้ว จำนวน 50 ไมโครลิตร มาหยดลงในหลุมจำนวน 26 หลุม
 3. นำแอนติเจนจำนวน 26 ซีโรวาร์ที่ได้เตรียมไว้ มาหยดลงในแต่ละหลุม
 4. เขย่าให้เข้ากัน ตั้งทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้อง 2 ชั่วโมง
 5. อ่านผลการตกตะกอนด้วยกล้อง Dark field

 การอ่านผลการตรวจ

4+ 100% Clearance of Leptospirosis from the field
3+ 75% Clearance of Leptospirosis from the field
2+ 50% Clearance of Leptospirosis from the field
1+ 25% Clearance of Leptospirosis from the field

 ผลไตเตอร์ จะตัดสินที่หลุมสุดท้ายที่ให้ผล 50 % agglutination

 การแปลผล
 จะเห็นการเกาะกลุ่มกันของเชื้อเป้นก้อนหรือจุด รายที่ให้ผล Positive ให้นำไปหาไตเตอร์ต่อ
 เชื้อซีโรวาร์นั้นๆต่อ โดยวิธี droplet method
 - ซีรั่ม ที่ให้ค่าไตเตอร์ > 1 : 100 ขึ้นไปให้ถือเป็นผลบวก
 - ซีรั่มที่ให้ค่าไตเตอร์เท่ากับ 50 ให้พิจารณาเป็นผลบวกเมื่อมีการเพิ่มของไตเตอร์เป็น 4 เท่าในซีรั่มที่สอง

การตรวจหาแอนติบอดีย์ต่อเชื้อเลปโตสไปโรซีสโดยวิธี
Indirect Hemagglutination Test (IHA)

หลักการ

นำเชื้อ Leptospira มาเคลือบบนเม็ดเลือดแดงของคน กรุ๊ป โอ แล้วนำมาทำปฏิกริยากับแอนติบอดีย์
ในซีรั่มที่ต้องการทดสอบ เพื่อดูปฏิกริยาการเกาะกลุ่มของเม็ดเลือดแดง

วิธีการตรวจ
1.เตรียม ไมโครไตเตอร์ เพลท ชนิด ก้นตัวยู ( U shape )
2. เจือจางซีรั่มของตัวอย่างที่จะทดสอบ 1 : 50
3. หยดซีรั่มที่เจือจางแล้วจำนวน 50 ไมโครลิตร ลงในหลุม Control และ Test (หลุมทดสอบ)
4. หยด 25 ไมโครลิตร ของ Control Cell ลงในหลุม Control
5. หยด 25 ไมโครลิตร ของ Test cell ลงในหลุมทดสอบ
6. เขย่าให้เข้ากันดี ตั้ใทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้อง เป็นเวลา 1-2 ชั่วโมง
7. อ่านปฏิกริยาการจับกลุ่มของเม็ดเลือดแดง

การแปลผล
- ที่ Control well จะให้ผลลบ คือไม่มีการเกาะกลุ่มของเม็ดเลือดแดง
- ที่ Test well
 < 1 : 50    ผลถือเป็น ผลลบ Negative
     1 : 50   ผลถือเป็น Borderline positive
 > 1 :100  ผลถือเป็น ผลบวก Positive for Leptospiral antibody
ในกรณีที่ให้ผลลบวก ควรเจือจางซีรั่มเพื่อหาระดับไตเตอร์สูงสุดไว้ด้วย

การตรวจหาแอนติบอดีย์ต่อเชื้อเลปโตสไปโรซีสโดยวิธี
Macroscopic Slide agglutination Test (MSAT)

 

การตรวจหาแอนติบอดีย์ต่อเชื้อเลปโตสไปโรซีสโดยวิธี
Latex Slide agglutination Test (LA)


หลักการ

ใช้แอนติเจนความเข้มข้นสูงที่ทำให้เชื้อตายด้วยความร้อนหรือ ฟอร์มาลีน มาผสมกับซีรั่มที่ต้องการ
ทดสอบบนแผ่นกระจก (Slide) ในปริมาณที่เท่าๆกันเอียงแผ่นกระจกไปมาเพื่อให้ผสมเข้ากัน
ตัวอย่างที่ให้ผลบวกจะเกิดการเกาะกลุ่มกันของแอนติเจนบนแผ่นกระจก สามารถมองเห็นด้วย
ตาเปล่าเป็นวิธีการที่สดวกแต่มีความไวน้อยกว่า วิธี MAT มีโอกาสเกิดผลบวกปลอมได้

วิธีการตรวจ

- หยดซีรั่ม 1 หยด ลงบนแผ่นสไลด์ จำนวน 1 หยด
- Add 1 drop of test serum
- หยดลาเท็กซ์แอนติเจนของเชื้อที่เตรียมไว้แล้ว 
  จำนวน 1 หยด
- Add 1 drop of Latex Antigen
  ( mixed well before use)
- ผสมให้เข้ากัน 
- Use toothpaste to mixed together
 
- เอียงแผ่นสไลด์ไปมาประมาณ 2-5 นาที 
  นำไปอ่านผลการเกาะกลุ่ม
- ควรมีการทำ Positive /Negative Control 
  ควบไปด้วยทุกครั้ง
- Rotate about 100 rpm. for 2-5 minute
- Should do the Positive/Negative
  Control at the same time





การแปลผล

  ให้ระดับเป็น 4+   เมื่อมีการเกาะกลุ่มกันอย่าง 100 %
  ให้ระดับเป็น 3+   เมื่อมีการเกาะกลุ่มกันอย่าง 75 %
  ให้ระดับเป็น 2+   เมื่อมีการเกาะกลุ่มกันอย่าง 50 %
  ให้ระดับเป็น 1+   เมื่อมีการเกาะกลุ่มกันอย่าง 25 %

 ถ้าไม่มีการเกาะกลุ่มใดๆเลย ถือเป็นผลลบ Negative for Leptospilosis
 

            ขนาดการทดสอบและราคา Packing 
 ขนาด 25 การทดสอบ / กล่อง  Size 25 test / box
 ขนาด 50 การทดสอบ / กล่อง  Size 50 test / box

 For English Version Click Here


 

การตรวจหาแอนติบอดีย์ต่อเชื้อเลปโตสไปโรซีสโดยวิธี ELISA Test

หลักการ

แอนติเจนของเชื้อ Leptospira จะถูกเคลือบติดที่ก้นหลุมของ ไมโครเพลท เมื่อเติมซีรั่มที่เจือจางแล้ว
มาทำการทดสอบลงในหลุมตั้งทิ้งไว้ให้มีการจับตัวกันระหว่าง แอนติเจน-แอนติบอดียืที่มีในซีรั่ม ล้างส่วน
เกินทิ้ง แล้วเติม proxidase conjugate anti-human IgG หรือ IgM ลงไป
ล้างเอาส่วนเกินออก
 เติม Substrate ลงไป สังเกตุการเปลี่ยนแปลงของสีที่เกิดขึ้นด้วย Microplate reader

วิธีการทดสอบ
- นำไมโครเพลทที่จะใช้ในการทดสอบมาเตรียมรอไว้ ส่วนน้ำยาควรรอให้มีอุณหภูมิเท่ากับอุณหภูมิ
  ของห้องเสียก่อน
- เจือจางซีรั่มที่ต้องการทดสอบ ประมาณ 1 : 100
- หยดซีรั่มที่เจือจางแล้วประมาณ 100 ไมโครลิตรลงในหลุมทดสอบ ควรทำ Positive และ Negative
  Control ควบคู่ไปด้วย
- Incubate ที่อุณหภูมิ 37 องศาเซลเซียส นานประมาณ 1 ชั่วโมง
- ล้างเพลทด้วย บับเฟอร์ ประมาณ 4-5 ครั้ง ซับให้แห้ง
- เติม Enzyme conjugate ลงไปหลุมละ 100 ไมโครลิตร
- Incubate ที่อุณหภูมิ 37 องศาเซลเซียส นานประมาณ 1 ชั่วโมง
- ล้างเพลทด้วย บับเฟอร์ ประมาณ 4-5 ครั้ง ซับให้แห้ง
- เติม Substrate ลงไปทุกหลุมๆละ 100 ไมโครลิตร
- Incubate ที่อุณหภูมิ 37 องศาเซลเซียส นานประมาณ 15 - 30 นาที
- เติมน้ำหยุดการเกิดปฏิกริยา Stopping Reagent ทุกหลุมๆละ 50 ไมโครลิตร
- วัดค่าความเข้มของสีที่เกิดขึ้นในแต่ละหลุม ด้วย เครื่อง Microplate reader

การรายงานผล
ผลบวก Positive มีค่าความเข้มของสีมากกว่าค่าที่กำหนดให้
ผลลบ Negative มีค่าความเข้มของสีน้อยกว่าค่า cut off value

 

การตรวจหาแอนติบอดีย์ต่อเชื้อเลปโตสไปโรซีสโดยวิธี
Color Immuno Chromatographic Assay Test (CICA)

แอนติเจนของเชื้อ Leptospira จะถูกเคลือบบนแผ่นเซลลูโลส ร่วมกับ Anti-human IgM dye
conjugate  ซึ่งจะเกิดการทำปฏิกริยาในขณะการเคลื่อนที่ไปด้วยแบบโครมาโตกราฟฟี่ เกิดเป็น
แถบสีขึ้นมาให้เห็นถ้าตัวอย่างทดสอบมีแอนติบอดียืต่อเชื้อ Leptospira

การทำการทดสอบ
- ใส่น้ำยา Detection reagent จำนวน 250 ไมโครลิตร ลงในหลอดทดสอบ
- หยดซีรั่มที่ต้องการทำการทดสอบลงไป 5 ไมโครลิตร
- นำแถบตรวจมาจุ่มลงในหลอดทดสอบ โดยให้ด้านหัวลูกศรจุ่มลงในหลอดทดสอบ นาน 15-30 นาที
- รอสังเกตุแถบสีที่เกิดขึ้น

การแปลผล
จะเกิดแถบสี ม่วง-ชมพูในส่วนของ lower band เท่ากับ ผลบวก Positive
ไม่เกิดแถบสี ม่วง-ขมพูในส่วนของ lower band เท่ากับ ผลลบ Negative
ถ้าแถบ Control ในส่วนของ upper band ไม่เกิดสี ควรทำการทดสอบใหม่แสดงว่าอาจมีการ
ทำการทดสอบผิดพลาด ให้เริ่มทำการทดสอบใหม่

 


ข้อพิจารณาในการเลือกใช้ชุดทดสอบแบบสำเร็จรูป

วิธีทดสอบ การนำไปใช้ ข้อดี ข้อเสีย
MSAT วินิจฉัยโรค ง่าย สดวกรวดเร็ว อาจเกิดปฏิกริยาไม่จำเพาะได้
MAT วินิจฉัยโรค/วิจัย ความจำเพาะสูง/
สามารถแยกชนิดแอนติเจนได้
ความไวต่ำ  / วิธีการยุ่งยาก
ซับซ้อน
IHA/LA วินิจฉัยโรค ง่าย สดวก รวดเร็ว ความไว และความจำเพาะ
ปานกลาง
IgM ELISA วินิจฉัยโรค/วิจัย ความไวและความจำเพาะ สูง
ตรวจได้คราวละมากๆ ไม่สดวก
ในการตรวจทีละน้อยๆราย
ต้องอาศัยเครื่องมือพิเศษเสริม
เช่น Microplate reader / washer
CICA
Dipstick
วินิจฉัยโรค  ง่าย สดวก รวดเร็ว
มีความจำเพาะสูง
ไม่เหมาะกับการตรวจ
คราวละมากๆ / ราคาต่อการ
ทดสอบสูง


เครือข่ายการตรวจวินิจฉัยโรคเลปโตสไปโรซีส ในประเทศ
- สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข นนทบุรี 11000
  โทรศัพท์ 589-9850 - 8
- สถาบันวิจัยวิทยาศาสตรืการแพทย์ทหาร กรมแพทย์ทหารบก ถนนราชวิถี กรุงเทพ 10400
 
โทรศัพท์ 245-0456 / 644-4888 ต่อ 4002
- ศุนย์วิจัยโรคเลปโตสไปโรซีส โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน ถนนราชวิถี กรุงเทพ 10400
  โทรศัพท์ 245-8251
- ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ ทั้ง 12 เขตทั่วประเทศ




 

 


 






We subscribe to the
HONcode principle
of the Health on the
Net Foundation

  
About Us | Add URL I Privacy Policy | Member Register | Health Shop | Contact Us | Health Board | Advertising
Disease / Condition | Head Line News | Healthcare | Diagnostic | Alternative Medicine | Aromatherapy |
Health Game Zone


1999-2009 Thailabonline.com. All rights reserved. 
เลขทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์  e-Commerce Registration Number  7100803000130
By using this information service,    you accept the terms of our Visitor Agreement. Please read it. 
The material on Thailabonline.com and iHealthsite.net are for informational purposes only and is not 
a substitute for medical advice or treatment for any medical conditions.   You should promptly seek 
professional medical care if you have any concern about your health, and you should always consult 
your physician before starting a fitness regimen.
”Thailabonline.com” and “ihealthsite.net” and ”AromaEssence” and ”MedHealthMart” are trademarks of Crystal Diagnostics Co.,Ltd.