| การเสริมสร้างความสมบูรณ์ของร่างกายให้กับตัวเราเอง |
จากประเด็นที่ว่าคนไทยเราไม่ค่อยสนใจดูแลสุขภาพตนเองและใช้ชีวิตแบบตาย
ผ่อนส่งโดยไม่จำเป็น
ไม่ค่อยสนเอาเอาใจใส่ต่อสัญญาณแจ้งเตือนจากร่างกาย
ของเราเช่น
อาการปวดหัวตัวร้อน
เป็นหวัดง่ายและบ่อยกว่าจะหายก็ใช้เวลานาน
ออกแรงเล็กๆน้อยๆก็ออกอาการเหนื่อย
ง่วงเหงาหาวนอนอยู่ตลอดเวลา
จิตใจ
รู้สึกไม่สนุกสนานเบื่อไปหมดซะทุกอย่าง
อาการต่างๆข้างต้นแม้ยังไม่ถึงกับ
ล้มหมอนนอนเสื่อแต่ก็เตือนให้เราต้องมีการปรับปรุงตัวได้แล้ว
เมื่อการขับรถที่
รถยนต์เริ่มแสดงอาการผิดปกติบางอย่างเช่นสตาร์ทรถติดยาก
รถวิ่งเร่งความเร็ว
ไม่ค่อยได้
เบรคแล้วมีเสียงดัง
เป็นต้น
การปรับปรุงตัวเองก็เหมือนกับการนำรถ
เข้าอู่เพื่อปรับแต่งรถใหม่
ทำให้ร่างกายพร้อมดำเนินชีวิตต่อไปอย่างมีคุณภาพ
มีสุขภาพแข็งแรง
มีความสุขทั้งกายและใจ
วิธีการจัดการยกเครื่องสุขภาพของเราเมื่อเริ่มส่ออาการผิดปกติมีหลักการจัดการ
ดูแลตนเองอย่างง่ายๆสามส่วนคือ
1.
ขจัดหรือล้างเอาของเสียออกจากร่างกาย
พยายามอย่าให้ของเสียตกค้างสะสม
ในร่างกายเป็นเวลานาน
2.
เริ่มทำการติดตั้งระบบการดำเนินชีวิตใหม่
3.
รักษาและบำรุงร่างกายให้มีสุขภาพสมบูรณ์ตลอดไป
1
การล้างเอาของเสียออกจากร่างกาย
มีด้วยกันหลายวิธีตั้งแต่ง่ายที่สุด
ได้
แก่
การพยายามไม่ให้มีการตกค้างของของเสียในระบบทางเดินอาหาร
/
การอบ
ร่างกาย
/ การออกกำลังกาย
การทานอาหารทีมีเอ็มไซม์หรือกลุ่มอาหารสมุนไพร
/
จนถึงการสวนล้างทวาร
(Detoxification)
เรามาลองมองกระจกสำรวจดูตัวเองหน่อยเช่น
ตามีอาการขุ่นมัว
ตาขาวมีสีแดง
ของเลือด ในคอมีการอักเสบ
หรือเสมหะบ่อย
ปากแดง
เจ็บในคอ
ลิ้นเป็นฝ้าขาว
ปวดเมื่อยตามร่างกายปวดตามไขข้อ
ไม่ว่าจะเป็นช่วงการเดิน
ยืน นั่ง
ก็รู้สึกปวด
ไม่คล่องแคล่ว อาการโดยรวมต่างๆข้างต้นจะมีอาการในระดับมากหรือน้อย
ใน
กรณีที่เป็นหรือมีอาการไม่มาก
การเริ่มต้นโดยเพียงไม่ให้มีของเสียตกค้างใน
ร่างกายเช่น
ทานน้ำให้มากเพื่อให้ปัสสาวะช่วยนำของเสียออกจากร่างกาย
หลีก
เลี่ยงไม่ให้ท้องผูก
การฝึกให้มีการขับถ่ายอุจจาระเป็นประจำ
การทานพืช
ผัก
ผลไม้ที่มีเส้นใยมากจะช่วยไม่ให้มีเศษอาหารตกค้างบูดเน่าในลำไส้ของเราหลีก
เลี่ยงการทานอาหารพวกเนื้อสัตวืเพราะเป็นแหล่งปัญหาของการสะสมสารพิษใน
ร่างกายถ้าอาการผิดปกติมีมากขึ้นก็อาจจะใช้ร่วมกับวิธีอื่นๆเพิ่มเติม
2
การปรับเปลี่ยนจัดระบบใหม่ให้กับระบบย่อยอาหาร
โดยการทานอาหารและดื่นน้ำผลไม้สดหรือทาน
พืชผักและผลไม้มากขึ้น
ดังนี้
-
กลุ่มอาหารคาร์โบไฮเดรต
เช่น แป้ง
ข้าว
ขอให้เป็นข้าวที่ไม่ผ่านการขัดขาว
เช่น ข้าวซ้อมมือ
ข้าวกล้อง
ข้าวแดง
หรือขนมปังโฮลวีท
ซึ่งจะมีสารอาหารและ
คุณค่าของประโยชน์มากกว่าข้าวที่ขัดขาว
หรือแป้งขนมปังธรรมดาให้มีปริมาณ
ร้อยละ 50 ของมื้อ
-
ผักชนิดต่างๆที่ล้างและปราศจากยาฆ่าแมลง
ให้มีปริมาณร้อยละ
25 ของมื้อ
-
โปรตีนจากพืช
เช่น
ถั่วต่างๆ
ถั่วแดง
ถั่วดำ
ถั่วเหลือง
ถั่วเขียว
หรือผลิตภัณฑ์
โปรตีนเกษตร
เต้าหู้ต่างๆเป็นต้น
ปริมาณร้อยละ
15 ของมื้อ
-
อาจทานอาหารโปรตีนจากพวกปลาได้บ้าง
-
อาหารเบ็ดเตล็ด
ผลไม้ที่ไม่หวานมาก
อาหารธรรมชาติอื่นเช่น
สาหร่ายทะเล
เมล็ดทานตะวัน
เมล็ดฟักทอง
มะละกอ
ฝรั่ง
มะเฟือง
พุทรา
ปริมาณรวม
ร้อยละ
10 ของมื้อ
-
เสริมด้วยน้ำคั้นจากผักหรือผลไม้เช่น
น้ำแครอท
น้ำขึ้นฉ่าย
น้ำผักเซเลอรี่
น้ำมะระ
เป็นต้น สลับกันทานวันละอย่างก็ได้ตามโอกาสสดวก
คื่มวันละ 1-2
แก้วหลังอาหารแล้วประมาณ
2 ชั่วโมง
ทั้งอาหารมื้อเช้าและเย็นช่วงใดช่วงหนึ่ง
หรือถ้ามีเวลาพอก็ทานทั้งสองช่วงได้ยิ่งดี
-
ดื่มน้ำสะอาด
หรือ
น้ำชาสมุนไพนเสริม
เช่นชาดอกคำฟอย
หญ้าหนวดแมว
ลูกไต้ใบ ตามความเหมาะสมและประโยชน์ของสมุนไพรเหล่านี้อย่างน้อยก็ควร
ดื่มน้ำสะอาด
6-8 แก้ว เป็นอย่างน้อย
-
อาจทานเสริมด้วยวิตามินประเภทแอนตี้ออกซิอดนท์
เช่น
วิตามิน เอ /
ซี / ดี / อี /
หรือ แร่ซีเลเนี่ยม
ซิงค์
เลซิติน
ตังกุย (GINGKO)
วิตามินบี 1
เป็นต้น
3
รักษาและบำรุงร่างกายให้มีสุขภาพสมบูรณ์ตลอดไป
เช่นการนอนผักผ่อน
การทำงาน การออกกำลังกาย
การทำสมาธิ
การทำจิตใจในทางบวก
โดยการฝึก
จัดช่วงเวลาในแต่วันว่าควรทำอะไรบ้างให้ลงตัว
- การนอน
พยายามนอนให้พอเพียงหลีกเลี่ยงการนอนดึก
นอนให้สนิทการหลับ
อย่างสนิทเต็มที่เพียง
5
ชั่วโมงก็เพียงพอแล้ว
จะเป็นช่วงของการหลั่งฮอร์โมน
Growth Hormone
- การพักผ่อน
ผ่อนคลายความตึงเครียด
ของร่างกาย
อาจใช้สมาธิช่วย
-
ออกกำลังกายในท่าที่เหมาะสม
ทั้งระยะเวลาและระยะทาง
ประมาณให้เหงื่อ
ออกโทรม หัวใจเต้นแรง
ชีพจรระหว่าง
100-120 ครั้ง/นาที
ซักระยะตามที่ร่าง
กายรับได้
- ฝึกจิตใจ
ทัศนะคติ
การคิดในเชิงบวก
จะช่วยให้จิตใตเบิกบาน
มีสติและสมาธิ
ในการทำงาน
หลีกเลี่ยงความเครียดความวุ่นวาย
ท่านสามารถลองเริ่มต้นซักช่วงระยะเวลาหนึ่งอย่างน้อย
1-2 อาทิตย์
แล้วลอง
เปรียบเทียบความเปลี่ยนแปลงว่าสุขภาพร่างกายเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นหรือไม่
แน่นอนการปรับเพิ่มหรือการทำเป็นช่วงระยะเมื่อร่างกายเริ่มส่งสัญญาณเตือน
บอกเหตุ
จะเป็นการไม่ปล่อยหรือใช้ร่างกายอย่างทารุณจนโทรม
แล้วก็เจ็บป่วย
ต้องเสียเงินและเวลาในการรักษาตัว ท่านอาจฝึกปรับเปลี่ยนให้กลายเป็นวิถีชีวิต
ประจำวันเลยก็ได้
ก็ยิ่งเป็นสร้างเกราะแข็งแรงให้กับตัวเราเอง
เราลองมาดูตัวอย่างการเสริมสร้างเกราพคุ้มกันง่ายๆ
ในแต่ละวัน
เช่น
-
ตื่นนอนในช่วงตีห้า
ออกกำลังกาย
ลดการทานอาหารประเภทแป้งและเนื้อสัตว์
ลง
ดื่มน้ำสะอาด
น้ำมะนาวสด
ชาสมุนไพรได้ตลอดเวลา
นอนพักผ่อนแต่หัวค่ำ
ทำสมาธิก่อนนอน
- วันต่อมา
ตื่นนอนแต่เช้าและออกกำลังกาย
ดื่มน้ำผักเช่นแครอท
ข้าวซ้อมมือ
แบบข้าวต้ม
ผักต่างๆ
เช่นผักต้มจับฉ่าย
ทานผักให้มากๆ
เช่นผักบุ้ง
ผักกาด
ขาว
ผักคะน้า
-
วันต่อมาเพิ่มผลไม้หรือพืชที่มีเส้นใยมากประกอบตามหลังอาหารเช่น
ฝรั่ง
ส้ม
ทั้งผล มะละกอ
กล้วย พุทรา
เป็นต้น
ตามด้วยน้ำผักและขบวนการเหมือนวันก่อน
หน้านี้ สามารถสลับปรับเปลี่ยนชนิดของอาหารได้ตามความเหมาะสม
สังเกตุว่า
จะเน้นในการปรับระบบการย่อย
การขับถ่าย
เป็นหลัก
ทานวิตามินหรือสมุนไพร
ธรรมชาติเสริมรวมถึง
การออกกำลังกายและการทำสมาธิ
พักผ่อนให้เพียงพอ
ง่ายๆ
ไม่ยุ่งยากมาก
ไม่ต้องมีอุปกรณ์ยุ่งยากซับซ้อม
หลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์
ไขมัน
ต้นตอของปัญหาให้เหลือน้อยที่สุด ลองสัก 2
สัปดาห์คุณจะเห็นถึงความแตกต่าง
ยิ่งทำได้นานและสม่ำเสมอคุณก็จะได้เกราะร่างกายที่สมบูรณ์
กลับขึ้นด้านบน
To top

|