BECOME A MEMBER
สมัคร ! สมาชิกชมรมรักสุขภาพ
ฟรี ข่าวสาระความรู้เรื่องสุขภาพ

 
Google
Search WWW Search thailabonline.com

   top

  ดูอย่างไร เมื่อลูกริไปเสพยา
  เสพติด


โตแบบปลอดยาเสพติด
   แนวทางป้องกันสำหรับ
   บิดามารดา

การสร้างแนวร่วม  
  เพื่อต่อต้านยาเสพติด

การป้องกันยาเสพติด
  เป็นหน้าที่ของทุกคน 

ลูกคุณติดยาแล้วหรือยัง 
ค้นหาเด็กเสพยาได้อย่างไร
สิ่งต้องสังวร ก่อนทำ
  การตรวจปัสสาวะ
   จำเป็นต้องตรวจ 2วิธี
     ตรวจกรอง/ยืนยัน    
  -  เรื่องของ 
     (False Positive)

หัวข้อสำคัญโดยย่อ
  
เกี่ยวกับยาเสพติด
   Highlight of Drug
   Abuse


เรื่องยาบ้า/ยาม้า
  
Meth/AMP
   Amphetamine
   Drug Abuse

ยาอี / เอคตาซี
  
Ecstacy/MDMA
ยาคีตามีน 
   Ketamine 

เรื่องฝิ่น
  
Opiates
เรื่องเฮโรอีน/
  
Heroine
เรื่องมอร์ฟีน/
  
Morphine
เรื่องกัญชา
  
Marijuana/
   Cannabis

โคเคน / โคคาอีน
 
(Cocaine)
สารระเหย 
 
(Inhalant)
Barbiturates: บาร์บิทูเรต
Antidepressants:
 
Tricyclic antidepressants
  (TCA) 

Methadone:
PCP or Angel Dust:
  
Phencyclidine (PCP) 

ชุดทดสอบการหาสาร
  
เสพติดในปัสสาวะ
  Rapid test for  
  Drug of Abuse

ชุดตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์
    จากน้ำลาย แบบเร่งด่วน

    AlcoCheck Rapid
    Blood Alcohol Content
    ( BAC)

 



Health Navigation






สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม
กรุณาแจ้งให้ทึมงานเพื่อ
จัดเตรียมหาสาระให้



Contact : 
info@thailabonline.com
ชมรมเรารักสุขภาพ 
ไทยแล็ปออนไลน์



 

 

  

 ดูอย่างไร เมื่อลูกริไปเสพยา      

ปัญหาอย่างหนึ่งที่พ่อแม่มักจะปรึกษาแพทย์เป็นประจำก็คือ     สงสัยว่าลูกใช้
ยาเสพติดเพราะสังเกตเห็นความผิดปกติ หลายอย่างเกิดขึ้น แต่ก็ไม่มั่นใจจึง
อยากรู้ว่ามีวิธีการอะไรไหมที่จะยืนยันว่าลูกใช้ยาจริงๆจะได้หาทางแก้ไขได้ทัน
ท่วงที หากเกิดกรณีเช่นนี้ทางที่ดีพ่อแม่อย่าพยายามไปคาดคั้นให้ลูกสารภาพ 
เพราะนอกจากเขาจะไม่สารภาพแล้วอาจ จะเป็นเหตุ ให้ความสัมพันธ์ในครอบ
ครัวแย่ลงไปอีก อย่างที่บอกไว้แล้วปัญหาวัยรุ่นใช้ยาเสพติดสาเหตุส่วนใหญ่ 
มาจากการขาดความ อบอุ่นในครอบครัว และการเลี้ยงดูลูกอย่างไม่เหมาะสม 
ทำให้เด็กเลือกใช้ยาเสพติดเป็นทางออก ดังนั้นหากจะคิดแก้ไข อย่าคิดแต่เพียง
จะทำให้เด็กเลิกใช้ยาเสพติด แต่ต้องแก้ไขสาเหตุของปัญหาที่แท้จริงเสียก่อน 
การช่วยเหลือเด็กจึงจะได้ผล สำหรับ การตรวจปัสสาวะ ไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุดที่จะ
แนะนำ วิธีการนี้เปรียบเสมือนการคาดคั้น หาหลักฐานมายืนยันเพื่อให้เด็ก รับ
สารภาพและการตรวจปัสสาวะ ก็มีข้อจำกัดที่จะตรวจพบได้เฉพาะผู้ที่เสพยาบ้า
ภายในระยะเวลาประมาณ 24 ชั่วโมง และมักพบเสมอว่าถึงผลตรวจปัสสาวะ
เป็นบวกแต่เด็กก็ยังปฏิเสธว่าก็ให้ผลบวกได้ เป็นผลบวกลวง (False Positive)

วัยรุ่นที่เสพยาบ้า (Amphetamine) อยู่ประจำ 
จะมีการเปลี่ยนแปลงหลายสิ่งหลายอย่างให้สังเกตได้ สิ่งแรกเป็นการ เปลี่ยน
แปลงของสุขภาพร่างกาย โดยสังเกตเห็นร่างกายที่ทรุดโทรม โดยเฉพาะพวก
ที่ใช้ยาแล้วออกเที่ยวเตร่คืนและ ส่วน มากพอใช้ไปสักระยะหนึ่งน้ำหนักจะลด
ลง เพราะไม่ค่อยอยากอาหารเมื่อถึงเวลารับประทานอาหารก็มักจะอ้างโน่น
อ้างนี่ เพื่อหลีกเลี่ยงไม่รับประทานอาหาร ที่เป็นเช่นนี้เพราะสารแอมเฟตามีน
ถูกใช้เป็นยาลดน้ำหนักมีผลต่อศูนย์ ควบคุมความ อยากอาหารในสมอง เด็กที่
ใช้ยาเสพติดไม่ใช่คนโง่ที่ไม่เคยได้รับการกล่าวถึงพิษภัยของยาเสพติด แต่การ
รับรู้ในหลายด้านโดยเฉพาะจากเพื่อนฝูงหรือจากการลองเสพจริงเขายังไม่เห็น
โทษของยาเสพติด แต่ประโยชน์ที่ได้จากมันเขาสามารถ ได้ รับทันทั้งความ
สนุกสนาน ความสุขและความพึงพอใจดังนั้นท่าทางของพ่อแม่และครูเป็นสิ่ง
สำคัญ ปัญหาเด็กใช้หรือติดยา เสพติดเป็นสิ่งที่สามารถแก้ไขได้  อย่าแสดง
อารมณ์หรือความรู้สึกที่รับไม่ได้ต่อปัญหานี้การแสดงความเข้าใจ และเห็นอก 
เห็นใจเด็กเป็นสิ่งสำคัญ ปัญหามันไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น และต้องรีบแก้ไขในขณะ
นั้น ให้เวลากับเด็กได้คิดได้ตัดสินใจ สักหน่อยอย่าไปคาดคั้นเด็กมากนัก นอก
จากผลต่อร่างกายแล้วยาบ้าทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของจิตใจวัยรุ่น พวกนี้
จะหงุดหงิดง่าย บางครั้งก่อการทะเลาะวิวาทด้วยเหตุผลเล็กน้อย ในบางช่วง
ของการขาดยาอาจจะมีอาการซึมเศร้า บางรายถึงขนาดคิดฆ่าตัวตาย อาการ
ทางจิตอาจจะรุนแรง เมื่อวัยรุ่นติดยาบบ้าเป็นเวลานาน หรือใช้ในปริมาณมาก
จะมีอาการประสาทหลอน หลงผิด บางรายถึงขนาดไม่สามารถควบคุมตนเอง
ได้ เกิดอาการคลุ้มคลั่งจับตัวประกันเป็นข่าว ที่เราเห็นอยู่เป็นประจำ สิ่งผิดปกติ
ที่เปลี่ยนแปลงให้เห็นอีกก็คือ การเล่าเรียน หรือการงานของผู้ติดยาบ้าจะแย่ลง
อย่าง เห็นได้ชัด เขาจะไม่สนใจเรียนหรือทำงาน ขาดสมาธิมีความคิดหมกมุ่น
กับการใช้ยาเสพติด เงินที่เก็บสะสมไว้จะถูกนำออก มาซื้อยาเสพติด หากเงิน
ที่เก็บไว้หมดลงก็จะเริ่มลักขโมยของในบ้านไปขายหรือเอาของไปจำนำ เพื่อนฝูง
ที่เคยคบหาก็ จะหายหน้าไปเปลี่ยนเป็นกลุ่มเพื่อนที่มั่วสุมเสพยาแทน 
การที่เด็กต้องเสพยาบ้าเป็นประจำ พ่อแม่จะสังเกตเห็นว่าลูก จะเก็บตัวมาก
ขึ้น อยู่ในห้องคนเดียว บางครั้งอาจจะพบอุปกรณ์ที่เด็กใช้เสพยาบ้า เช่น 
กระดาษฟรอย หลอดกาแฟ เป็นต้น ดังนั้นสิ่งเหล่านี้เป็นเพียงเครื่องชี้หรือข้อ
สังเกตเท่านั้น สิ่งที่จะยืนยันว่าเด็กใช้ยาเสพติดหรือไม่คือ คำสารภาพจากปาก 
ของเด็กเอง แต่คำสารภาพก็ไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุด คำยืนยันของเด็กที่จะหยุดยา
เสพติด เป็นสิ่งสำคัญหว่าแต่คำยืนยันนั้น จะเป็นจริงขึ้นมาได้ เด็กต้องการ
ความช่วยเหลือและความเข้าใจจากพ่อแม่อย่างมาก พ่อแม่เป็นหมอที่รักษา
ลูกได้ดีที่สุด ขอให้พ่อแม่และสมาชิกทุกคนในครอบครัวตระหนักว่าความรัก 
และความเข้าใจเป็นสิ่งสำคัญที่ จะช่วยเหลือเด็ก ให้รอดพ้นจากการติดยา
เสพติด 
บางครั้งพ่อแม่อาจจะเหน็ดเหนื่อยหรือท้อแท้ใจกับพฤติกรรมที่เด็กแสดงออก 
แต่ต้อง เชื่อมั่นว่าท่านช่วยลูกของท่านได้ แล้วความสำเร็จจะเกิดขึ้นในไม่ช้า

 

 

 ลูกคุณติดยาแล้วหรือยัง       

มีความเข้าใจผิดของพ่อแม่และครูจำนวนมาก เมื่อทราบว่าลูกหรือลูกศิษย์ของ
ตนเสพยาก็ทึกทักทันทีว่า เด็กติดยาแล้ว โวยวายจะรีบพาเด็กไปรับการบำบัด
รักษา โดยไม่เข้าใจว่าการติดยาเสพติดคืออะไร ผู้เสพยา เสพติดไม่ว่าจะเป็น
บุหรี่ เหล้า หรือยาบ้า จะมีขั้นตอนของการใช้ยาเสพติดคล้าย ๆ กันโดยเริ่มจาก
การลองเสพ จากนั้นก็จะเริ่มเสพยาเพื่อเข้าสังคมหรือกลุ่มเพื่อนที่เสพด้วยกันเพื่อ
ความสนุกสนาน และเมื่อเกิดความเครียด ก็จะเริ่มใช้ยาเสพติดเพื่อคลายความ
เครียดเมื่อใช้บ่อย ๆ นานเข้าผู้เสพจะเริ่มติดยาต้องเพิ่มขนาดมากขึ้นเรื่อย ๆจน
กระทั่งเป็นทาสยาเสพติดในที่สุด

ลักษณะอย่างหนึ่งของยาเสพติดทุกประเภทก็คือ ผู้เสพต้องเพิ่มขนาดของยาเสพ
ติดขึ้นไปเรื่อย ๆ เพราะเมื่อใช้ยาเสพติดไประยะหนึ่งร่างกายจะเกิดการดื้อยา
(Tolerance) ของยาเสพติด ขนาดเดิมจะไม่ออกฤทธิ์ตามที่ต้องการ 
การดื้อยาจะเกิดขึ้นเร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับประเภท ของยาเสพติด และวิธีการ เสพ 
การเสพโดยกรฉีดเข้าเส้นเลือดหรือการสูบไอจะทำให้เกิดการดื้อยาเร็วกว่า
การกิน การติดยาเสพติดผู้เสพ จะเริ่มติดยาทางจิตใจ(Psychological Dependence) 
ก่อน คือมีความอยากที่จะเสพยาเสพติด โดยหา ข้ออ้างต่าง ๆ 
นานา เพื่อจะเสพยาเสพติดให้ได้ และเมื่อใช้ยาเสพติดไปอีกระยะหนึ่ง จะเกิด
การติดยาทางร่างกาย (Psychological Dependence) ในระยะนี้ หากผู้ติดยา
หยุดยา จะเกิดอาการขาดยาหรืออาการถอนพิษยา (Withdrawal Symptoms) 
ที่มีความทรมานมาก อาการขาดยาสำหรับผู้ติดยาเฮโรอีนก็คือ อาการลงแดง 
นี่เอง ผู้ติดยาจะมีอาการทรมานมาก ปวดตามร่างกายมากจนเข้าถึงกระดูก 
ปวดท้อง ท้องเสีย หนาวสั่น น้ำมูก น้ำตาไหล สำหรับผู้ติดยาบ้า อาการขาดยาจะรุนแรงน้อยกว่าผู้ติดยาจะมีอาการหงุดหงิดหรือมีอาการซึม
เศร้า อ่อนเพลีย รู้สึกง่วงนอน หลับมาก หิวบ่อย และจะมีอาการอยากยาเป็น
พักๆ ระยะเวลาที่เริ่มเสพยาเสพติด จนกระทั่ง เกิด การติดยาเสพติดแตกต่าง
กันตามชนิดของยาเสพติด ถ้ามีประเภทที่ฤทธิ์รุนแรง เช่น เฮโรอีน หรือโคเคน 
จะใช้ระยะเวลาสั้นมากและขึ้นอยู่กับวิธีเสพ หากใช้วิธีฉีดเข้าเส้นหรือสูบไอของ
ยาบ้าจะทำให้ติดยา ได้เร็วกว่า วิธีกินมาก สำหรับการวินิจฉัยว่าผู้ใดติดยาเสพ
ติด อาจจะไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ยากเกินไปถ้าเรารู้จักการสังเกต และเฝ้าดู
พฤติกรรมของเด็ก หลักเกณฑ์กว้าง ๆ 3 ข้อ ที่ใช้พิจารณาว่าผู้ใดติดยาเสพติด 
มีดังนี้ 
- ไม่สามารถควบคุมตนเองได้ (Loss of Control)   
   เด็กที่ติดยาบ้าจะเสพยาบ้าเป็นประจำ อาจทุกวันหรือ วันละหลายครั้ง เมื่อ
   เกิดอาการเสี้ยนยาหรืออาการอยากยา (craving) เขาจะไม่สามารถควบคุม
   ตนเองได้ จะต้องหาหนทางแสวงหายาบ้ามาเสพให้ได้ 
- ใช้ยาซ้ำซาก (Compulsive use) 
   หมกมุ่นแต่เรื่องยาเสพติดจะเสพยาเป็นประจำ บางครั้งจะเสพ ต่อเนื่องเป็น
   เวลาหลายวัน หรือ เป็นสัปดาห์ไม่สนใจเรื่องอื่น ๆ ในชีวิตประจำวัน เสียการ
   เรียนหรือการงาน แม้แต่ข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวก็ไม่สนใจดูแล 
- เกิดอาการดื้อยา (Tolerance) 
   ผู้เสพจะเพิ่มขนาดยาขึ้นเรื่อย ๆ เพราะเกิดอาการดื้อยาทำให้ยาขนาด เดิม    
   ออกฤทธิ์ไม่ถึงที่ต้องการ และเมื่อยาหมดฤทธิ์ผู้เสพจะเกิด อาการขาดยา 
   ซึ่งมีความทุกข์ทรมานมาก เด็กส่วนใหญ่ที่เสพยาบ้ายังอยู่ในระยะต้น ไม่
   แสดงอาการชัดเจนตามหลักเกณฑ์ 3 ข้อข้างต้น ดังนั้นอาจจะสังเกตยาก
   หน่อย   
  
ในบทต่อไปจะกล่าวถึงข้อสังเกตอื่น ๆ ประกอบ แต่ถึงอย่างไรก็ตาม พ่อแม่หรือ
ครูอย่าใจร้อน รีบคาดคั้นกับเด็กจนเกินไป ใช้ระยะเวลาสักหน่อยและที่สำคัญ
ต้องทำ ให้เด็กเชื่อใจ ไว้วางใจให้ได้เสียก่อน เด็กก็จะสารภาพเรื่องราวต่าง ๆ 
เอง


ค้นหาเด็กเสพยาได้อย่างไร

ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา     การตรวจปัสสาวะหาสารเสพติดเป็นมาตรการที่
โรงเรียนต่าง ๆ ดำเนินการกันอย่าง กว้างขวาง การตรวจปัสสาวะดังกล่าว
ดำเนินการโดยครูในสถานศึกษา ที่ยังขาดความเข้าใจถึงแนวทาง การแก้ไข
ปัญหายาเสพติดอย่างแท้จริง และรู้แต่เพียงต้องการหาเด็กนักเรียนที่ติดยาเสพ
ติดให้พบจะได้หาทางช่วยเหลือ จึง ใช้การตรวจปัสสาวะเพื่อหาเด็กที่ติดยา
เสพติด หากจะถามว่าทำไมต้องตรวจปัสสาวะกันด้วย ก็คงเป็นเพราะ มีการ 
สงสัยว่า ผู้นั้นเสพยาเสพติดแต่เขาไม่ยอมรับ จึงต้องหาหลักฐานอย่างใดอย่าง
หนึ่งมาตรวจ เพื่อยืนยัน แต่สำหรับ การตรวจหายาเสพติด สิ่งที่ยืนยันที่ดีที่สุด
ก็คือ การตรวจปัสสาวะ การตรวจปัสสาวะก็เปรียบเหมือนการพยายาม ทำให้
ผู้ร้ายปากแข็งสารภาพผิด ซึ่งคงไม่ใช่เรื่องง่าย และที่สำคัญก็คือหากสามารถ
ต้อนเขาให้จนตรอก จำเป็นต้อง สารภาพว่าเสพยา เขาจะเต็มใจเข้ารับการ
รักษาหรือเลิกยาหรือไม่ 

จริง ๆ แล้ว วิธีที่ดีที่สุดที่จะช่วยเหลือเด็กที่ติดยา เป็นเรื่องของพ่อแม่และครู 
ที่จะต้องพยายามทำให้เด็กสำนึก ผิดและสารภาพกับพ่อแม่และครูเอง แต่
ในสภาพความ เป็นจริงไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องอาศัยความใกล้ชิด และความ ไว้
เนื้อเชื่อใจกันพอสมควร เด็กถึงจะยอมสารภาพซึ่ง เป็น หนทางที่ดีที่สุด ที่เด็ก
ที่ติดยาจะยอมเข้ารับการ บำบัดรักษาและกลับเนื้อกลับตัวใหม่ การบำบัดรักษา
ผู้ติดยาเสพติด ในปัจจุบัน โดยเฉพาะวัยรุ่นที่ติดยาบ้า ได้ผล ไม่ค่อยดีเพราะ
เด็กไม่ตั้งใจที่จะเลิก แต่พ่อแม่บังคับให้เข้ารับการ บำบัดรักษาเด็กก็จะหยุด
เสพยาได้เฉพาะ ในช่วง ที่อยู่ในสถานพยาบาล พอกลับบ้านพบสภาพแวดล้อม
เดิม หรือมีเพื่อนมาชวนเสพยาเสพติดอีกก็หักห้ามใจ ไม่อยู่ หวนกลับไปติดยา
อีก เพราะฉะนั้นหากเป็นเรื่องของครอบครัว ที่สงสัยว่ามีสมาชิกในบ้านคนใด
คนหนึ่งเสพ หรือ ติดยาเสพติด น่าจะใช้ความใกล้ชิดและสาเหตุพฤติกรรมอื่นๆ 
ที่ผู้เขียนจะกล่าวต่อไป แทนการบังคับเด็กไปตรวจ ปัสสาวะเพื่อจะยืนยันว่า
เด็กได้เสพยาเสพติด แต่สำหรับในสถานศึกษาซึ่งมีนักเรียนจำนวนมาก ครูไม่
สามารถใกล้ชิด นักเรียนได้ทุกคน แต่ครูที่เกี่ยวข้องมักจะพอบอกได้ว่านักเรียน
คนใดมีพฤติกรรม ที่เสี่ยงต่อการเสพ หรือติดยา เสพติด   เด็กพวกนี้มักจะเป็น
กลุ่มที่ชอบเที่ยวเตร่ ผลการเรียนไม่ดี หรือมีปัญหาครอบครัว ในกรณีเช่นนี้อาจ
จำเป็น ต้อง ตรวจปัสสาวะเด็กที่มีพฤติกรรมเสี่ยงเพื่อเป็นการป้องปราม เพื่อ
ป้องกันไม่ให้เด็กไปลองเสพ หรือทำให้ผู้ที่เคย เสพแล้วหยุดเสพ 

การตรวจปัสสาวะนักเรียนในสถานศึกษาใน ลักษณะป้องปราม สำหรับเด็ก
นักเรียนที่มีพฤติกรรมเสี่ยงต่อการ เสพยาควรดำเนินการตรวจต่อเนื่องทุกเดือน
โดยไม่ต้องบอกล่วงหน้า การใช้มาตรการนี้นักเรียนส่วนใหญ่จะกลัวแล้วไม่กล้า
เสพอีก การตรวจปัสสาวะนักเรียนจำนวนมาก ๆ ทั้งโรงเรียนโดยไม่ได้  แบ่ง
นักเรียนเป็นกลุ่มที่มีความ เสี่ยงสูงหรือต่ำ ต้องเสียค่าใช้จ่ายสำหรับซื้อชุดตรวจ
ปัสสาวะสูง และจะเสียเวลาทั้งครูและนักเรียนกว่า จะเสร็จสิ้น การตรวจ อีกทั้ง
ยังจะส่งผลกระทบ ต่อนักเรียน และผู้ปกครอง ในกรณีที่เด็กไม่เคยเสพยาบ้า 
แต่เกิดผลบวกลวง จากการตรวจปัสสาวะ ดังนั้น เมื่อสถานศึกษาใดต้องการ
ตรวจปัสสาวะนักเรียน จำเป็นอย่างยิ่ง ครูผู้เกี่ยวข้องต้อง ศึกษาให้เข้าใจอย่าง
ถ่องแท้ 2 ประการก็คือ 
ประการแรกเป็นเรื่องว่าทำไมต้องตรวจปัสสาวะหายาบ้า และ 
ประการที่สอง
เป็นเรื่องของวิธีการตรวจที่ถูกต้อง 
รวมถึงวิธีการแปลผลการตรวจด้วย ซึ่งผู้อ่านจะได้รับทราบรายละเอียด

 

 

 
 สิ่งต้องสังวร ก่อนตรวจปัสสาวะ      


เมื่อสถานศึกษาแห่งใดตัดสินใจที่จะมีการตรวจปัสสาวะเพื่อค้นหา ผู้เสพหรือ
ผู้ติดยาเสพติด โดยเฉพาะยาบ้า มีหลายสิ่ง หลายอย่างที่ครูที่รับผิดชอบต้อง
สังวรก่อนจะเริ่มดำเนินการ การตรวจปัสสาวะจำเป็นต้องใช้ค่าใช้จ่าย ต้องการ
เวลา และ ผู้ดำเนินการหลายคน ดังนั้นเพื่อเป็นการประหยัดไม่จำเป็นต้องตรวจ
นักเรียนทุกคนควรตรวจเฉพาะคนที่สงสัยว่าจะมีการเสพ หรือติดยาแล้วเท่านี้ก็พอ 
นอกจากนั้นการตรวจนักเรียนจำนวนมาก จะยิ่งพบผลบวกลวง (False positive) 
จำนวนมาก ทำความยุ่งยากใจ และปัญหาขึ้นในภายหลัง ขั้นตอนการเก็บปัสสาวะเป็น
สิ่งสำคัญ ในเมื่อนักเรียนทีเสพหรือติดยาต้องการ จะหลบเลี่ยงอยู่แล้ว จึงพยายาม
ทุกวิถีทาง ไม่ว่าจะเป็นการนำปัสสาวะผู้อื่น หรือนำน้ำมาให้ตรวจแทน ครูต้อง
มีมาตรการเข้มงวด อย่าให้เด็กหลอกได้ 

การตรวจปัสสาวะมี 2 ขั้นตอน เหตุผลก็คือ เราไม่สามารถตรวจนักเรียน
จำนวนมากโดยวิธีตรวจยืนยัน เพราะ ค่าใช้จ่าย สูงมาก และเสียเวลาในการตรวจนาน 
การตรวจเบื้องต้น ค้าใช้จ่ายถูกกว่า สามารถตรวจได้คราวละมาก ๆ แต่ผลเสียก็คือ
 มี ผลบวกลวง (False positive) สูง อะไรคือ ผลบวกลวง การกินยาที่มีสูตรทางเคมี
บางส่วนคล้ายสารแอมเฟตามีน (Amphetamine) ทำให้เกิดผลบวกลวงขึ้นได้ ยาใน
กลุ่มดังกล่าวได้แก่ ยาแก้แพ้ ยาแก้หวัดคัดจมูก และยาลดความอ้วน เป็นต้น นอกจากกลุ่ม
ยาดังกล่าวแล้ว ผลบวกลวงอาจเกิดขึ้นได้จากสาเหตุอื่น ๆ ที่ไม่สามารถบอกได้ มีตัวอย่าง
การตรวจของ ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ จังหวัดพิษณุโลก ในปี 2541 : 
ตรวจเบื้องต้นทั้งสิ้น 3,762 ราย พบผลบวก 161 ราย 
เมื่อส่งตรวจ ยืนยันพบว่า ผลบวกจริงเหลือเพียง 62 ราย ที่เหลืออีก 99 ราย 
เป็นบวกลวง คิดเป็นร้อยละ 61.5 จากข้อมูลข้างต้นชี้ให้เห็นว่า เราอย่ามั่นใจ
ว่าตรวจพบสารเสพติดในปัสสาวะจนกว่าจะตรวจยืนยันก่อน หากจะถามว่า 
ผลบวกลวงในการตรวจเบื้องต้น มีมากเพียงใด ขึ้นอยู่กับชนิดของชุดตรวจ 
ถ้าเป็นชุดตรวจที่เป็นสารเคมี (Color test) เมื่อผสมกับปัสสาวะที่มียาบ้า 
จะเปลี่ยนสี ชุดตรวจประเภทนี้จะมีผลบวกลวงสูงคือประมาณร้อยละ 60-70 
หากเป็นชนิดตลับที่ใช้วิธีการตรวจด้านภูมิคุ้มกัน (Immunoassay) จะพบผล
บวกลวงน้อยกว่า แต่ราคาของชุดตรวจที่เป็นสารเคมี ราคาชุดละประมาณ 
20-30 บาท หากเมื่อตรวจยืนยันแล้วว่าในปัสสาวะมียาเสพติดจริง เราก็
สามารถบอกได้เพียงว่า ผู้นั้นได้เสพยาเสพติดก่อนหน้าที่จะมาตรวจ ปัสสาวะ
ระยะหนึ่ง แต่ไม่ได้บอกว่าผู้นั้นติดยาเสพติดหรือไม่ เพราะผู้เสพยาเสพติด
จำนวนมากยังไม่ใช่ผู้ติดยาเสพติด และการจะบอกว่าผู้ใดติดยาเสพติดแล้ว 
ต้องมีหลักเกณฑ์อื่น ๆ มาประกอบช่วยพิจารณา หากหน่วยงานใดต้องการ
รายละเอียด ด้านเทคนิคของการตรวจปัสสาวะ อาจจะหารือไปที่กองวัตถุเสพ
ติด กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ หรือ ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ของ
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ที่ตั้งอยู่ตามเขตต่าง ๆ ทั่วประเทศ ชุดทดสอบการตรวจพิสูจน์เบื้องต้น 

ชุดทดสอบของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ สารออกฤทธิ์ในยาบ้าจะทำปฏิกิริยา
กับน้ำยา ตรวจสอบในสภาวะที่เหมาะสม แล้วเปลี่ยนสีของน้ำยาจากสีเหลือง
เป็นสีม่วงแดง
ดูรายละเอียดการทดสอบเพิ่มเติม

ชุดทดสอบที่ใช้หลักการภูมิคุ้มกันวิทยา (Immunoassay) โดยใช้หลักการ 
Immunochromatographic Technique เมื่อหยดปัสสาวะลงในช่องปัสสาวะ
จะซึมไปตามกระดาษที่เคลือบด้วยสารภูมิคุ้มกัน สามารถอ่านผลโดยดูจาก
แถบสีที่ปรากฏ
ดูรายละเอียดการทดสอบเพิ่มเติม

ชุดเครื่องมือตรวจยืนยันผล Thin Layer Chromatography (TLC) เป็น
เครื่องทดสอบที่ใช้ แยกสารผสมออกจากกัน โดยอาศัยหลักการละลาย และ
การดูดซับที่แตกต่างกันของสารแต่ละชนิด ทำให้การเคลื่อนที่ผ่านตัวดูดซับ
แตกต่างกัน

Gas Chromatography / Mass Spectrometry (GC / MS) เป็นเครื่อง 
GC ที่ต่อเข้ากับ MS สารในตัวอย่างตรวจจะถูกแยกออกจากกันด้วยเครื่อง GC 
แล้วถูกวิเคราะห์โดยอาศัยคุณสมบัติของมวล/ประจุของสารแต่ละชนิด ด้วย
เครื่อง MS การตรวจด้วยเครื่องดังกล่าวเป็นการตรวจยืนยันที่ดีที่สุด แต่สิ้น
เปลืองค้าใช้จ่ายสูงและตรวจได้เฉพาะที่ศูนย์บางแห่งเท่านั้น 



ผลบวกลวง (False Positive)
หลายคนคงแปลกใจว่าทำไมเวลาที่มีการตรวจหาเชื้อ HIV ในเลือดหรือการ
ตรวจหา ยาเสพติดในปัสสาวะ จึงต้องมี การตรวจชันสูตร 2 ขั้นตอนได้แก่ 
การตรวจเบื้องต้น (Screening test) และการตรวจยืนยัน (Confirmatory 
test) สาเหตุคงเนื่องมาจาก 

การตรวจยืนยันเป็นวิธีที่ดีที่จะบอกผลได้แม่นยำแต่เหมือนกับสิ่งอื่นๆ ในดลาด
ก็คือ วิธีที่ดีย่อม มีค่าใช้จ่ายสูง และมีขั้นตอนยุ่งยากซับซ้อนใช้เวลามาก และ
เสียค่าใช้จ่ายสูงนัก การตรวจเบื้องต้น นอกจากจะมีคุณสมบัติ ดังที่กล่าวแล้ว 
ยังมีคุณสมบัติที่มีความไว (Sensitivity) สุง แต่มีความจำเพรา (specificity) 
อาจไม่สูงนัก คุณสมบัติ ทั้งสองนี้คืออะไร
หากจะเปรียบเทียบการตรวจเบื้องต้นเป็นเรด้าที่ใช้ตรวจจับเครื่องบิน ที่ผ่านมา
ในรัศมีทำการของเรด้า ถ้ามีเครื่องบิน บินผ่าน 100 ลำ เรด้าตัวนี้มีความ
สามารถตรวจ จับได้ทั้งหมดหรือเกือบทั้งหมดแสดงว่า เรด้ามีความไวสูง 
คุณสมบัติข้อนี้ เป็นสิ่งที่ต้องมีสำหรับการตรวจเบื้องต้นหากตรวจปัสสาวะ เพื่อ
หายาเสพติดจะแทบไม่มีผู้ใด ที่มียาเสพติด ในร่างกายจะ เล็ดลอดการตรวจ
ไปได้ สำหรับ ความจำเพาะ ก็คือ นอกจากเครื่องบินที่บินผ่านมา เรด้าสามารถ
ตรวจจับนกที่บินผ่ารน แต่บนหน้าจอไม่สามารถ แยกได้ว่าเป็นเครื่องบินหรือ
นกดังนั้นเมื่อมีเครื่องบิน 100 ลำ และ นก 50 ตัวบินผ่านเรด้า ตรวจจับว่า มี
วัถุปรากฎบนหน้าจอ 150 วัตถุบินผ่านมา หากเรด้าตรวจจับนก ซึ่งเป็นสิ่งที่
แปลกปลอมเข้ามามาก แสดงว่ามีความจำเพาะต่ำ คุณสมบัติข้อนี้มักเป็นข้อ
ด้อย ของชุดตรวจเบื้องต้น มีตัวอย่างการตรวจปัสสาวะหาสารแอมเฟตามีน
หรือยาบ้า โดยใช้การตรวจ โดยใช้สารเคมี (Color test) ที่จะทำปฏิกิริยา
เปลี่ยนสีกับสารในกลุ่ม แอมเฟตามีน (Color test) ซึ่งเป็นวิธีการตรวจเบื้อง
ต้น ชนิดหนึ่ง ซึ่งจะเป็นตัวอย่างได้ว่ามีผลบวกลวงเกิดขึ้นมากน้อยเพียงไร 
ตัวอย่างแรก
 
จากการตรวจของศูนย์วิทยาศาสตร์ การแพทย์ จังหวัดพิษณุโลก เก็บตัวอย่าง
ปัสสาวะของนักเรียนตามสถานศึกษาต่าง ๆ ในปี 2541 จำนวน 3,762 ราย จากการตรวจ
เบื้องต้นพบผลบวกจำนวน
161 ราย แต่เมื่อส่งตรวจยืนยันพบผลบวกเพียง 62 ราย 
ตัวอย่างที่สอง 
จากการเก็บ ปัสสาวะนักเรียนระดับมัธยมศึกษาในจังหวัดลพบุรี ปี 2539 ได้
ตัวอย่างทั้งสิ้น 2,093 ราย ผลการตรวจเบื้องต้นด้วย Color test พบผลบวก 
333 ราย จากนั้นส่งตรวจยืนยันด้วย GLC พบผลบวกเหลือ 86 ราย ตัวอย่างสุดท้าย 
เป็นการเก็บตัวอย่างของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาและอาชีวศึกษาในจังหวัด
เชียงใหม่ ปลายปี 2538 โดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ สุ่มเก็บได้
ตัวอย่างปัสสาวะทั้งสิ้น 2,997 ราย ผลการตรวจเบื้องต้นโดยใช้ชุดนี้ยาของ
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พบผล บวกทั้งสิ้น
161 ราย เมื่อส่งตรวจยืนยัน
โดยใช้วิธี Chromatography ผลบวกลดเหลือ
70 ราย 
จะเห็นได้ว่า ตัวอย่างแรก พบ
ผลบวกลวง 99 ราย ในจำนวน 161 ราย คิดเป็น
ร้อยละ 61.5 

ตัวอย่างที่สอง พบผลบวกลวง 247 ราย ในจำนวน 333 ราย
คิดเป็นร้อยละ 74.2  
และตัวอย่างสุดท้าย พบผลบวกลวง 221 ราย ในจำนวน 219 ราย
คิดเป็นร้อยละ 75.9 
สรุปว่าจากกรณี การตรวจปัสสาวะหาสารแอมเฟตามีน โดยวิธีตรวจเบื้องต้น
ด้วยชุดตรวจที่เป็นสีเคมี (Color test) ทั้ง 3 กรณี พบผลบวก ลวง (False 
positive) สูงถึงร้อยละ 60-75


สิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความจำเป็นที่จะต้องมีการตรวจยืนยัน (Confirmatory 
test) เมื่อผลของการตรวจเบื้องต้นได้ผลลบ เราค่อนข้างมั่นใจว่าการตรวจ
มีความถูกต้องสูง ไม่จำเป็นต้องส่งตรวจยืนยันอีก การตรวจเบื้องต้นโดยใช้
วิธีการตรวจต่างชนิดกัน จะมีความไวและความจำเพาะแตกต่างกัน ดังนั้นการ
ที่จะใช้วิธีใดทำการตรวจ เบื้องต้น จะต้องศึกษาผลการวิจัยหรือข้อมูล เพื่อให้
ทราบถึงคุณสมบัติทั้งสองของชุดตรวจนั้น ๆ ด้วย 





 

 



















 






We subscribe to the
HONcode principle
of the Health on the
Net Foundation

  
About Us | Add URL I Privacy Policy | Member Register | Health Shop | Contact Us | Health Board | Advertising
Disease / Condition | Head Line News | Healthcare | Diagnostic | Alternative Medicine | Aromatherapy |
Health Game Zone


1999-2009 Thailabonline.com. All rights reserved. 
เลขทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์  e-Commerce Registration Number  7100803000130
By using this information service,    you accept the terms of our Visitor Agreement. Please read it. 
The material on Thailabonline.com and iHealthsite.net are for informational purposes only and is not 
a substitute for medical advice or treatment for any medical conditions.   You should promptly seek 
professional medical care if you have any concern about your health, and you should always consult 
your physician before starting a fitness regimen.
”Thailabonline.com” and “ihealthsite.net” and ”AromaEssence” and ”MedHealthMart” are trademarks of Crystal Diagnostics Co.,Ltd.