BECOME A MEMBER
สมัคร ! สมาชิกชมรมรักสุขภาพ
ฟรี ข่าวสาระความรู้เรื่องสุขภาพ

   top

สารระเหย
  (Inhalant)

 - ผลิตภัณฑ์ดังต่อไปนี้  
   จัดเป็นสารระเหย

 - ประวัติความเป็นมา
 - การแพร่ระบาด
 - การออกฤทธิ์
 - การบำบัด
 

 

ชุดทดสอบการหาสาร
   เสพติดในปัสสาวะ
   Rapid test for Drug of
   Abuse

 




Health Navigation






สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม
กรุณาแจ้งให้ทึมงานเพื่อ
จัดเตรียมหาสาระให้



Contact : 
info@thailabonline.com
ชมรมเรารักสุขภาพ 
ไทยแล็ปออนไลน์


 สารระเหย (Inhalant)      

สารระเหย (Inhalant)

สารเคมีที่ออกฤทธิ์
โทลูอีน , อาซีโทน ฯลฯ

ลักษณะทางกายภาพ
สารระเหยเกือบทุกชนิดเป็นของเหลว มีกลิ่นเฉพาะตัว หรือกลิ่นหอม ระเหย
ได้ดี มีความหนืดต่ำค่าแรงตึงผิวต่ำ บางตัวติดไฟได้ เช่น Toluene , Ethyl 
Acetate , Acetone และ Methyl Ethyl Ketone เป็นต้น ส่วนมากมักไม่มีสี
ใส ไม่มีตะกอน ค่าความดันไอต่ำ ละลายในน้ำได้ไม่ดี แต่มีคุณสมบัติละลาย
ได้ดีในไขมัน

ประกาศกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงอุตสาหกรรม ฉบับที่ 14 (พ.ศ.2538) 
กำหนดให้สารเคมีและผลิตภัณฑ์ดังต่อไปนี้ เป็นสารระเหย
1. สารเคมีมี 14 รายการ คือ

    1. โทลูอีน (Toluene)
    2. อาซีโทน (Acetone)
    3. เมทิลเอทิลคีโทน (Methyl Ethyl Ketone)
    4. ไอโซโปรปิลอาซีโทน (Isopropylacetone)
    5. เอทิลอาซีเทต (Ethyl Acetate)
    6. เซลโลโซล์ฟอาซีเทต (Cellosolve Acetate)
    7. เมทิลอาซีเทต (Methyl Acetate)
    8. นอร์มาลบิวทิลอาซีเทต (n-Butyl Acetate)
    9. เซคันดารีบิวทิลอาซีเทต (sec- Butyl Acetate)
   10. นอร์มาล-บิวทิลไนไตรท์ (n- Butyl Nitrite)
   11. ไอโซ-บิวทิลไนไตรท์ (iso- Butyl Nitrite)
   12. บิวทิลเซลโลโซล์ฟ (Butyl Cellosolve)
   13. เซลโลโซล์ฟ (Cellosolve)
   14. เมทิลเซลโลโซล์ฟ (Methyl Cellosolve)
2. ผลิตภัณฑ์ ซึ่งมีสารเคมีที่เป็นสารระเหยผสมอยู่ มี 5 รายการ คือ
    1. ทินเนอร์ (Thinners) 
   2. แลคเกอร์ (Lacquers) 
3. กาวอินทรีย์สังเคราะห์ (Synthetic Organic Adhesives) ที่มียางนิโอปรีน 
   หรือสารกลุ่ม ไวนิลเป็นตัวประสาน

4. กาวอินทรีย์ธรรมชาติ (Natural Organic Adhesives) ที่มียางสนหรือชันสน
ยางธรรมชาติหรือสารเซลลูโลสเป็นตัวประสาน

5. ลูกโป่งวิทยาศาสตร์หรือลูกโป่งพลาสติก (Blowing Balloon)

ประวัติความเป็นมา
สารระเหยคือสารที่ได้จากขบวนการผลิตน้ำมันปิโตรเลียม การเสพสารระเหย 
Hydrocarbon ในรูปของ อีเธอร์ (ether) ได้มีมานานแล้วในยุโรป อังกฤษ 
และอเมริกาเหนือ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2343 (ค.ศ.1800) 
ส่วนการสูดดมกาวติดพลาสติกและน้ำยาล้างเล็บ เริ่มแพร่หลายมาตั้งแต่ปี 
พ.ศ.2503 (ค.ศ.1960) ต่อมามีการผลิตน้ำยาพ่นฝอย (Aerosol Spray)ขึ้นมา
ใช้อย่างแพร่หลาย ที่นิยมมากที่สุด ได้แก่ กาวหรือซีเมนต์ที่ใช้สำหรับติดเครื่อง
บินเด็กเล่น
ในประเทศไทย เริ่มพบว่ามีการนำเอาทินเนอร์ไปสูดดมตั้งแต่ปี พ.ศ.2520 
เนื่องจากหาง่ายเพราะมีใช้กันอย่างแพร่หลายในทางอุตสาหกรรม และราคา
ถูกกว่า และสมัยก่อนยังไม่มีกฎหมายควบคุม ต่อมาในปี พ.ศ.2524 รัฐบาล
ตระหนักถึงปัญหา จึงได้ให้กระทรวงสาธารณสุขออกกฎหมายแก้ไขเพิ่มเติม
พระราชบัญญัติ ยาเสพติดให้โทษมีบทบัญญัติว่า ผู้ใดเสพสารใดซึ่งอาจ\ทำลาย
สุขภาพได้เข้าสู่ร่างกายจนเกิดอาการติดสารนั้น ให้ได้รับโทษ ต่อมาในปี พ.ศ.
2533 จึงได้ประกาศใช้พระราชกำหนดป้องกันการใช้สารระเหยขึ้นเมื่อวันที่ 19
มกราคม 2533 สาระสำคัญเน้นหลักการใหญ่ 4 ประการคือ การควบคุม 
การป้องกัน การปราบปราม และการบำบัด



ประเภทของยา
สารระเหยจัดเป็นยาเสพติดตามพระราชกำหนดป้องกันการใช้สารระเหย พ.ศ.
2533

การแพร่ระบาด
ในสภาวะการณ์ที่เศรษฐกิจของประเทศตกต่ำเช่นทุกวันนี้ รวมทั้งการที่รัฐได้
ดำเนินการปราบปราม ผู้ผลิตผู้ค้ายาเสพติดร้ายแรงอื่นๆ อย่างจริงจัง ทำให้
ราคายาเสพติด เช่น เฮโรอีน และยาบ้ายังมีราคาแพง และหาซื้อได้ยากขึ้น 
“สารระเหย” ซึ่งเป็นสารเสพติดที่หาได้ง่ายกว่า อาจกลับมาแพร่ระบาดรุนแรง
อีกครั้งหนึ่ง ปัจจุบันปัญหาสารระเหยยังคงมีความรุนแรงในระดับหนึ่ง โดยมี
พื้นที่แพร่ระบาดมากในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง กรุงเทพมหานคร 
ภาคใต้ และภาคเหนือ

การออกฤทธิ์
ออกฤทธิ์ในการกระตุ้นและกดประสาทส่วนกลาง อาการที่มักจะเกิดขึ้นทันที
หลังเสพสารระเหย คือ ในระยะแรกจะทำให้มีความรู้สึกเป็นสุข ร่าเริง ศรีษะ
เบา ตื่นเต้น ต่อมาจะมีอาการเหมือนคนเมาสุรา พูดจาอ้อแอ้ไม่ชัด ไม่รู้เวลา
และสถานที่ ควบคุมตนเองไม่ได้ มีอาการระคายเคืองต่อเยื่อบุภายในปากและ
จมูก ทำให้น้ำลายไหลออกมา ตามีความไวต่อแสงมากขึ้น มีเสียงในหู กล้าม
เนื้อทำงานไม่ประสานกัน ในตอนแรกจะมีผลกระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง
ทำให้นอนไม่หลับ ต่อมาจะมีฤทธิ์กด ทำให้ง่วงซึม หมดสติ ถ้าเสพในขนาดสูง
สารระเหยจะไปกดศูนย์หายใจทำให้ตายได้ สารระเหยบางชนิด เช่น กลุ่ม 
Ketone ทำให้หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ โดยเฉพาะถ้าสูดดมในสภาวะตึงเครียดหรือ
เหน็ดเหนื่อยจากการออกกำลังกาย การสูดดมเป็นเวลาสั้นก็อาจถึงชีวิตได้ 
นอกจากนี้ยังพบอาการจาม ไอ คลื่นไส้ ท้องเดิน สั่น และชักแบบลมบ้าหมู

ผลต่อร่างกาย
1. ระบบทางเดินหายใจ มีอาการระคายเคืองหลอดลม เยื่อบุจมูกมีเลือดออก 
    หลอดลมอักเสบ ปอดอักเสบ
2. ระบบทางเดินอาหาร มีเลือดออกในกระเพาะอาหาร เนื้อตับถูกทำลาย
3. ระบบทางเดินปัสสาวะ ไตอักเสบจนถึงพิการ ปัสสาวะเป็นเลือดเป็นหนอง
4. ระบบหัวใจและหลอดเลือดหัวใจเต้นผิดปกติ
5. ระบบสร้างโลหิต ไขกระดูก ซึ่งมีหน้าที่สร้างเม็ดโลหิตหยุดทำงานเกิดเม็ด
    โลหิตแดงต่ำ เกล็ดเลือดต่ำทำให้ซีด เลือดออกได้ง่าย ตลอดจนทำให้เลือด
    แข็งตัวช้าในขณะเกิดบาดแผล บางรายเกิดเป็นมะเร็งในเม็ดเลือดขาว

การบำบัด
การเสพสารระเหยส่วนใหญ่ไม่เสพติดทางกายเมื่อหยุดใช้ ไม่มีมีอาการทางด้าน
ร่างกายมากนักเมื่อเลิกเสพ แต่บางรายอาจมีอาการที่เกิดจากการเสพสารระเหย
เป็นระยะเวลานาน เช่น หลอดลมหรือปวดอักเสบ ความจำเสื่อม กล้ามเนื้อฝ่อลีบ 
เดินโซเซ สูญเสียการควบคุมอวัยวะต่างๆ เช่น มีอาการสั่นทั้งตัว มือสั่น เสียงสั่น 
หากมีอาการรุนแรงควรอยู่ในความดูแลของแพทย์เพื่อให้การบำบัดรักษาทางด้าน
ร่างกาย

แต่ปัญหาที่สำคัญของผู้ติดสารระเหย คือ ปัญหาการติดทางด้านจิตใจ ดังนั้นจึงต้อง
ให้การบำบัดรักษาผู้ติดสารระเหยทางด้านจิตใจ โดยใช้วิธีการฟื้นฟูสมรรถภาพใน
รูปแบบต่าง ๆ เช่น การให้คำปรึกษาและการทำจิตบำบัด เป็นต้น เพื่อให้ผู้ติดยา
เสพติดเข้าใจถึงปัญหาของตนเองที่นำไปสู่การเสพยาเสพติด รวมทั้งการปรับ
สภาพแวดล้อมให้ดีขึ้นได้แก่ 

การปรับสภาพแวดล้อมครอบครัวเพื่อให้สมาชิกในครอบครัวได้เข้าใจปัญหาและ
ช่วยกันแก้ไขปัญหาร่วมกันเในการ ดูแลประคับประคอง ผู้ติดสารระเหย การสร้าง
ความมั่นคงทางจิตใจให้ผู้ติดยาเสพติดสามารถดำรงชีวิตได้โดยไม่ต้องพึ่งพายา
เสพติดอีกต่อไป


 

 


 






We subscribe to the
HONcode principle
of the Health on the
Net Foundation

 
About Us | Add URL I Privacy Policy | Member Register | Health Shop | Contact Us | Health Board | Advertising
Disease / Condition | Head Line News | Healthcare | Diagnostic | Alternative Medicine |
Health Game Zone


1999-2000 Thailabonline.com. All rights reserved. 
By using this information service,    you accept the terms of our Visitor Agreement. Please read it. 
The material on Thailabonline.com and iHealthsite.net are for informational purposes only and is not 
a substitute for medical advice or treatment for any medical conditions.   You should promptly seek 
professional medical care if you have any concern about your health, and you should always consult 
your physician before starting a fitness regimen.
”Thailabonline.com” and “ihealthsite.net” are trademarks of Crystal Diagnostics Co.,Ltd.