top
Immunohematology
:
Blood group
หมู่โลหิต/
การตรวจหมู่เลือด
อาการตัวเหลืองในเด็กแรก
คลอด เนื่องจากหมู่เลือดของ
แม่และลูกที่แตกต่างกัน
Hemolytic disease of
the newborn
ระบบหมู่เลือด
ABO
ABO Blood group
- หลักในการให้เลือด
- พ่อ แม่กรุ๊ปใด จะมีลูกที่มี
เลือดกรุ๊ปใดได้บ้าง
ระบบหมู่เลือด
Rh
Rh Blood group
ระบบหมู่เลือด
Lewis
Lewis blood group
การทดสอบความเข้ากันได้ที่
ต้องทำก่อนมีการให้เลือด
วิธีการตรวจหาหมู่เลือด
Blood group testing
ชุดตรวจหมู่เลือดด้วยตนเอง
Home test Blood group




สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม
กรุณาแจ้งให้ทึมงานเพื่อ
จัดเตรียมหาสาระให้

Contact :
info@thailabonline.com
ชมรมเรารักสุขภาพ
ไทยแล็ปออนไลน์


|
|
|
Hemolytic Disease of the newborn |
|
|
|
--------------------------------------------------------------------------------
เป็นโรคในทารกแรกคลอดที่เกิดเนื่องจากมีการแตกของเม็ดเลือดแดง
hemolysis ของทารกเอง ทำให้
ร่างกายสร้างเม็ดเลือดขาวตัวอ่อน
erythroblast มาก อาการที่พบคือ
มีลักษณะ ซีด เหลือง ตับ
ม้ามโต
มีระดับของ Bilirubin สูง
หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการรักษาระดับของ
bilirubin ที่สูงและนานเกินไป
จะทำให้เกิดอันตรายต่อสมองของทารก
( เรียก Kernicterus)
โรคเกิดขึ้นเนื่องจากแอนติบอดีย์ชนิด
IgG isoantibody
ของมารดาที่ผ่านมาทางรกเป็นแอนติบอดีย์ต่อ
แอนติเจนบนผิงเม็ดเลือดแดงของลูก
เป็นเหตุให้เกิดปฏิกริยาทางอิมมูนในการทำลายเม็ดเลือดแดงของทารก
ปรากฏการณ์เช่นนี้จะเกิดขึ้นได้เมื่อหมู่เลือดของมารดากับบิดาต่างกัน
และบุตนในครรภ์มีหมู่เลือดเดียวกับของ
บิดา
ทำให้หมู่เลือดของลูกและแม่ต่างกัน
สามารถพบลักษณธเช่นนี้ได้ในหมู่เลือดระบบ
ABO และ Rh
อาการเนื่องจากระบบหมู่เลือด
ABO
อาการที่พบได้บ่อยที่สุดคือการที่แม่มีหมู่เลือด
O แล้วลูกมีหมู่เลือดเป็น A
หรือ B
พวกที่เกิดจากระบบ ABO
เรียกว่า ABO blood group incompatibility
เนื่องจากแอนติบอดีย์ของ
หมู่เลือดระบบ ABO เป็น naturally
occuring antibody (เป็นแอนติบอดีย์ที่เกิดขึ้นมาได้เองตาม
ธรรมชาติตั้งแต่เกิด)
ซึ่งแม่ที่มีหมู่เลือด O
ในซีรั่มของแม่จะมีแอนติบอดีย์
ต่อทั่ง แอนติเจน A และ
แอนติเจน B
ซึ่งถ้าลูกมีหมู่เลือดเป็น
A หรือ B (บนผิวเม็ดเลือดแดงของลูกก็จะมีแอนติเจน
A หรือ B อยู่)
แอนติบอดีย์นี้จะสามารถผ่านรกมายังลูกได้
และจะไปยังบนผิวเม็ดเลือดแดงของลูก
พร้อมกระตุ้นให้เกิด
ขบวนการที่ทำให้เม็ดเลือดแดงแตก
(hemolysis)
เป็นสาเหตุทำให้เกิดอาการซีดในทารก
เกิดมีระดับของ
บิลิรูบินในเลือดลูกสูง
เกิดอาการตัวเหลืองตาเหลือง
หากปล่อยไว้ไม่รีบหาทางลดระดับของบิลิรูบินในเลือดลง
อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสมองของทารกได้เรียกโรค
Kernicterus
การกำจัดหรือลดระดับของบิลิรูบินในทารกได้โดยการฉายแสง
จะเห็นว่ามีการปิดตาทารกเพื่อป้องกันอันตราย
ของดวงตาทารกจากการถูกแสง
จากนั้นก็จะใช้ไฟส่องที่ตัวทารก
เนื่องจากบิบิรูบินมีความไวต่อแสงและถูก
ทำลายได้
สามารถช่วยลดได้ในระดับหนึ่ง
แต่ถ้าหากการแตกของเม็ด
เลือดแดงของลูกมีความรุนแรงมากเกินกว่าการฉายแสง
แพทย์อาจพิจารณาใช้การถ่ายเลือดเพื่อช่วยลดระดับ
ของบิลิรูบินไม่ให้มีระดับสูงนานเกินไป
อาการเนื่องจากระบบหมู่เลือด
Rh
โดยแม่เป็นหมู่เลือด Rh -ve
แล้วลูกเป็นหมู่เลือด Rh +ve
มักจะพบอาการได้ในครรภ์ที่สองขึ้นไป
(เกิดได้
โดยที่แม่เป็น Rh -ve
พ่อเป็นหมุ่เลือด Rh +ve
ลูกสามารถมีหมู่เลือดเป็น
Rh +ve) เพราะ anti-Rh
antibody มิได้เป็น naturally occuring antibody
หรือในคน Rh -ve ปกติจะยังไม่มี
anti-Rh
antibody ในกระแสเลือดมาก่อน
การคลอดครั้งแรกจึงเหมือนเป็นการถูกกระตุ้นให้ระบบของแม่สร้าง
แอนติบอดีย์ ต่อ Rh
แอนติเจนบนผิวเม็ดเลือดแดงขึ้นมา
แต่ยังไม่มีผลใดๆต่อลูกคนแรกเพราะคลอดออกมาแล้ว
ต่อมาในครรภ์หลังถ้าบุตรมีหมู่เลือด
Rh +ve อีก ครานี้ anti-Rh antibody
จากแม่จะผ่านไปยังรกเข้าไป
ยังตัวลูกและทำให้เม็ดเลือดแดงในลูกเกิดการแตกง่ายขึ้น
(hemolysis)
ในปัจจุบันเรามีวิธีป้องกันเมื่อตรวจพบว่าหมู่เลือด
Rh ของแม่เป็น Rh -ve
และหมู่เลือดของลูกเป็น Rh +ve
โดยการให้ anti-Rh immune serum
ให้กับแม่หมู่เลือด Rh -ve
ภายใน 24 ชม.
หลังคลอดบุตรทุกครั้ง
ตั้งแต่ครรภ์แรก
เพื่อป้องกันมิให้เม็ดเลือดแดงจากลูกที่เป็น
Rh +ve
เข้าไปในร่างกายแม่เพื่อกระตุ้นให้ระบบ
ของแม่สร้าง anti-Rh antibody
ขึ้นมาได้
การป้องกันเช่นนี้ลูกในลำดับต่อไปที่จะคลอดมาไม่มีปัญหา
--------------------------------------------------------------------------------
Drug induced hemolytic anemia
มียาหลายชนิดที่ทำให้ผู้ได้รับยาเกิดการแตกของเม็ดเลือด
hemolytic anemia ได้
ตัวอย่างยาได้แก่
ยาต้านแบคทีเรีย เช่น penicillin,
sulfonamides, cephalosporin, rifampicin
กลุ่มยาลดความดัน เช่น
alphamethyldopa
กลุ่มยาแก้แพ้ antihistamine
ยารักษาโรคเบาหวาน sulfonyl urea
ยารักษามาลาเรีย quinine
ยาลดไข้ เช่น phenacetin, P-aminosalicylic acid
กลไกในการทำให้เม็ดเลือดแดงแตกจากยา
มีได้ 4 รูปแบบคือ
1. Immune complex formation
drug-antibody complex
ที่เกิดขึ้นจะไปจับ adsorb
อยู่บนผิวของเม้ดเลือดแดง
และมีการกระตุ้น
ระบบคอมพลีเม็นท์ให้เกิดขึ้น
ระบบคอมพลีเม็นท์ทำให้เกิดการทำลายของเม้ดเลือดแดงนั้นทำให้เกิดอาการ
hemolysis
ของเม้ดเลือดแดงที่มี immune
complex จับอยู่ที่ผิว
ตัวอย่างของยาที่ทำให้เกิดกลไกนี้
ได้แก่ quinine, quinidine, sulfonamide,
phenacetin เป็นต้น
2. Hapten adsorbtion
ยาประพฤติตนเป็น hapten
ไปทำปฏิกริยากับ protein carrier
บนผิวของเม็ดเลือดแดง
แล้วไปกระตุ้น
ระบบอิมมูนให้สร้าง
IgG antibody
การทำลายของเม็ดเลือดแดงส่วนใหญ่เกิดจาก
Phagocytosis
ตัวอย่างยาที่เป็นสาเหตุของกลไกนี้ได้แก่
penicillin หรือ cephalosporin ในขนาดสูงๆ
3. Non-specific adsorbtion
ยาที่ทานเข้าไปจะไปจับกับเม็ดเลือดแดง
แล้วเปลี่ยนผิวของเม็ดเลือดแดงนั้นให้มีความเหนียวความหนืด
ทำให้โปรตีนในซีรั่ม
รวมทั้งอิมมูโนโกลบูลินไปจับบนผิวของเม็ดเลือดแดงนั้นซ้ำอีก
กลไกนี้อาจไม่ถึงกับทำ
ให้เกิดการแตกของเม็ดเลือด
แต่ในการให้เลือดเมื่อนำเม็ดเลือดแดงนี้มาทำ
direct coombs' test จะให้
ผลเป็นบวก
ยาที่ทำให้เกิดได้เช่น
cephalosporin
4. Unknown mechanism
น้อยกว่า 1%
ของผู้ที่ใช้ยาลดความดัน
alphamethyldopa (aldomet) จะเกิด hemolytic
anemia
ยังไม่ทราบกลไกการเกิดที่แน่นอน
อาจเป็นเพราะยาไปเปลี่ยนแอนติเจนของเม็ดเลือดแดง
ทำให้
กลายเป็น immunogen
ไปกระตุ้นร่างกายให้สร้างแอนติบอดีย์
เป็นแบบ IgG
--------------------------------------------------------------------------------

 |
|
|