BECOME A MEMBER
สมัคร ! สมาชิกชมรมรักสุขภาพ
ฟรี ข่าวสาระความรู้เรื่องสุขภาพ

top
  การก่อการร้ายทางชีวภาพ 
  (Biological Terrorism)
  การนำเอาเชื้อโรคที่มีอัตราการ
  ระบาด ความรุนแรงในการเกิด
  ความเจ็บป่วยถึงตาย มาทำให้
  เกิดการแพร่กระจายทำความ
  เสียหายในวงกว้าง ซึ่งหากไม่
  สามารถควบคุมการกระจายให้
  อยู่ในวงจำกัด จะเกิดการระบาด
  ผู้คนเจ็บป่วยล้มตายเป็นจำนวน
  มาก หากยาที่ใช้ในการรักษาหรือ
  วัคซีนไม่เพียงพอ จะเกิด
  มหันตภัยกับมวลมนุษยชาติได้
  

ดูรายละเอียดเฉพาะของแต่ละโรค
เพิ่มเติมได้ในหมวดโรคติดต่อ

โรค Anthrax ?
แอนแทรกซ์ โรคระบาดร้ายแรง
   จากสัตว์(วัว)สู่คน 
การกลับมาของ…แอนแทรกซ์ 

โรคร้ายจากกาฬโรค  Plague

โรคฝีดาษ/ไข้ทรพิษ
   Smallpox




Health Navigation






สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม
กรุณาแจ้งให้ทึมงานเพื่อ
จัดเตรียมหาสาระให้



Contact : 
info@thailabonline.com
ชมรมเรารักสุขภาพ 
ไทยแล็ปออนไลน์




   การก่อการร้ายทางชีวภาพ (Biological Terrorism)      

กองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรคติดต่อ 


สืบเนื่องจากกรณีการก่อวินาศกรรมอาคาร World Trade Center เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2544 และ
ติดตามด้วยการทำสงครามต่อต้านการก่อการร้าย ของประเทศ สหรัฐอเมริกา รวมถึงการพบผู้ป่วย
โรคแอนแทรกซ์ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ทำให้มีความวิตกกังวลว่า อาจมีการนำเอาอาวุธชีวภาพมาใช้ใน
การก่อการร้าย
จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ที่ประเทศต่าง ๆทั่วโลกควรมีข้อมูลและการเตรียมพร้อมรับการก่อการร้ายทาง
ชีวภาพรวมไปถึงการรับมือทางการแพทย์เพื่อ ให้ความคุ้มครองแก่กำลังพลในกองทัพและ ความปลอดภัย
ของประชาชน

เชื้อก่อโรคที่อาจนำมาใช้เป็นอาวุธชีวภาพ
กลุ่มเชื้อที่มีความสามารถแพร่ติดต่อจากคนสู่คนได้ง่าย มีอัตราตายสูง เป็นกลุ่มเชื้อที่ต้องการการเตรียมพร้อม
รับทางด้านสาธารณสุขเป็นพิเศษ ได้แก

 - Bacillus anthracis ก่อโรคแอนแทรกซ์     
   เป็นเชื้อที่มีโอกาสนำมาใช้เป็นอาวุธชีวภาพมากกว่าเชื้ออื่นในปัจจุบัน เนื่องจากเทคโนโลยี ในการสร้าง
   สปอร์ของเชื้อแอนแทรกซ์สามารถทำได้ง่าย และสามารถเตรียมเป็นสารที่นำมาแพร่กระจายโดยวิธีต่างๆ  
   รวมถึงความกังวลว่าอาจจะนำมาโปรยพ่นทางเครื่องบิน เป็นต้น

 - Variola virus ก่อโรคไข้ทรพิษ

 - Yersinia pestis ทำให้เกิดกาฬโรค

 - Francisella turalensis ก่อโรคทูลาริเมีย (Turalemia) มีอาการคล้ายกับกาฬโรค

 - Botulinum toxin ทำให้เกิดโรคบอทูลิซึม (Botulism)    
   ก่อให้เกิดอาการทางระบบประสาทเนื่องจากท็อกซินของเชื้อ

 - Viral Hemorrhagic Fever Viruses ได้แก่ อีโบลา มาร์บวร์ก  ลาสสา

กลุ่มเชื้อที่แพร่กระจายได้ง่ายปานกลาง มีอัตราป่วยปานกลาง อัตราตายต่ำ เป็นกลุ่มเชื้อที่ยังต้องการการพัฒนาศักยภาพ การตรวจ วินิจฉัยและการเฝ้าระวังโรค ได้แก่ Coxiella 
burnetti ทำให้เกิดโรค Q fever, Brucella species ก่อโรคบรูเซลโลซิส, Burkhoderia mallie 
ก่อโรค glanders, alpha viruses (VEE, EEE, WEE), ricin toxin จาก castor beans, 
Epsilon toxin ของเชื้อ Clostridium perfringens, Enterotoxin B ของเชื้อ Staphylococcus 
spp. และเชื้อก่อโรคของอาหารและน้ำบางชนิด

กลุ่มเชื้อที่ในปัจจุบันยังมีความเป็นไปได้น้อยที่จะนำมาทำเป็นอาวุธชีวภาพ 
แต่ในอนาคตอาจมีการพัฒนาเทคโนโลยีในการเพิ่มจำนวนเชื้อและวิธีกระจายเชื้อ เพื่อนำมาเป็นอาวุธ เช่น 
เชื้อนิปาห์ไวรัส ฮันตาไวรัส ไวรัสไข้เลือดออกและไข้สมองอักเสบจากเห็บ (tickborne) ไข้เหลือง  และ
เชื้อวัณโรคดื้อยา

สถานการณ์การพบผู้ป่วยแอนแทรกซ์ในประเทศสหรัฐอเมริกา
มีรายงานการพบผู้ป่วยและเสียชีวิตด้วยโรคแอนแทรกซ์ 1 ราย ในวันที่ 5 ตุลาคม 2544 ที่รัฐฟลอริดา 
ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นชายอายุ 63 ปี มีอาชีพเป็นช่างภาพ และในวันที่ 8 ตุลาคม 2544 
โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในรัฐฟลอริดา ตรวจพบเชื้อแอนแทรกซ์ ในโพรงจมูกของชายผู้หนึ่งที่เป็นเพื่อนร่วมงาน
กับผู้ป่วยรายดังกล่าว ชายผู้นี้ไม่มีอาการป่วย ศูนย์ควบคุมโรคแห่งชาติสหรัฐอเมริกากำลัง ทำการสอบสวน
การเกิดโรคโดยละเอียด ล่าสุดได้แถลงข่าวว่า ยังไม่มีหลักฐานที่พิสูจน์ว่า การพบเชื้อโรคแอนแทรกซ์ในชาย
สองรายนี้ เกิดจากการใช้อาวุธชีวภาพหรือการก่อการร้าย

การเตรียมความพร้อมของประเทศไทย
ประเทศไทยมีความเสี่ยงน้อยที่จะเผชิญปัญหาการใช้อาวุธชีวภาพ เนื่องจากไม่ได้เป็นประเทศที่อยู่ในความ
ขัดแย้ง ทางการเมืองระหว่างประเทศ อย่างไรก็ตาม ทุกประเทศไม่ควรประมาท และควรเตรียมความพร้อม
อย่างเหมาะสม

หน่วยราชการของไทย เช่น สภาความมั่นคงแห่งชาติ กระทรวงกลาโหม กระทรวงสาธารณสุขได้ศึกษา
ติดตามสถานการณ์ และเตรียมความพร้อมอยู่เป็นระยะ เช่น หน่วงงานที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายมีการติดตามข่าว
สารสถานการณ์ ความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับ อาวุธชีวภาพ ในประเทศต่าง ๆ ทางเครือข่ายข้อมูลข่าวสาร และ
เตรียมแผนความพร้อมในส่วนที่รับผิดชอบ สภาความมั่นคงแห่งชาติร่วมกับ Office of Antiterrorism 
Assistance และ Bureau of Diplomatic Security ได้จัดการประชุม และฝึกอบรมเรื่อง 
Weapons of Mass Destruction First Responder Training Program ให้กับหน่วยงาน
ที่เกี่ยวข้อง เมื่อเดือนมิถุนายน 2544


สำหรับกระทรวงสาธารณสุขได้มีการตรวจสอบและปรับปรุงระบบสาธารณสุข ให้มีความพร้อมสำหรับ
การค้นหา ป้องกันและแก้ไข กรณีอาจมีปัญหาการใช้อาวุธชีวภาพในประเทศ เช่น กระทรวงสาธารณสุข
มีการติดตามข้อมูลข่าวสาร สถานการณ์ และความก้าวหน้าทางวิชาการเกี่ยวกับอาวุธชีวภาพ และการป้องกัน
แก้ไขปัญหาจากอาวุธชีวภาพอย่างใกล้ชิด จากเครือข่ายข้อมูลข่าวสารระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 
จากแหล่งข้อมูลขององค์การอนามัยโลก และศูนย์ควบคุมโรคแห่งชาติสหรัฐอเมริกา 

ในขณะนี้ โรงพยาบาลและสถานบริการสาธารณสุขของกระทรวงสาธารณสุข มีความสามารถที่จะตรวจ
วินิจฉัยและ รักษาโรคแอนแทรกซ์ หรือโรคอื่น ๆ ที่อาจจะเป็นผลจากการใช้อาวุธชีวภาพ และทางกระทรวงฯ 
จะส่งเสริมปรับปรุง ความสามารถของสถานบริการอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการพัฒนาคุณภาพบริการ
สาธารณสุขพื้นฐาน

กระทรวงสาธารณสุขกำลังเร่งรังปรับปรุงความพร้อมในกรณีนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปรับปรุงการค้นหา
และสอบสวนโรคที่รวดเร็ว   
- การพัฒนาศักยภาพทางห้องชันสูตรในการตรวจหาเชื้อก่อโรคและท็อกซิน
- การเพิ่มความพร้อมในการวินิจฉัยและรักษาโรคของเครือข่ายสถานบริการสาธารณสุขของรัฐ รวมทั้งการ
  ประสานงานและสนับสนุนทางวิชาการแก่ภาคเอกชน
- การพัฒนาเทคโนโลยีข้อมูลข่าวสารสาธารณสุขให้มีความไวและทันต่อเหตุการณ์อยู่ตลอดเวลา
- การฝึกอบรมบุคลากรที่เกี่ยวข้องให้มีความรู้ทันต่อเหตุการณ์ และสามารถให้บริการได้เหมาะสม
- การเตรียมความพร้อมด้านเวชภัณฑ์ เช่น ยาปฏิชีวนะ ที่ใช้รักษาโรคที่อาจเกิดจากการใช้อาวุธชีวภาพ 

คำแนะนำสำหรับประชาชน
เนื่องจากประเทศไทยมีความเสี่ยงต่ำมากที่จะมีปัญหาการใช้อาวุธชีวภาพ ดังนั้น ในขณะนี้ 
- ประชาชนไม่ควรมีความวิตกกังวล เกี่ยวกับปัญหานี้จนเกินเหตุ
- ติดตามข้อมูลข่าวสารทางสื่อมวลชนตามปกติ เพื่อเพิ่มความรู้ความเข้าใจ
- ผู้ที่จะเดินทางไปประเทศสหรัฐอเมริกายังไม่มีเหตุต้องกังวลหรือเปลี่ยนแปลงแผนการเดินทาง
  เนื่องจากปัญหา 

กลุ่มงานโรคติดต่อที่เป็นปัญหาใหม่ กองโรคติดต่อทั่วไป 
กรมควบคุมโรคติดต่อ กระทรวงสาธารณสุข
Tel : 02 - 5903180, 5903189-91