BECOME A MEMBER
สมัคร ! สมาชิกชมรมรักสุขภาพ
ฟรี ข่าวสาระความรู้เรื่องสุขภาพ

Top 

Google
Search WWW Search thailabonline.com

      
โรคของเด็กๆแต่มักสร้างความวุ่นวายให้กับคุณพ่อคุณแม่ได้เป็นอย่างมาก ในหมวด
นี้คงจะผู้เป็นพ่อแม่เข้าใจวิธีเลี้ยงดูที่ถูกต้อง   ความรู้เรื่องโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ    และ
การป้องกันรักษา   คงจะช่วยลดความวิตกกังวลได้เป็นอย่างดี คำตอบปัญหาต่างๆได้
จากกุมารแพทย์ผู้มีความรู้ความสามารถและเชี่ยวชาญเรื่องเด็กโดยเฉพาะ   สำหรับ 
 ปัญหาอื่นที่ได้มีการสอบถามเข้ามาจะทยอยนำมาเป็นหัวเรื่องในโอกาสต่อไปครับ

 

baby1.jpg (5815 bytes)
baby2.jpg (6078 bytes)
baby3.jpg (5951 bytes)
baby4.jpg (5986 bytes)
baby5.jpg (5890 bytes)
baby6.jpg (6337 bytes)
กลับสู่เมนู - Back to menu กลับสู่ห้องโถง - To restpage การทดสอบโรค - Diagnostic test ผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพ - Healthcare











โรคภูมิแพ้

 

  ดิฉันมีปัญหาที่จะปรึกษาคุณหมอ คือลูกสาวเป็นหวัดตั้งแต่ ครึ่งเดือนแรก - ช่วง 5 เดือน คุณหมอที่รักษาบอกว่าลูกเป็น
โรคภูมิแพ้ พอเจอลมแรงแกจะหายใจไม่ค่อยออก น้ำมูกไหล
ต้องกินยาทุกวัน จนแกกลัวยา พอให้ทานทีไรเป็นต้อง
ร้องไห้ทุกที ดิฉันสังเกตุว่าแกดูซึมไปบ้าง กินนมน้อยลง แต่

ยังเล่นดี ซน แรกเกิดเป็นเด็กตัวใหญ่หนัก 3780 กรัม ซึ่งดูเป็นเด็กแข็งแรงดี ต่อมาแกก็เจ็บคอตามมาไม่ยอมกินนม หมอก็แนะนำให้ทานข้าวหรืออาหารเสริมอย่างอื่นแทน 

ดิฉันมีข้อสงสัยข้อเรียนถามคุณหมอว่า   การกินยามากและกิน
ทุกวันมาโดยตลอด ไม่ทราบจะมีผลเสียต่อเด็กไหม
ตอบ
ลูกสาวมีน้ำมูกไหลตั้งแต่เกิดจนถึงอายุ 5 เดือน กินยาแก้แพ้
เป็นประจำ กลัวว่าจะทำใหห้ลูกเบื่ออาหาร และซึมลงไหม

เด็กที่โดยลมแรงๆ แกจะคัดจมูก น้ำมูกไหล ต่อมาเป็นไข้ได้ค่ะ
ทั้งนี้เพราะเยื่อจมูกของเด็กไวต่ออุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลง 
เมื่อมากระทบอากาศที่เปลี่ยนแปลงก็ทำให้รู้สึก แน่นคัดจมูก 
น้ำมูกไหล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเช้าตรู่
ช่วงตื่นนอน 
ตอนค่ำๆก่อนเข้านอน หรือตอนดึกๆ ไม่จำเป็นต้องสัมผัสกับ

อากาศที่หนาวจัด เพียงแค่อากาศเปลี่ยนแปลง เด็กบางคนมี
จมูกที่ไวอยู่แล้วก็จะมีอาการเหมือนลูกคุณ
  ความจริงอาการ
ดังกล่าว จะทุเลาด้วยยาเช็ดจมูกที่แพทย์ให้ เพราะจะทำให้

เยื่อบุจมูกหดตัว อาการคัดจมูกจะทุเลาลง   

ในเด็กๆหมอไม่อยากให้ยาแก้แพ้ประเภทแอนติฮีสตามีน
ชนิดกิน   จริงอยู่ยานี้ช่วยทำให้อาการหวัดแพ้อากาศ

ทุเลา แต่มีผลข้างเคียงทำให้เด็กซึม   ง่วงนอน  มึนงงได้
ในกรณีลูกของคุณอาจต้องมีเหตุผลอื่นร่วมด้วยจึงได้ยา
ชนิดทานมาด้วย แต่อย่างไรก็ตามยาคงไม่ถึงกับทำให้
เบื่ออาหาร น้ำหนักตัวไม่ขึ้น แต่คงมาจากสาเหตุของการเจ็บ


คอบ่อยมากกว่า   ถ้าแกเบื่ออาหารมากอาจลองให้อาหารเสริม
แทนบ้าง แต่นมจัดเป็นอาหารหลักของเด็กวัยนี้ จึงยังไม่
อยากให้ ลด หรือ งด นมเลย พออาการทุเลาจากการเจ็บคอ
ก็จะทานได้มากขึ้นเองค่ะ


โรคภูมิแพ้ จะพอทุเลาเบาบางลงได้ตอนเด็กโต หากในครอบครัว
ไม่มีใครมี
\ประวัติเป็นโรคภูมิแพ้ ก็ถือว่าไม่ได้เป็นรุนแรงอะไร
ก็ได้   พอโตขึ้นก็หายได้


ยาหยอดจมูกที่เราใช้เช็ดหรือหยอดจมูกวันละ 2-3 ครั้ง ใช้
ประมาณ 3-4 วัน
ควรจะหยุดบ้างมิฉะนั้นอาการคัดและบวม
จะเหมือนเดิม (ไม่ค่อยได้ผล) ควรจะหยุดบ้าง เป็นระยะๆ ยอม
ให้ลูกมีน้ำมูกไหลนิดๆหน่อยๆ บ้างไม่เป็นอันตรายอะไร

    
กลับด้านบน - Back to top กลับสู่ห้องโถง - To restpage การทดสอบโรค - Diagnostic test ผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพ - Healthcare











กลัวลูกเป็นหอบหืด

ดิฉันมีลูกสาวอายุย่างเข้า 2-3 เดือน แรกเกิดหนัก 3500 กรัม
สุขภาพโดยทั่วไปปกติ มีปัญหาบ้างในตอนดึกๆเขาจะมีเสียง
เหมือนเป็นหวัด คือมีเสียงครือคราดในลำคอหรือในจมูก 
แต่ไม่มีน้ำมูก หายใจแรง และท้องจะขึ้นๆลงๆ แต่ในตอน
กลางวันอาการเหล่านี้จะหายไป ดิฉันไปพบแพทย์ได้ยาป้าย

จมูกมา ก็ใช้ป้ายทุกครั้งที่มีอาการพร้อมใช้วาเป็กซ์หยดบนที่
นอน อาการก็ยังไม่หาย 

ที่ดิฉันกังวลมากก็คือพ่อเด็กมีโรคประจำตัวคือ หอบหืด 
   
ตอบ
ชาวเมืองใหญ่นี่เราเห็นอกเห็นใจกัน  เพราะร่วมชะตากรรมเดียวกัน
คือประสบกับปัญหามลภาวะ ที่หนักมากขึ้นทุกทีๆ   อาคารสูงมากขึ้น 
ต้นไม้
ลดลง ควันดำจากรถยนต์ เสียงฝุ่นจากโรงงาน   มีแต่มลภาวะ
ทั้งนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ฝุ่นละอองเหล่านี้สะสมกันจนเป็นพิษต่อ
พวกเราทุกคนในระยะยาว อีกหน่อยก็คงต้องมีขายอากาศบริสุทธิ์
ใส่กระป๋องกัน คงต้องช่วยกันสร้างจิตสำนึก รณรงค์ช่วยกันลดมลภาวะ   เพราะเจ้าตัวมลภาวะนี้ส่งผลต่อผู้เป็นโรคภูมิแพ้แน่เทียว ไม่ว่าตัวเล็ก
ตัวน้อย ถ้ามีเชื้อสายภูมิแพ้อยู่ในตัวเจอฝุ่นละอองเข้าไปหน่อยจะ
แพ้ง่าย   

เด็กตัวเล้กๆหลอดลมคงเล็กกว่าใส้ดินสอละมั้ง เวลาเกิดอาการก็จะดัง
ครืดคราด เพราะมีเสมหะหรือเสลด  พอโตขึ้นหลอดลมขยายตัวมาก
ขึ้นประมาณร้อยละ 30  หายได้เอง


การแก้ไข   พยายามหลีกเลี่ยงตัวปัญหาก่อน ถ้าอยู่ในบ้านแก้ไข
สิ่งแวดล้อมฝุ่นละออง  เชื้อรา อากาศที่อับชื้น บางราบอาจแพ้ละออง
เกษรดอกไม้เข้าให้อีก   คนอื่นเตรียมกินมะม่วงกัน แต่บ้านนี้ต้อง
เตรียมยาแก้แพ้   หลายคนแพ้ฝุ่นจะทำความสะอาดบ้านไม่ได้เลย 
จะคุมด้วยยาก็ง่วงนอน ต่อมาก็ใช้วิธีกระตุ้นภูมิคุ้มกันที่เรียกว่า 
Hyposensitization โดยการทำการทดสอบให้รู้ว่าแพ้อะไรไปเลย   
เมื่อรู้ตัวต้นเหตุแล้วก็จะสกัดเอาสารที่ทำให้แพ้มาฉีด โดยการฉีด
คราวละเล็กละน้อยเพื่อเพิ่มภูมิต้านทาน แต่ต้องใช้เวลาพอสมควร
ละค่ะ หมอจะฉีดอาทิตย์ละ 2 ครั้งแล้วค่อยๆลดลงเดือนละครั้ง
อย่าง
น้อยก็สามารถทำความสะอาดบ้านได้ ไปไหนมาไหนสบายขึ้น ไม่
มีนงง หรือเป็นหวัดทั้งวันทั้งปี ส่วนโรคหอบหืดก็มีสมมติฐานเดียว
กันเด็กๆยังเล็กอยู่ถ้าดูแลป้องกันดีๆก็จะลดปัญหาตอนโตได้

กลับด้านบน - Back to top กลับสู่ห้องโถง - To restpage การทดสอบโรค - Diagnostic test ผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพ - Healthcare













เป็นหวัด อาเจียน มีเสมหะ

ดิฉันมีลูกชายอายุย่างเข้า 4 เดือน แกเป็นหวัด ไอ มีเสมหะมากให้
ยาลดน้ำมูกแล้ว ก็ยังไม่ดีขึ้นคลำบริเวณปอดพบเสียงครืดคราดมาก
ทั้งท้องเสียงและหวัดทำให้แกน้ำหนักตัวลดลงมาก บางครั้งระหว่าง
ดูดนมอยู่ก็จะอาเจียนออกมาหมด   บางครั้งก็มีเสมหะออกมาด้วย 
จะเป็นอันตรายหรือไม่


ลูกเป็นหวัดบ่อยไปพบแพทย์กว่าจะหายได้ตั้ง 2-3 อาทิตย์ น้ำมูกไหล
ตลอดเวลา แต่ไม่มีไข้ จะทำอย่างไรดี
ตอบ
โรคหวัดในเด็กส่วนมากเป็นแล้วหายได้เอง   ถ้าเป็นเรื้อรังมีเสมหะ
อาจมีโรคแทรกซ้อนหรืออาจเกิดจากภูมิแพ้ ถ้าเด็กมีเสมหะออกมา 
ไม่ถือว่าผิดปกติมากนัก


การมีน้ำมูกไหลตลอดเวลา   ไม่มีไข้ เป็นประจำ   อาจจะต้องสงสัยว่า
เป็นเรื่องโรคภูมิแพ้   เพราะไม่ได้เกิดจากเชื้อโรคหรือไวรัส แต่อาจ
โดนเชื้อโรคเข้าซ้ำเติมทีหลังเป็นครั้งคราวได้   ในเด็กโรคภูมิแพ้ควรพยายามเอาตุ๊กตาต่างทีเป็นตัวเก็บฝุ่นออกจาก
เตียง ทำความสะอาดที่นอน ผ้าห่ม  ลดสภาพ
อับชื้น อาการอาจดีขึ้นได้

เป็นหวัดบ่อยอาจได้รับยา ไม่ควรหาซื้อยามาให้ลูกรับประทานเอง 
เพราะยาส่วนใหญ่จะมีส่วนผสมแอนติฮีสตามีนผสมอยู่เพื่อลดน้ำมูก 
ถ้าได้รับมากไปจะไปกระตุ้นสมองเด็กถึงกับชักได้   ในเด็กเล็กแพทย์ต้องรัมัดระวังเป็นพิเศษ ถ้ามีน้ำมูกมากเรามักใช้
ยาเช็ดจมูกประเภท Ephedrine เพื่อลดอาการบวมของเยื่อบุจมูก 
เช็ดพอควรมากไปไม่ดี


ควรดูแลเครื่องนุ่งห่มอย่าให้ผ้าผ่อนหลุดกลางดึก ถ้าแพทย์ให้ยาทาน
ทุก
4 - 6 ชั่วโมง ในช่วงกลางคืนถ้าเด็กหลับสบายก็ไม่จำเป็นต้องปลุก
ขึ้นมาให้ทานยา ให้นอนผักผ่อนสบายๆดีกว่า ถ้าตื่นมางอแงจึงค่อย
จัดยาให้

กลับด้านบน - Back to top กลับสู่ห้องโถง - To restpage การทดสอบโรค - Diagnostic test ผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพ - Healthcare












ไข้เลือดออก

เด็กที่เคยเป็นไข้เลือดออกมาแล้ว จะมีโอกาสกลับมาเป็นได้อีก
หรือเปล่า

ตอบ

เด็กที่เป็นไข้เลือดออกแล้วโดยส่วนใหญ่แล้วจะไม่เป็นอีก   นานๆจึง
จะมีข้อยกเว้น เพราะเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดโรคไข้เลือดออกมีนามว่า 
เดงกี่ (Dengue)
มีด้วยกัน 3 พี่น้องเรียกว่า เดงกี่ ชนิดที่ 1 / 2 / 3   ถ้า
คนไข้เคยเป็นชนิดที่ 1
ก็อาจจะติดเชื้อชนิดที่ 2 หรือ 3 ได้อีก   แต่ส่วน
มากเจอแค่ชนิดเดียวก็อ่วมแล้วแล้วจะไม่เป็นชนิดที่ 1 อีก

 
กลับด้านบน - Back to top กลับสู่ห้องโถง - To restpage การทดสอบโรค - Diagnostic test ผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพ - Healthcare












ท้องอืดเป็นประจำ

ลูกชายดิฉันอายุยังไม่ครบเดือนดี ให้ทานแต่นมแม่แต่ทำไมลูก
ยังท้องอืดเป็นประจำล่ะคะ เวลาท้องอือท้องแกจะแข็งปั๋ง และร้อง
มากเลยค่ะท้องอืดเกิดจากสาเหตุอะไรคะ
ตอบ

เรื่องท้องอืด กับเด็กอ่อนเป็นของคู่กันมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว คุณไม่ต้อง
ไปวิตกอะไรมากเป็นเรื่องของทางสรีรวิทยา เหมือนทำไมผู้หญิงต้อง
มีเมนส์ หรือ
ผู้ชายทำไมต้องมีหนวด 
อาการท้องอืดสามารถเป็นได้กับลูกใครๆได้ทั้งนั้นไม่ว่าจะเป็นลูกผู้ดี
มีเงินหรือยากจนเข็ญใจก็ต้องเจอทั้งนั้น


เนื่องจากเด็กมีผนังท้องบาง ทำให้ดูว่ามีศีรษะโตและท้องป่อง แขนขา
ม้อต้อ
ส่วนกระเพาะอาหารยังมีขนาดเล็กอยู่ เมื่อเด็กดูดนมขวดมัก
จะดูดเอาอากาศลมเข้าท้องไปด้วยจนท้องป่อง เป็นเพราะขนาดหัวนม
ขวดไม่พอดีกับปากเด็ก ยิ่งถ้ายกขวดนมไม่ถูกเทคนิคลมจะเข้าท้องได้
มาก ไม่เหมือนการให้นมแม่ซึ่งเด็กมักไม่ดูดลมเข้าไป นอกจากช่วง
ดูดนมแล้ว ช่วงร้องมากๆของเด็กยังทำให้ลมเข้าท้องได้อีก ยิ่งร้องมาก
ลมก็ยิ่งเข้าท้องได้มาก


ในผู้ใหญ่มีวิธีการไล่ลมโดยการเรอ   หรือผายลมออก แน่นท้องมากๆ
ก็เดินสักพักพออาหารเริ่มย่อยค่อยนั่งดูทีวี แต่สำหรับเด็กๆยังเดิน
หรือนั่งก็ไม่ได้พอท้องอืดไม่รู้จะทำอย่างไร ธรรมชาติประทานเสียง
ร้องมาให้เด็กๆ แกก็ร้องลูกเดียวเป็นการประท้วงบอกว่า แม่ป้อนนม
ให้ไม่ถูกวิธี   แต่ยิ่งร้องมากลมกลับยิ่งเข้าท้องมากขึ้นไปอีก นอนไม่ได้
ก็ร้องอีก วนเวียนไปมาแบบนี้บางรายก็อาจเจอทั้งวันทั้งคืน อาจทรมาน
คุณพ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย จนเพลีย


วิธีแก้ท้องอืดที่ดีก็คือการจับให้เรอ ถ้าทำถูกวิธีก็ไม่ต้องทรมาน   วิธีที่
สดวกก็คือการเอาลูกอุ้มพาดไหล่ซ้ายหรือขวาตามถนัด ให้คางแกจะเกย
ตรงไหล่เราท้องและลำตัวจะแนบไปกับอกของเรา เอามือตบหลังเบาๆ 
จนได้ยินเสียงเรอหรือผายลม ควรทำหลังมื้อนม ทุกครั้ง หรือในระหว่าง
ดูดนมโดยจะมีการหยุดให้นมและทำแบบนี้เป็นระยะๆ ท้องก็จะได้ไม่อืด

กลับด้านบน - Back to top กลับสู่ห้องโถง - To restpage การทดสอบโรค - Diagnostic test ผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพ - Healthcare











ลมเข้าท้อง

คนข้างบ้านบอกว่า ถ้าเด็กนอนแล้วไม่เอาผ้าปิดท้องเด็ก ระวังลมจะ
เข้าท้องจะทำให้เด็กปวดท้อง จริงหรือเปล่าค่ะ  (ช่วงอากาศร้อน ดิฉัน
จึงไม่สวมเสื้อผ้าให้มาก กลัวแกร้อน )

ตอบ

ไม่จำเป็นต้องเอาผ้าปิดท้องเด็กนะคะ ให้ทำตามวิธีนี้คือ จับเรอแต่ใจเย็น
เลี้ยงลูกต้องใจเย็นๆ อย่างทำอะไรรุนแรง ให้ทำอย่างนุ่มนวลเสมอ รับรอง
แค่ 1-2 เดีอน อีกหน่อยก็ไม่อืดท้องแล้วค่ะ

สรุปอาการลมเข้าท้องเพราะนอนไม่ห่มผ้าที่ท้อง ทำให้ลมเข้าท้อง ไม่มี
เกิดจากอาการท้องอืด ทำให้ปวดท้อง ยกเว้นกรณีเปิดพัดลมจ่อใส่ตัวเด็ก
แก้ง่ายๆโดยการจับเรอ
กลับด้านบน - Back to top กลับสู่ห้องโถง - To restpage การทดสอบโรค - Diagnostic test ผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพ - Healthcare













ลูกเป็นหัดเยอรมันแต่กำเนิด

ลูกดิฉันอายุ 3 เดือน แรกเกิดน้ำหนัก 2.3 กิโล ทั้งๆที่ครบตาม
กำหนดดิฉันให้นมของตัวเอง แต่ลูกดูดนมไม่ค่อยแรง หายใจแรง 
ดิฉันพยายามให้การดูแลอย่างดี สุขภาพดีทั้งแม่และลูก แต่ตอนที่
ดิฉันท้องอ่อนๆ หลานที่บ้านเป็นไข้ออกผื่น แต่หลานก็ไม่ได้ป่วยหนัก
อะไร ยังเล่นได้ ดิฉันก็ช่วยเลี้ยงหลาน แต่เพราะงานยุ่งท้องนี้เลย
ไม่ได้ไปฝากครรภ์ดิฉัยไม่สบายใจที่ลูกอายุ 3 เดือนแล้วแต่ไม่เคย
จ้องหน้าดิฉันเลย เลี้ยงเท่าไรก็ไม่รู้จักโต น้ำหนักไม่ถึง 3 กิโล 
อยากให้คุณหมดช่วยแนะนำด้วยว่าจะมีทางช่วยลูกได้อย่างไรบ้าง
ตอบ

น่าเสียดายที่คุณไม่ได้ฝากครรภ์ตั้งแต่ในตอนแรก เพราะอาจตรวจ
พบได้ว่าคุณอาจได้รับโรคจากหลานแล้วติดต่อไปสู่ลูกของคุณในครรภ์
ได้ เท่าที่ได้รับข้อมูลหมอคิดว่าลูกของคุณอาจได้รับเชื้อโรคหัดเยอรมัน
ได้ เพราะอาการของหลานที่มีไข้ออกผื่น ไข้ต่ำๆ 3-4 วัน มีผื่นขึ้นทั่วไป 
มีต่อมน้ำเหลืองโตบริเวณหลังใบหู ซึ่งเหล่านี้เป็นอาการของโรคหัด
เยอรมัน ขณะนี้แพทย์กำลังผจญกับโรคหัดเยอรมันแต่กำเนิด ซึ่งติด
มาจากมารดาที่เป็นโรค


เด็กเล็กๆเหล่านี้ (เช่นหลานของคุณ) เมื่อเป็นโรคหัดเยอรมัน จะ
สามารถถ่ายเชื้อไวรัสจากตัวเองไปสู่ผู้อื่นได้โดยเฉพาะผู้ใกล้ชิดใน
ผู้ใหญ่ที่ได้รับโรคอาจมีอาการชัดเจน เช่น มีไข้ ปวดตามข้อ มีผื่น ท่า
ทางไม่สบายจนอาจต้องไปพบแพทย์ แต่ผู้ใหญ่บางคนอาการไม่รุนแรง 
อาจแค่รู้สึกไม่ค่อยสบายนิดหน่อย อาจคิดว่าไม่เป็นอะไรมาก จึงไม่ได้
ไปตรวจ
(กรณีนี้อาจคล้ายกับคุณ) ทำให้เชื้อไวรัสหัดเยอรมันถ่ายทอดไปสู่เด็ก
ในครรภ์ได้   ในกรณีที่มีการฝากครรภ์ และเล่าอาการต่างๆให้แพทย์
ที่ฝากครรภ์ทราบ แพทย์อาจสงสัยว่าคุณจะติดโรคก็จะขอเจาะเลือด
พิสูจน์ หากพบว่าคุณติดเชื้อจริงในช่วงท้องอ่อนๆ แพทย์จะแนะนำขอ
ให้คุณทำแท้งเพราะทารกที่คลอดออกมามีโอกาสพิการสูง ลักษณะมีได้
ดังต่อไปนี้

- เด็กเกิดมาตัวเล็ก เลี้ยงไม่โต   ลูกของคุณเกิดมาน้ำหนักก็น้อยนิด
เดียว
แม้จะคลอดตามกำหนด เลี้ยงเท่าไรก็ไม่โตเพราะมีโรคซ่อนอยู่
ในตัวมาก
-
หัวใจพิการ   เด็กจะแสดงอาการหอบ เหนื่อยเวลาต้องออกแรง โดย
เฉพาะ
เวลาดูดนม เด็กก็จะหายใจเร็วและแรง ดูดได้ไม่นานก็ต้อง
หยุดพัก ดูดได้ไม่มาก บางครั้งอาจมีอาการปากเขียว มือเท้าเขียวไปเลย

- เด็กเมื่อโตขึ้น อาจมีอาการหูตึง หรือหูหนวกได้
- เด็กบางคนอาจสายตาพิการ อาจเป็นต้อกระจก ต้อเนื้อ ทำให้เด็กมอง
ไม่เห็น

- ตัวเหลือง ท้องป่อง เพราะตับและม้ามโต
- ซีด มีจุดเลือดออกตามตัว
- ปัญญาอ่อน
ถ้าเด็กท่านใดเป็นครบทั้งหมดก็หนักหน่อย บางครั้งในตอนแรกก็ดู
ปกติดีต่อมาจะค่อยๆมีอาการเช่นหูหนวก


ดังนั้นคนที่กำลังตั้งครรภ์   การฝากครรภ์ในช่วงแรกเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง 
นอกจากการได้รับการตรวจเช็คสุขภาพและตรวจโรคแล้ว ยังได้รับการ
แนะนำสิ่งที่มีประโยชน์ในการดูแลรักษาตนเองอีกด้วย  

  
กลับด้านบน - Back to top กลับสู่ห้องโถง - To restpage การทดสอบโรค - Diagnostic test ผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพ - Healthcare











หัดเทียม

ลูกดิฉันอายุ 7 เดือนอยู่ดีๆวันหนึ่ง รูสึกว่าลูกตัวร้อน เลยพาไปหา
หมอ พบว่าไข้สูง ประมาณ 38.2 องศาและบอกว่าเป็นไข้ชนิดที่คน
โบราณเรียกว่าหัดเทียม และให้ระวังถ้าไข้สูงมากอาจชักได้  บอกว่า
ไข้จะสูงต่อราวๆ  3วัน พอไข้ลดก็จะออกผื่นคล้ายออกหัด และก็จริง
อย่างที่หมอว่า พอกลับถึงบ้านขนาดคอยเช็ดตัวตลอดไข้ยังสูงราว 
38.8 องศาเซลเซียส พอเข้าวันที่สองไข้ลดลงเล็กน้อนประมาณ 
37.8-38.5 แต่อาการอื่นเริ่มปรากฏขึ้นเช่น
ท้องเสีย ถ่ายเป็นน้ำ
เลย ที่สำคัญคือเจ็บคออีก มีตุ่มขาวเล็กๆขึ้นตามปุ่มทั้ง
2 ข้างในคอ 
(และปุ่มนี้ก็แดงแจ๋) แกเพลียมากเพราะไข้และก็เสียน้ำมากจาก
ท้องเสีย พอดูดนมก็ร้องเพราะคงเจ็บคอและหิว ต้องคอยอุ้ทตลอด

แทบสลบทั้งพ่อและแม่เลย โชคดีที่เป็นอยู่ราว 2-3 วัน พอไข้ลด ผื่น
ก็ขึ้นจากหน้าไล่ลงมาที่เท้า ผื่นขึ้นอยู่ราว 3 วัน ก็ค่อยๆจางไปโดย
ไม่ทิ้งร่องรอย


ดิฉันสงสัยว่าหมอทราบได้อย่างไรว่าเป็นหัดเทียม และเราจะแยก
ได้อย่างไร ระหว่างหักแท้และหัดเทียม
ตอบ

เด็กตัวร้อน แพทย์ตรวจปุ๊บก็บอกได้เลยว่าเป็น หัดเทียม ทำให้คุณ
สงสัยว่าหมดยกเมฆหรือเปล่า ทำไมบอกล่วงหน้าได้เป็นฉากๆ อย่างกับ
หมอดู


ทั้งนี้เพราะการแพทย์จะสอนเราให้รู้หมดว่าถ้ามีไข้จะเป็นโรคอะไรบ้าง
อายุเท่านี้มีไข้ในฤดูกาลอย่างนี้จะเกิดจากโรคอะไรบ้าง ถ้ามีผื่นขึ้น
อย่างนี้
ผื่นขึ้นเมื่อมีไข้ลดลงแล้วเป็นโรคอะไร และจะมีโรคแทรกซ้อน
อื่นๆ เช่นไวรัสลงกระเพาะได้หรือไม่ พวกนี้แพทย์เราเรียนกันมา ยิ่ง
แพทย์ที่มีประสบการณ์มามาก เห็นโรคมาพอสมควร ก็จะสามารถบอก
ได้ราวตาเห็นเพื่อความเข้าใจและไม่สับสน


หัดมีหลายชนิดเช่น หัดเยอรมัน  หัดแท้ หัดเทียม หัดกุหลาบ 
(Roseola)
หัดแท้ (Measles)   จะมีอาการรุนแรง ไข้ขึ้นสูงมาก ตาแดง 
ไอ มีน้ำมูกมาก ตาแฉะ เบื่ออาหาร วันที่ 3-4 ไข้ยังไม่ลงดีก็จะมีผื่นขึ้น
ตามชายผมลามลงมาตามตัว ผื่นกระจายไปทั่ว เวลาผื่นหายจะปรากฏ
ลายดำๆเหลืออยู่เด็กจะเพลียมาก ผอมลง และมีโรคแทรก ควรได้รับ
วัคซีนป้องกันซะดีกว่า


หัดเยอรมัน ( Rubella) และหัดเทียมนั้น เด็กไม่เจ็บป่วยอะไรมาก
มายนัก
ไข้ก็ไม่สูงมาก แต่สำหรับหัดเยอรมันก็ควรจะระวังให้มาก
สำหรับหญิงที่กำลังตั้งครรภ์อ่อนๆ เพราะเชื้อหัดเยอรมันสามารถถ่าย
ทอดสู่ลูกและมำให้เกิดความพิการได้


หัดเทียมอาจเกิดได้จากไวรัสอื่นๆหลายชนิด อาจทำให้มีอาการท้องเสีย
ได้แต่มักไม่ค่อยมีอันตรายต่อเด็กมากนัก


ส่วนโรคโรซีโอล่า หรือมีผู้เรียกว่าหัดกุหลาบ มักมีไข้สูง เป็นกับเด็ก
วัย 8
เดือน - 1 ปี มีไข้สูงประมาณ 3-4 วัน ไข้ลดลงรวดเร็วพร้อมกับ
มีผื่นขึ้นเด็กจะหายเลย ไม่โยเย

กลับด้านบน - Back to top กลับสู่ห้องโถง - To restpage การทดสอบโรค - Diagnostic test ผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพ - Healthcare















โรคบิด

ลูกชายดิฉันอายุ 4 เดือน กำลังท้องเสียและไม่ใช่ท้องเสียธรรมดา
เพราะพบบิดมีตัว ขณะนี้ได้รับยาจากหมอแล้ว ตรวจไม่พบเชื้อแล้ว 
แต่ยังตรวจพบ
เม็ดเลือดแดงและเม็ดเลือดขาวบ้าง ซึ่งอาการท้องเสีย เริ่มตั้งแต่เป็นจนถึงขณะนี้เป็นเวลาร่วม 3 อาทิตย์แล้ว ยังคงถ่ายวัน
ละ 3-44 ครั้ง  บางครั้งเขียวบางครั้งเหลือง แต่ยังคงเหลวและมีมูก
ปนอยู่


อยากเรียนถามอาจาร์ยว่าอาการท้องเสียในเด็กเล็กๆ ถ้าเป็นนาน 
3-4 อาทิตย์ จะถือเป็นท้องเสียเรื้อรังหรือไม่ เป็นอันตรายมากไหม 
และมีผลต่อไปอย่างไร และควรจะแก้ไขอย่างไร

ตอบ

ลูกของคุณเป็นโรคบิดมีตัวค่ะ เราเรียกว่า Amebiasis หรือบิดอมีบ้า
เกิดจากการกินอาหารที่ไม่สะอาด ไม่ถูกหลักสุขอนามัย มักเกิดกับ
เด็กโต
ดูรายละเอียดของโรคเพิ่มเติม
หรือผู้ใหญ่มากกว่า ถ้าเด็กเล็กขนาดนี้เป็น น่าสงสัยว่านอกจากการ
ปรุงอาหารไม่สะอาดแล้ว อาจเนื่องจากคนเลี้ยงเด๊กอาจเป็นโรคนี้
ด้วยก็ได้ ต้องทำการรักษาให้ถูกต้อง มิฉะนั้นจะกลายเป็นเรื้อรัง แต่
ลูกคุณยังถ่ายนาน 3-4
อาทิตย์ ทำให้สงสัยว่าอาจมีลำไส้อักเสบร่วมด้วย 
หรือลำไส้อาจทำงานไม่ปกติหลังจากท้องเสียซึ่งต้องใช้เวลาในการ
ฟื้นตัว


ยังมีบิดอีกชนิดเรียกว่าบิดไม่มีตัว หรือ Shigellosis พวกนี้เกิดจากเชื้อ
แบคทีเรีย พวกนี้มักมีไข้สูง ถ่ายมีมูกเลือด บางรายอาจมีการชักร่วม
ด้วย
เนื่องจากพิษของเชื้อแบคทีเรีย   แบบนี้รักษาถูกต้องให้หายขาด
ได้ง่ายกว่า


สรุปโรคบิดเป็นโรคที่ไม่ดีทั้งต่อเด็กและผู้ใหญ่ แต่สามารถรักษาให้หาย
ขาดได้ คิดว่าคุรควรพาเด็กกลับไปพบแพทย์อีกครั้ง สอบถามราย
ละเอียดเพิ่มเติมจากหมอที่ทำการรักษาในตอนแรก


ที่สำคัญบิดมีตัว ถ้าดูแลให้ยาไม่ต่อเนื่องหรือสม่ำเสมออาจรักษาไม่
หายขาดและอาจจะกลายเป็นเรื้อรัง ทำให้การรักษายากมากยิ่งขึ้น

กลับด้านบน - Back to top กลับสู่ห้องโถง - To restpage การทดสอบโรค - Diagnostic test ผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพ - Healthcare

 












ลำไส้ตีบตัน

ลูยดิฉันน้ำหนัก 3030 กรัม วันแรกไม่มีปัญหาอะไร พอวันที่สองจะ
ไปให้ลูกทานนมแม่ พยาบาลบอกว่าเด็กท้องอืด เลยไม่ได้ให้นม 
พอวันที่สาม
พยาบาลบอกว่าเด็กซึม ท้องอืด ไม่ยอมกินนม จะพาไป
ห้อง ICU เอ็กซ์เรย์ลำไส้ หมอบอกว่าเป็ฯลำไส้ตีบตัน ทำให้ถ่ายไม่
ออก เลยไม่ยอมกินนมต้องทำการผ่าตัด ต้องพักต่ออีกประมาณ 
10 วันแล้งอีกประมาณ 4-5 เดือน
ค่อยมาผ่าตัดอีกครั้ง 
คือตอนนี้แกจะต้องถ่ายออกทางท้องน้อย เพราะยังไม่ถ่ายออกทาง
ทวาร หลังจากนั้นอีก 4-5 เดือนค่อยผ่าเก็บเข้าที่เดิม


ดิฉันอยากถามว่าทำไมเด็กแรกเกิดถึงเป็นได้ สาเหตุเป็นเพราะ
อะไร และโรคนี้เป็นกรรมพันธ์หรือเปล่า








ลำไส้กลืนกัน

อยากทราบว่าโรคลำไส้กลืนกันจะสามารถสังเกตุได้อย่างไรบ้าง
ไม่ทราบว่าสามารถเป็นได้ในเด็กอายุเท่าไร และมีโอกาสมาก
น้อยเพียงใด
ตอบ

จากรายละเอียดจากคุณทำให้การวินิจฉัยค่อนข้างชัดเจนมากคือ  
ท้องอืด
อาเจียน ไม่ดูดนม ไม่ถ่ายอุจจาระซึ่งแสดงให้เห็นว่าเป็นโรค
ลำไส้ตีบตัน
แน่นอน ฟังดูน่าตกใจว่าเกิดปุ๊บ ก็๋เป็นโรคปั๊บเลยทันที
เชียวหรือ   แท้จริงไม่ได้เป็นตั้งแต่แรกเกิด หากเป็นมาตั้งแต่อยู่ใน
ท้องมารดาแล้ว

ขณะที่ลูกอยู่ในท้องอวัยวะต่างๆ ก็เริ่มจัดเข้าเป็นระบบต่างๆ กระเพาะ
อาหารและลำไส้ก็เริ่มเจริญ เตรียมตัวขนส่งอาหารเมื่อลูกคลอดธรรมดา
ระบบนี้จะมีรูเปิดออกส่วนบนจากปากลงสู่หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร
ลำไส้เล็ก ลำไส้ใหญ่ ออกทางทวารหนัก โดยมีการติดต่อถึงกันตลอด 
ส่วนกลางจะกลวงเพื่อบรรจุอาหาร แต่ในบางรายบังเอิญเพราะอะไร
ไม่ทราบลำไส้แทนทีจะกลวงเป็นอุโมงค์ มันกลับตีบตันเสียอย่างงั้น
แหละ


ขณะเด็กอยู่ในท้องมารดาเด็กยังไม่เดือดร้อนเพราะได้รับอาหารผ่าน
ทางรกสายสะดือจากแม่มาสู่ลูก โดยที่ลำไส้ยังไม่ต้องทำงาน พอคลอด
ออกมาลูกต้องรู้จักการดูดนมเอง อาหารจะไหลผ่านไปสู่ลำไส้เล็ก
ลำไส้ใหญ่ และทวารหนัก ถ้าทุกอย่างเรียบร้อยดีลูกก็ไม่มีอาการ 
อาเจียน ท้องอืด ไม่ถ่ายอุจจาระ


หมอคิดว่าคุณโชคดีที่แพทย์ตรวจพบโดยเร็ว เพราะโรคนี้รักษาโดย
การผ่าตัดได้อย่างดี การที่ต้องทำหลายขั้นตอน คือ ครั้งแรกเปิดเอา
ลำไส้ใหญ่ออกทางหน้าท้อง พูดง่ายๆคือให้ถ่ายอุจจาระออกทางหน้าท้อง 
พอเด็กเริ่มโตขี้นเขาก็จะแก้อีกครั้งโดยการปิดหน้าท้อง ผ่าตัด ตัดต่อ
ลำไส้ใหญ่ เพื่อให้กลับมาถ่ายอุจจาระเป็นปกติ ไม่ใช่เรื่องแปลก
ประหลาดอะไร


โรคนี้เกิดได้ทั้งจากกรรมพันธ์และเกิดขึ้นได้เอง




ตอบ
โรคลำไส้กลืนกัน ( Intussusception)    มักพบได้ในเด็กชายมากกว่า
ในเด็กหญิงวัยต่ำกว่า 2 ปี พบได้บ่อยในช่วง 3 เดือน - 1 ขวบปี เป็น
การพบใด้น้อย เด็กจะอ้วนท้วนแข็งแรงดี จู่ๆวันดีคืนดี ก็มีอาการปวด
ท้องอย่างรุนแรง ปวดจนตัวงอ กรีดร้องพร้อมกับอาเจียน และถ่าย
อุจจาระมีเลือดปนออกมาคล้ายเยลลี่สีแดงๆ ติดตามด้วยการมีไข้ และ
คล้ำพบก้อนในท้อง   อาการปวดจะไม่ทุเลาจนกว่าลำไส้จะคลายตัว ซึ่ง
แพทย์จะเป็นผู้แก้ไขให้ค่ะพบได้น้อยรายมากๆ





กลับด้านบน - Back to top กลับสู่ห้องโถง - To restpage การทดสอบโรค - Diagnostic test ผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพ - Healthcare

 

 

 

 



ลูกเป็น G6-PD

ดิฉันมีลูก 2 คน คนโตเป็นผู้หญิงแข็งแรงดี ลูกชายคลอดแบบปกติ น้ำหนัก 2800 กรัม พอคลอดได้ประมาณ 23 ชั่วโมงก็เริ่มมีอาการ
ตัวเหลือง   หมอเจาะเลือดไปตรวจผลเลือดได้ 13 แต่ดิฉันก็ไม่เข้าใจ
ทางโรงพยาบาลก็ให้รอดูอาการก่อนยังไม่ให้กลับบ้าน ตอนที่อยู่
โรงพยาบาลก็ดูดนมแม่ตลอด พอเจาะเลือดตรวจครั้งที่สอง ผลยังสูงอยู่
หมอเลยให้ฉายแสง ฉายแสงได้ 2 วัน ก็เจาะเลือดตรวจอีก ผลเลือด
ได้เป็น 25 จึงต้องมีการทำการถ่ายเลือดและผลตรวจออกมาว่าเป็น

G6 PD def. ลูกชายมีเลือดหมู่ B   ดิฉันมีเลือดหมู่ AB ส่วนของสามี
เลือดหมู่ O ตอนฉายแสงหมอให้งดดื่มนมแม่บอกว่าจะทำให้ลูก
ตัวเหลืองมากขึ้น หลังจากถ่ายเลือดแล้ว ผลตรวจได้ค่าลดลงแต่พอ
วันรุ่งขึ้นก็มีค่าสูงขึ้นอีก ต้องฉายแสงต่ออีก 3 วัน ตอนนี้กลับบ้านได้
แล้วแต่ยังมีอาการตัวเหลืองอยู่บ้าง


อยากเรียนถามคุณหมดว่าอาการที่ลูกเป็นจะมีผลต่อสมองเมื่อตอน
โตขึ้นหรือไม่อย่างไร
ตอบ

โรค G6 PD เป็นโรคที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม โดยการแอบแฝงเร้นมา
กับโครโมโซมเอ็กซ์ของมารดาเรียกว่า x- linked recessive แต่ไม่ต้อง
มาเถียงกันว่าลูกเป็นเพราะใครหรอกค่ะ ตั้งใจดูแลลูกให้ดีจะดีกว่า 
หมอเคยพบเด็กที่ป่วยเป็นโรคนี้ในตอนเด็ก พ่อแม่วิตกกังวลเป็นอย่าง
มาก ปัจจุบันมาพบอีกครั้งกลายเป็นนายร้อยไปแล้ว สูงสง่าจนจำแทบ
ไม่ได้


เมื่อแรกเกิดบางคนอาจมีอาการเม็ดเลือดแดงแตกจึงทำให้เกิดอาการ
ตัวเหลือง
โชคดีที่คุณหมอรับไว้ในโณงพยาบาล แล้วรีบเปลี่ยนถ่ายเลือด
ให้ ผลการตรวจที่ว่าจะหมายถึงการตรวจระดับของ บิลลิรูบิน (Billirubin) 
การถ่ายเลือดและการฉายแสงก็เพื่อลดระดับของสารตัวนี้ในเด็ก เพราะ
ถ้าปล่อยให้มีค่าสูงเกินไป จะมีผลต่อสมองของเด็กได้ แต่ระดับของลูก
คุณถือว่าสูงพอควรดังนั้นแม้กลับบ้านแล้วควรจะนำเด็กมาตรวจตามนัด
อย่างสม่ำเสมอด้วยเพราะจะมีการตรวจสอบผลต่อสติปัญญาของสมอง
ด้วย


สารที่ควรระวังสำหรับเด็กหรือคนที่เป็นโรค G6 PD def. เหล่านี้คือ
ลูกเหม็นที่เราใช้กันแมลง   ถั่วปากอ้า   ยารักษาโดรมาลาเรียบางชนิด 
ยาในกลุ่มซัลฟาและอื่นๆ   ถั่วปากอ้า มีสารบางตัวที่ทำให้เม็ดเลือดแดง
แตกง่ายได้ถ้ามาตรวจที่โรงพยาบาล แพทย์ผู้ดูแลเขาจะมีการ์ดประจำ
ตัวให้ ไว้บอกให้ระวังยาตัวใดบ้างที่จะใช้ทานตอนเจ็บป่วย พร้อมกับให้
หมอที่จะรักษาได้ทราบและระมัดระวังในการจ่ายยาให้ ผู้ป่วยก็จะ
ปลอดภัย


โอกาสที่จะเกิดในลูกกชายคนต่อไปจะมีโอกาสประมาณร้อยละ 25
สำหรับลูกสาวนั้นไม่มีปัญหาอะไร แต่เมื่อแต่งงานแกอาจมีโอกาส
มีลูกชายเป็นโรคนี้ได้ ถ้าลูกสาวเป็นพาหะของโรค G6 PD อยู่ บางคน
ก็ไม่เป็นพาหะก็จะไม่เป็นปัญหากับโรคนี้เลย

กลับด้านบน - Back to top กลับสู่ห้องโถง - To restpage การทดสอบโรค - Diagnostic test ผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพ - Healthcare

 

 

 



หัวใจรั่ว

ขณะนี้ลูกสาวอายุได้ 10 เดือนแล้ว ตอนประมาณเดือนกว่าๆที่ผ่าน
มา หมอตรวจพบว่าการเต้นหัวใจของลูกไม่เป็นปกติ จึงได้เอ็กซ์เรย์
ดู และบอกว่ามีรูรั่วระหว่างผนังกั้นห้องหัวใจซ้ายขวาล่าง แต่รูรั่วนี้
นี้สามารถปิดเองได้


คำถามคือลูกสาวเป็นโรคหัวใจพิการหรือเปล่า รูรั่วนี้จะปิดได้เอง
หรือไม่มีวิธีการใดบ้างที่จะช่วย และจำเป็นต้องผ่าตัดหรือไม่

ตอบ

หมอที่ตรวจบอกว่าเด็กเป็นโรคหัวใจ แต่ตัวหมอยังสบายใจว่าจากราย
ละเอียดคงยังไม่เป็นรุนแรงมากค่ะ เพราะเด็กไม่มีอาการหอบเหนื่อย
หรือไม่มีแรงดูดนม


โรคหัวใจที่มีรูรั่วของผนังกั้นห้องซ้ายและห้องขวา เราจัดเป็นโรคหัวใจ
พิการแต่กำเนิด อแต่ไม่ต้องตกใจมากกับชื่อนี้ เพราะมีความแตกต่าง
กันได้มากในเด็กแต่ละราย บางร้ายเกือบไม่มีอาการอะไรเลย นอก
จากบังเอิญตรวจพบเข้า ที่มีอาการน้อยก็เพราะรูรั่วมีขนาดนิดเดียว 
บางรายก็สามารถปิดรูรั่วได้เอง
บางรายที่มีรูโตมากหน่อยอาการก็จะมีมากขึ้นจนถึงหอบเหนื่อย
ไม่
เติบโตและมีอาการหัวใจวาย แบบนี้ถ้าไม่ได้รับการผ่าตัดก็แย่ ไม่มี
ทางรอด


อยากทราบเรื่องเพิ่มเติมคลิก

โรคหัวใจแต่กำเนิดหรือ Congenital Heart Disease มีมากมายหลาย
ชนิด มีตั้งแต่อาการน้อยๆจนกระทั้งอาการหนักมาก บางชนิดมีรูโหว่
ที่ผนังหัวใจ บางชนิดลิ้นหัวใจตีบตัน   สาเหตูเกิดได้มาก

- เชื้อไวรัส   โดยเฉพาะหัดเยอรมันที่แม่เป็นตอนตั้งครรภ์อ่อนๆ เชื้อนี้ทำให้
เกิดโรคหัวใจรั่ว หรือปัญญาอ่อน ตาเสีย หูพิการได้ วิธีป้องกันรณรงค์
ให้มีการรับวัคซีนเพื่อตัดไฟแต่ต้นลม แกจะไม่เป็นตอนโตค่ะ

- พันธุกรรม บางครอบครัวมีญาติที่เกิดลูกหลานเป็นโรคนี้ การจะถ่าย
ทอดไม่ชัดเจน อย่างเช่นโรคปากแหว่ง เพดานโหว่

- ไม่ทราบสาเหตุ พบได้บ่อย อาจมาจากโภชนาการของแม่ตอนตั้งครรภ์
อาจเกิดการเชื้อแบคทีเรียสเตร็ป กลุ่ม เอ เป็นต้น

กลับด้านบน - Back to top กลับสู่ห้องโถง - To restpage การทดสอบโรค - Diagnostic test ผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพ - Healthcare

 

 

 

 



วัณโรค

ลูกดิฉันอายุ 10 เดือน ที่บ้านมีคนงานเป็นวัณโรคด้วยค่ะ แต่หมอ
บอกว่าไม่ได้อยู่ในระยะแพร่เชื้อ คนในบ้านก็เลยไม่กลัวกัน แต่ดิฉันกลัวว่าจะมาติดกับเด็กๆ เพราะแกยังไม่มีภูมิคุ้มกันดีพอ 
แต่ก็มีโอกาสพบกันเพียวช่วงเช้าและเย็นเท่านั้น
ตอบ

ปกติเด็กแรกเกิดทุกคน ทางดรงพยาบาลจะฉีดวัคซีน บี ซี จีให้ ซึ่ง
เป็นวัคซีนป้องกันได้ตั้งแต่เกิด จะเกิดเป็นตุ่มๆ บริเวณหัวไหล่ซ้าย
ของลูก คุณแม่ทุกคนลองตรวจดู   ถ้ามีก็ดีแล้วไม่ต้องไปทำอะไรมัน
เข้าเป็นอันขาด มันจะดูคล้ายๆเป็นหนองประมาณ 2-3 เดือนก็จะหาย
เหลือแต่แผลเป็นไว้เป็นหลักฐาน   ถ้าหากคนในบ้านเป็นวัณโรค
ถึงแม้จะเป็นระยะไม่แพร่เชื้อ    แต่ทางที่ดีควรพยายามให้ห่างลูก
ไว้ก่อนเป็นดีที่สุด เพราะวัคซีนที่ฉีดให้กับเด็กต้องใช้เวลาประมาณ
 1-2 เดือนขึ้นไปแล้วถึงจะเริ่มมีภูมิคุ้มกันและก็ไม่ได้ป้องกันได้
 100% เพราะจาการวิจัยพบว่าเด็กจำนวน 1253 คนที่ได้รับวัคซีน 
บีซีจ๊ เป็นวัณโรค 150 ราย เมื่อเทียบกับเด็กที่ไม่ได้รับวัคซีน
จำนวน 256 ราย เป็นวัณโรคเสีย 62 ราย พอสรุปได้ว่าวัคซีน
มีประโยชน์แน่ แต่จะสามารถป้องกันวัณโรคของเยื่อหุ้มสมองได้ดี
กว่าวัณโรคปอด อย่างไรก็ตามวัคซีนนี้ยังมีประโยชน์มากสำหรับ
ประเทศที่กำลังพัฒนาแบบบ้านเรา
กลับด้านบน - Back to top กลับสู่ห้องโถง - To restpage การทดสอบโรค - Diagnostic test ผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพ - Healthcare




 

 

 

 

แม่เป็นโรคตับอักเสบ

เมื่อตอนดิฉันตั้งครรภ์ หมอตรวจพบว่าเป็นไวรัสตับอักเสบ พอคลอด
บุตรได้ 7 วัน คุณหมอจึงได้ฉีดวัคซีนป้องกันตับอักเสบให้กับลูก

ดิฉันสงสัยว่าทำไมจึงมาฉีดให้หลังลูกเกิดมาได้ 7 วันแล้วคะ
ตอบ

ยาฉีดภูมิคุ้มกันโรคตับอักเสบนี้ จะมีภูมิต้านทานโรคที่เราเรียกว่า
แอนติบอดีย์ต่อต้านโรคตับอักเสบ ไม่มีข้อเสียแต่ประการใด มีแต่ข้อดี
คิดว่าหมอน่าจะให้แล้วตั้งแต่แรกเกิด ที่ฉีดให้เมื่อตอนอายุ 7 วันนั้น
น่าจะเป็นการวให้วัคซีนเพื่อกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิต้านทานขึ้น
มาเองมากกว่า ถือเป็นการให้การรักษาแบบต่อเนื่องกันคือ เมื่อแรก
คลอดให้เพื่อเป็นการต้านทานโรค พออายุได้ 7 วันก็ให้อีกชนิดเพื่อ
เป็นการกระตุ้นให้เด็กเริ่มสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาเองต่อไป
กลับด้านบน - Back to top กลับสู่ห้องโถง - To restpage การทดสอบโรค - Diagnostic test ผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพ - Healthcare

 

 

 

 

 

 

 

 

แม่เป็นเบาหวาน

ดิฉันตรวจเลือดพบว่าตนเองเป็นดรคเบาหวาน มีน้ำตาลในเลือด
สูงถึงกว่า 200 หมอสูติท่านหนึ่งพอทราบว่าดิฉันเป็นเบาหวาน ได้
แนะนำให้ดิฉันรีบมีลูก
ดิฉันไม่สบายใจเกรงว่าจะไม่สามารถมีลูก
ได้ จึงรีบปรึกษากับหมอที่รักษาโรคเบาหวานอยู่ในขณะนั้นท่าน
ก็บอกว่าสามารถมีลูกได้ เพราะขณะนั้นดิฉันรักษาระดับน้ำตาล
ในเลือดได้ประมาณ 70-90 อายูของดิฉันเพิ่งจะ 23 ปี ปกติเป็นคน
ร่างท้วม น้ำหนัก 55 กิโล สูง 150 ซม.

พอดิฉันตั้งครรภ์ได้ประมาณ 35 สัปดาห์ ก็คลอดบุตรโดยการผ่า
ออก เพราะหมอเจาะตรวจน้ำคร่ำทางหน้าท้อง ปรากฏว่าน้ำคร่ำ
ขุ่นไปนิดหมอจึงตัดสินใจผ่าออกให้

ลูกดิฉันเป็นผู้ชาย น้ำหนักแรกคลอด 3030 กรัม ครบอาการ 32 
ทุกอย่าง หมอบอกพอคลอดออกมาก็ร้องไห้เสียงดัง แต่สักครู่ก็
ต้องนำเข้าตู้อบให้ออกซิเจน
เพราะปอดยังทำงานได้ไม่ดี หายใจ
ยังไม่ดี ต้องให้น้ำเกลือทางศีรษะ รอลูกอยู่ 7 วัน อาการก้ยังไม่ดี
ขึ้น หมอก็เลยให้ดิฉันกลับบ้านก่อน ดิฉันขอถามดังนี้

ลูกชายคลอดออกมาหมอเจาะเลือดไปตรวจปรากฏว่าน้ำตาล
ในเลือดต่ำ ลูกจะมีโอกาสเป็นเบาหวานเหมือนฉันหรือเปล่า

 

ตอบ

คุณเป็นเบาหวานค่อนข้างเร็วไปหน่อย ตอนตั้งท้องน้ำตาลในเลือด
แม่สูง จะผ่านเข้าสู่ตัวลูกลูกจึงพลอยมีน้ำตาลในเลือดสูงตามไปด้วย 
ร่างกายของลูกจึงผลิตฮอร์โมนอินซูลินหลั่งออกมามากในช่วงระหว่าง
อยู่ในครรภ์ พอลูกคลอดออกมาจากท้องแม่ น้ำตาลในเลือดจากแม่ถ่าย
ทอดมาสู่ลูกไม่ได้แล้วระดับอินซูลินในตัวลูกขณะนั้นจึงไปทำให้ระดับ
น้ำตาลของลูกลดต่ำ แพทย์จึงจำเป็นต้องเอาตัวไว้รักษาโดยให้ทาง
น้ำเกลือ
การที่ต้องเข้าตู้อบให้ออกซิเจน เป็นสิ่งจำเป็นต่อเด็กเพราะ
เขาเกิดเร็วไปหน่อย ทำให้ระบบหายใจยังพัฒนาได้ไม่เต็มที่นัก 
จะรอจนครบกำหนดค่อยคลอดก็ไม่ได้เพราะลูกตัวโตมาก สูติแพทย์
จึงต้องตัดสินใจซึ่งก็ถูกต้องแล้ว 

ในการให้ออกซิเจนนี้แพทย์ระวังมากๆ จะมีการวัดปริมาณความ
เข้มข้นเป็นระยะๆให้พอเหมาะตลอดเวลารอสักพักเพื่อให้ระบบ
หายใจได้พัฒนาจนเป็นปกติ ก็จะกลับบ้านได้

 

กลับด้านบน - Back to top กลับสู่ห้องโถง - To restpage การทดสอบโรค - Diagnostic test ผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพ - Healthcare

 

 

 

 

 

 

 

 

ลูกตัวซีด

ลูกสาวตัวซีดค่ะ คุณหมอให้คำแนะนำว่าควรกินอาหารเสริมที่มีธาตุ
เหล็ก ที่ขอบตาลูกสาวบางครั้งก็สีส้ม บางครั้งก็สีแดง อาการตัวซีด
แสดงว่าเป็นโรคทาลัสซีเมียหรือเปล่า ดิฉันกังวลและกลุ้มใจมาก 
กลัวว่าลูกจะเป็นอะไรไป การรักษาจะมีผลแค่ไหน และควรทำ
อย่างไรดี

ตอบ

ลูกซูบซีด เรื่องนี้ต้องให้หมอของลูกสาวอธิบายว่าเกิดจากสาสเหตุใด
อาจเกิดจากเด็กได้กินอาหารที่มีธาตุเหล็กน้อยไป แหล่งอาหารที่มี
ธาตุเหล็กสูงเช่น
ไข่แดง เนื้อสัตว์ ตับ ผักบุ้ง เป็นต้น
 เด็กอายุเกิน 6 เดือนจะเริ่มมีธาตุเหล็กลดลงการกินนมอย่างเดียว
จะทำให้มีธาตุเหล็กไม่เพียงพอ เกิดภาวะโลหิตจาง  เด็กบางคนตัว
บึกเพราะกินแต่นมวันละเกือบ 2 ลิตร แต่ไม่ได้กินอาหารเสริมธาตุ
เหล็กเลยจึงทำให้ไม่แข็งแรง

โรคทาลัสซีเมีย เป็นโรคที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม อาการเด็กจะไม่
เติบโต ซูบซีด ตับม้ามโต พุงโรก้นปอด หน้าตาไม่น่ารัก โหนกแก้มสูง 
จมูกแฟบ ซึ่งจะเป็นลักษณะเฉพาะของเด็กที่ป่วยเป็นโรคนี้ หมอคิด
ว่าลูกคุณคงไม่ใช่โรคทาลัสซีเมียนี้ มิฉะนั้นหมอที่ดูแลลูกคุณคงจะ
บอกแล้วเพราะอาการจะซีดเร็วมากจนต้องให้เลือดทดแทน คิดว่าลูก
คุณคงไม่เข้ากับโรคนี้

 

กลับด้านบน - Back to top กลับสู่ห้องโถง - To restpage การทดสอบโรค - Diagnostic test ผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพ - Healthcare

 

 

 

 

 

 

 

ลูกร้องโคลิค

ลูกดิฉันอายุ 2 เดือน ตอนกลางวันแกจะนอนประมาณ 2 ชั่วโมง
เท่านั้น พอประมาณ 19.00 น. แกจะร้องทุกวัน   แต่เพิ่งจะมาร้อง
ประมาณเดือนกว่ามานี่เองและจะหยุดร้องเอาประมาณ 21.00 น. 
แต่แกไม่ได้ร้องบ่อยหรือร้องตลอดเวลา

ตอบ

ร้องทุกวันเป็นระยะประจำ ตั้งแต่ 19.00 - 21.00 น. เป็นประจำ
ลักษณะการร้องของเด็กแบบนี้บ่งชี้ถึงภาวะการร้องแบบมาราธอน หรือ
ร้องโคลิค หรือที่ชาวบ้านเรียกว่าร้อง 100 วัน โรคนี้แปลกเพราะมักเป็น
กับลูกคนแรกไม่ว่าชายหรือหญิง มักจะเริ่มในอาทิตย์ที่สอง หรือใกล้อายุ
ครบ 1 เดือน มักเกิดกับเด็กที่กินนมขวด อ้วนท้วน แข็งแรง น่ารัก 
เด็กกินได้ดี กลางวันมักจะนอนหลับปุ๋ย และจะเริ่มบรรเลงเพลงร้อง
ในช่วงเย็นยันพลบค่ำ ร้องได้ร้องดี แต่ก็ไม่เห็นเป็นอะไร พอร้องร้อง
เสร็จก็กินได้ ตกดึกก็นอนหลับตามปกติ

สาเหตุไม่มีใครทราบแน่ชัดว่าเกิดจากสาเหตุใดแน่ แต่ที่แน่ๆทำให้ทั้ง
ครอบครัวเดือดร้อน เสียทั้งสุขภาพจิตและสุขภาพหู พ่อแม่ต้องอดทน
พลัดกันอุ้มพลัดกันแบกเจ้าตัวน้อยเดินไปเดินมา เขย่าก็แล้ว ให้ดูด
นมก็ไม่ยอมหยุด ความยาวนานของการร้องก็มีน้อยหรือมากแตกต่าง
กัน บางรายอาจร้องนานติดต่อกันเป็นชั่วโมงๆ หมอคิดว่าพาเด็กไป
พบแพทย์จะดีกว่า เพราะจะมียาช่วยบรรเทาอาการปวดท้อง ร้องโยเย
ได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างน้อยก็ไม่ต้องร้องแบบมาราธอน

 

กลับด้านบน - Back to top กลับสู่ห้องโถง - To restpage การทดสอบโรค - Diagnostic test ผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพ - Healthcare

 

 

 

 

 

 

 

ลูกนอนยาก

ลูกอายุ 4 เดือนกับ 20 วัน เวลาดิฉันกล่อมลูกเข้านอนในตอน
กลางคืน ดิฉันจะอุ้มเดินโยกไปมาจนแกหลับไป แต่พอจะวางลง
นอนบนที่นอน เขาจะตื่นทันทีไม่ยอมนอนเอาแต่ร้อง ดิฉันจึงต้อง
เตรียมขวดนมเอาไว้ พอเอาเขานอนก็จะให้นอนดูไว้อย่างนั้นจน
หลับ พอขวดนมหลุดออกจากปากแกก็จะร้อง กระสับกระส่ายไม่
ยอมหลับ ต้องเอาขวดนมมาให้ดูดต่อ เป็นอย่างนี้ตลอดคืน
 
อยากทราบว่ามีวิธีที่จะให้ลูกนอนหลับโดยไม่ต้องให้ลูกดูดนม
คาขวด

ตอบ

เด็กที่เคลิ้มหลับ พอวางลงนอนก็จะสะดุ้งทุกที ทั้งนี้พอวิเคราะห์ได้ดังนี้
1. คุณแม่อุ้มลูกเดินโยกไปโยกมา พอเด็กเคลิ้มจะหลับ พอวางลงนอน
เด็กจะรู้สึกไม่เหมือนเดิม ตอนแรกโยกไปโยกมาเพลินๆดี เมื่อเปลี่ยน
ไปก็ร้องเลยดีกว่า

การแนะนำ คุณไม่ควรอุ้มลูกเดินแกว่งไมามากนัก แค่ตบก้นเบาๆ
เด็กก็เป็นสุขแล้ว คุณแม่ก็ไม่เหนื่อยด้วย พอเขาหลับค่อยๆวางลง
เบาๆแล้วตบก้นเบาๆต่ออีกซักระยะลองทำดูมักสำเร็จ แต่ถ้าไม่สำเร็จ
ให้ลองข้อต่อไป

2. งดการอุ้มเด็กเดินโยกไปโยกมา ให้คุณแม่สังเกตุว่าเมื่อเด็กดูดนม
เสร็จ ฉี่เสร็จ เปลี่ยนผ้าอ้อม ทาแป้งเสร็จ เด็กจะสบายเนื้อสบายตัว 
ตาเขาจะเริ่มปรือๆ นั้นเป็นช่วงที่จะหลับแล้ว ให้อุ้มไปที่นอนเขาเลย 
ให้นอนคว่ำหัวทุยดี เอามือตบก้นเบาๆ ถ้ายังไม่สำเร็จให้ลองสังเกตุดู
ว่าลูกชอบอะไรเช่นชอบฟังเพลงก็ร้องกล่อมเบาๆ เด็กบางคนชอบ
แบบเงียบๆ ทำบรรยากาศให้สงบ ทึมๆ เย็นสบายน่านอนที่สุด

3. การแก้ปัญหาที่ลูกต้องมีขวดนมคาปากไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ถูกต้อง
เพราะจะเป็นวงจรนุงนังเหมือนวัวพันหลัก แม่จะแย่เอามากๆ เพราะ
อดนอนตลอดคืน ให้พยายามลองทำตามข้อ 1 และ 2 ดู

 

กลับด้านบน - Back to top กลับสู่ห้องโถง - To restpage การทดสอบโรค - Diagnostic test ผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพ - Healthcare

 

 

 

 

 

 

 

ลูกชอบนอนผวา

ลูกชายนอนกลางวันได้ไม่นานค่ะ แกจะหลับๆตื่นๆ ตลอดทั้งวัน พอ
หลับได้ประมาณ 5 - 10 นาทีก็จะผวาตกใจตื่น แกเป็นเด็กที่ตกใจ
ง่ายมาก ไม่ทราบว่ามาจากสาเหตุใด แต่ในตอนกลางคืนแกจะหลับ
ได้ดี คุณหมอมีวิธีแก้ไขอยางไรบ้าง ช่วยแนะนำให้ด้วย

ตอบ

เด็กบางคนหูเบา นอนไว ตื่นง่าย เจอเด็กแบบนี้แม่ก็แย่หน่อย อาจจะ
เป็นเพราะตอนคลอด คลอดยาก เลยวอแงเก่ง เด็กบางคนคลอดง่าย 
นอนง่าย หลับนาน
การเลี้ยงเด็กแต่ละคนไม่เหมือนกัน แต่จะเป็นอย่างนี้อยู่ไม่นาน พอ
เกินสัก.2 เดือน เด็กมักจะนอนง่ายขึ้น เลี้ยงง่ายขึ้น

 

กลับด้านบน - Back to top กลับสู่ห้องโถง - To restpage การทดสอบโรค - Diagnostic test ผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพ - Healthcare

 

 

 

 

 

 

ไม่ยอมนอนกลางวัน

ลูกสาวอายุ 2 เดือนกลางวันโยเยไม่ค่อยยอมนอน(ทั้งวันนอนไม่เกิน
5 ชั่วโมง) ส่วนกลางคืนนอนได้ดี แต่กลางวันซิคะเล่นเอาคุณแม่
ต้องคอยอุ้มทั้งวันเลย
เหนื่อยจริงๆค่ะ ไม่ทราบว่าควรทำอย่างไร
ทั้งๆที่แม่นอนเก่งมาก (น่าจะได้เชื้อแม่มาบ้าง)

ตอบ

ลูกสาวนอนน้อยในตอนกลางวัน แม่ต้องคอยอุ้มทั้งวัน ลูกนอนยากแต่แม่
นอนเก่ง ลูกนอนน้อยแม่ก็เลยต้องอดนอน เห็นทีต้องอดทนต่อไปอีกซัก
เดือน พอพ้นอายุช่วง 2 เดือนแล้วจะดีขึ้น จะสงบราบเรียบเหมือนทะเล
ปราศจากคลื่น อีกประการหนึ่งถ้าเด็กมีอาการแน่นท้อง มักไม่ค่อยยอม
นอน ลองหัดทำการไล่ลมให้ลูกโดยการจับพาดบ่า แล้วเอามือตบหลัง
เบาๆ จนเด็กเรอออกมา ลองดูว่าเด็กจะนอนได้ดีขึ้นหรือไม่

 

กลับด้านบน - Back to top กลับสู่ห้องโถง - To restpage การทดสอบโรค - Diagnostic test ผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพ - Healthcare

 

 

 

 

 

 

นอนคว่ำหรือนอนหงายดี

ดิฉันสังเกตุว่าบางครั้งลูกก็นอนคว่ำ บางทีก็นอนหงายแต่เพื่อนที่
มาเยี่ยมมักจะบอกว่า ถ้าจะนอนให้ถูกต้องคือต้องให้นอนคว่ำเสมอ
ดิฉันไม่แน่ใจเพราะบางครั้งเมื่อฉันจับแกนอนคว่ำ สักพักแกก็จะ
พลิกมานอนหงาย ดิฉันเขาใจว่าแกชอบอย่างนั้น แต่เมื่อเพื่อนพูด
แบบนี้เลยชักไม่แน่ใจ ขอคุณหมอช่วยตอบด้วย

ตอบ

เรื่องการนอนคว่ำหรือนอนหงายนี้ เป็นเรื่องที่เถียงกันได้ทุกเมื่อ ถ้าความคืดหมอการให้นอนคว่ำจะดีกว่า รูปศีรษะจะสวยทุยดีกว่า
ไม่แบนๆเหมือนกับการให้นอนหงาย
ไม่สำลักนมหรือเศษอาหารที่อาจ
จะแหวะหรืออาเจียนออกมา แต่ถ้าต้องการให้นอนคว่ำจะต้องหัดมาตั้งแต่
แรกเกิด เพราะถ้าให้แกนอนหงายมาก่อนแล้วมาจับให้แกนอนคว่ำแก
ก็จะพลิกกลับมานอนหงายตามเดิม

 

กลับด้านบน - Back to top กลับสู่ห้องโถง - To restpage การทดสอบโรค - Diagnostic test ผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพ - Healthcare

 

 

 

 

 

 

เล่นจนไม่ยอมนอน

ช่วงเช้าถึงช่วงเย็นบางวัน ลูกจะนอนงีบเพียงนิดเดียวแค่ ครึ่ง
ชั่วโมงก็จะตื่นขึ้นมาเล่น ยิ่งช่วงกลางคืนเขาจะนอนตอน 2 ทุ่ม
ตื่น 3 ทุ่ม เล่นไม่ยอมนอนบางคืนอาจถึง 4-5 ทุ่ม แล้วถึงจะนอน
ยาวไปถึงช่วงเช้า ทำอย่างไรดี

 
ตอบ

ลูกเล่นมากไปเพราะคุณพ่อชอบเล่นกับลูก ลูกจึงติดอยู่คนเดียวไม่ได้ 
คุณทั้งสองจึงต้องร่วมมือกันในการเลี้ยงลูกใหม่ เปลี่ยนแปลงระบบการ
นอนดึก ชอบเล่นกลางดึก

หัดให้นอนเป็นเวลา และอย่าเล่นกับลูกในช่วงที่แกจะต้องเข้านอน เรียก
ว่าการฝึกให้นอนเป็นเวลา ลูกจะถูกฝึกอบรมให้มีระเบียบในตัว จะค่อยๆ
เรียนรู้จากการฝึกจากพ่อแม่ อย่าใจอ่อนไปเล่นหรือแหย่แกในช่วงเวลาที่
แกจะต้องเขานอน

 

กลับด้านบน - Back to top กลับสู่ห้องโถง - To restpage การทดสอบโรค - Diagnostic test ผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพ - Healthcare

 


ThaiL@bOnline - Crystal Diagnostics
Tel (02) 803-7310-11  803-6704   Fax. (02) 803-9-6705 ext 0
Email : info@thailabonline.com

 

 
About Us | Add URL I Privacy Policy | Member Register | Health Shop | Contact Us | Health Board | Advertising
Disease / Condition | Head Line News | Healthcare | Diagnostic | Alternative Medicine |
Health Game Zone


1999-2000 Thailabonline.com. All rights reserved. 
By using this information service,    you accept the terms of our Visitor Agreement. Please read it. 
The material on Thailabonline.com and iHealthsite.net are for informational purposes only and is not 
a substitute for medical advice or treatment for any medical conditions.   You should promptly seek 
professional medical care if you have any concern about your health, and you should always consult 
your physician before starting a fitness regimen.
”Thailabonline.com” and “ihealthsite.net” are trademarks of Crystal Diagnostics Co.,Ltd.