BECOME A MEMBER
สมัคร ! สมาชิกชมรมรักสุขภาพ
ฟรี ข่าวสาระความรู้เรื่องสุขภาพ

สอบถามปัญหาแบบออนไลน
Live chat by BoldChat
Live chat by Boldchat

top
กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ 
ความผิดปกติระบบ
ทางเดินปัสสาวะ
Urinary Incontinence, UI

- สาเหตุของการเกิดอาการ
กลั้นปัสสาวะไม่อยู่


- ภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่  การที่มีปัสสาวะรั่วไหล
โดยไม่ได้ตั้งใจมีกี่ชนิด


- อาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ จำแนกออกเป็นชนิดต่างๆ

- ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาการ
กลั้นปัสสาวะไม่อยู่


ผ้าอ้อมสำหรับผู้สูงอายุ
ผ้ารองซับลดการเปื้อนที่นอน

การดูแลและการจัดการสำหรับ
ผู้สูงอายุและผู้ป่วย เรื้อรัง

 

Skin and Acne 
    ศึกษาเรื่องของสิว


Skin and Acne 
    ศึกษาเรื่องของผิวหนัง

1.
AHA (Alpha hydroxy
    acid) 
    Glycolic acid


2. BHA (Beta hydroxy 
    acid)
    Salicylic acid

3. Derma&Skin Roller
   
ลูกกลิ้งเข็มเพื่อใช้ในการ
    กระตุ้นและปรับสภาพผิว


4. Copper peptide 
    คอปเปอร์ เปปไทด์

5. Skin needling & 
    Facial Mesotherapy
    การใช้เทคนิค ลดริ้วรอย
    หน้าหมองคล้ำ จุดด่างดำ
    ลดปัญหาแผลหลุมสิว
    ด้วยตนเองที่บ้าน

Vitamin
วิตามิน
สารอินทรีย์ที่จำเป้นต่อ
การเจริญเติบโต สุขภาพ
สมบูรณ์


L- Glutathione
แอล-กลุตาไธโอน

skin whitening
ผลิตภัณฑ์ช่วยเสริมผิวขาว
อย่างธรรมชาติ

L- Carnitine
แอล คาร์นิทีน
ผลิตภัณฑ์ช่วยลดน้ำหนัก
อย่างธรรมชาติ

  Coemzyme Q10
โคเอ็มไซม์ คิวเท็น

ช่วยระบบไหลเวียนโลหิต
หัวใจ ความดันโลหิต
ช่วยลดริ้วรอยคืนความ
อ่อนเยาวืให้กับผิวหนัง

Minerals
เกลือแร่

สารอาหารที่มีความจำเป็น
ต่อการเจริญเติบโต สุขภาพ
แข็งแรง เป็นปกติ
  

 

Health Navigation






สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม
กรุณาแจ้งให้ทึมงานเพื่อ
จัดเตรียมหาสาระให้



Contact : 
info@thailabonline.com
ชมรมเรารักสุขภาพ 
ไทยแล็ปออนไลน์

 

 
Custom Search

 กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ ความผิดปกติระบบทางเดินปัสสาวะ
Urinary Incontinence, UI
ข้อมูล   
จากศาสตราจารย์ นพ.วชิร คชการ หน่วยศัลยศาสตร์ระบบปัสสาวะ
คณะแพทยศาสตร์
โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล 


วิชัย อัศวิษณุ
ชมรมรักสุขภาพ ไทยแล็ปออนไลน์


การกลั้นปัสสาวะไม่อยู่และความผิดปกติในการขับถ่ายปัสสาวะเป็นเพียงอาการเท่านั้น แต่อาการนี้เป็นสิ่งที่ชี้บ่งถึงความผิดปกติหรือโรคอื่นๆ ที่เป็นอยู่ภายในร่างกาย ได้แก่ โรคทางระบบประสาท โรคเกี่ยวเนื่องกับระบบปัสสาวะ เช่น ต่อมลูกหมากโต โรคที่เกิดตามวัย ความเสื่อมของร่างกาย โรคเบาหวาน เป็นต้น แต่หากจะสรุปสาเหตุง่ายๆ เพื่อความเข้าใจดังนี้

1.สาเหตุจากกระเพาะปัสสาวะ ซึ่งเกิดจากกระเพาะมีการบีบตัวที่ผิดปกติ
 ซึ่งส่วนมากจะมีการบีบตัวที่ไวกว่าปกติ บีบตัวอย่างไม่เป็นเวลา ทำให้มีอาการปวดปัสสาวะเร็วกว่าที่ควร และมีปัสสาวะเล็ดราดออกมา ไม่สามารถควบคุมได้ สาเหตุมักจะเกิดจากโรคทางระบบประสาท โรคทางสมอง ไขสันหลัง ทั้งที่เกิดเองหรือเกิดจากอุบัติเหตุ นอกจากนั้นอาจจะเกิดจากโรคบริเวณกระเพาะปัสสาวะเอง ที่พบบ่อยได้แก่การอักเสบติดเชื้อ แต่มีสาเหตุที่ก่อให้มีกระเพาะปัสสาวะบีบตัวไวอีกจำนวนมากที่ไม่สามารถชี้บ่งได้ว่าเกิดจากเหตุใด ซึ่งกลุ่มนี้เป็นกลุ่มหนึ่งที่เราเรียกว่า กระเพาะปัสสาวะไวกว่าปกติ (overactive bladder) ที่ย่อว่า OAB และหลายคนรู้จักกันในนามของโอเอบี นอกจากกระเพาะปัสสาวะที่บีบตัวน้อยลง เช่น ในผู้ป่วยเบาหวานก็สามารถทำให้มีปัสสาวะเล็ดราดได้เช่นกัน เนื่องจากมีปัสสาวะตกค้างในกระเพาะปัสสาวะ และจะไหลรินออกมาเมื่อมีปัสสาวะค้างมากจนเกินกว่าที่กระเพาะปัสสาวะรับได้

2.สาเหตุที่เกิดจากกลไกหูรูด ส่วนมากเกิดจากหูรูดที่หย่อนกว่าปกติ
 ทำให้ไม่สามารถทำหน้าที่ได้ในขณะที่มีการเก็บกักปัสสาวะ มีปัสสาวะไหลราดออกมา หรืออาจจะไหลออกมาเมื่อมีการเพิ่มแรงดันจากในช่องท้อง เช่น เมื่อไอ จาม หัวเราะ มีปัสสาวะเล็ดออกมา ซึ่งพบได้บ่อยในผู้หญิง นอกจากนั้นการที่หูรูดทำงานมากกว่าปกติทำให้ถ่ายปัสสาวะไม่ออก ถ่ายปัสสาวะไม่หมด เมื่อมีปัสสาวะตกค้างในกระเพาะปัสสาวะมากก็มีปัสสาวะไหลรินออกมาได้เช่นกัน

3.สาเหตุร่วมกันระหว่างกระเพาะปัสสาวะและหูรูด
 คือเป็นสาเหตุร่วมกันของสาเหตุที่ 1 และ 2 ซึ่งทำให้มีปัสสาวะเล็ดราดออกมา พบในผู้ป่วยที่มีความผิดปกติบริเวณสันหลัง เช่น จากอุบัติเหตุ จากการผ่าตัดบริเวณสันหลัง เป็นต้น

สาเหตุชักนำและกระตุ้นให้กลั้นปัสสาวะไม่อยู่
นอกจากโรคต่างๆ ที่ได้ยกตัวอย่างมาแล้วยังมีสาเหตุชักนำและกระตุ้นทำให้มีการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ สาเหตุชักนำที่พอจะสรุปได้คือ

1.อายุที่เพิ่มขึ้น เมื่อมีอายุสูงขึ้นจะมีการเปลี่ยนแปลงต่างๆ มีความเสื่อมของร่างกาย ทั้งในระบบของทางเดินปัสสาวะเองและในระบบที่เกี่ยวข้อง เช่น กระเพาะปัสสาวะที่ผ่านการใช้งานมานานจะมีการทำงานที่แปรปรวนได้ และอายุที่เพิ่มขึ้นจะมีโรคต่างๆ มีการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่ก่อให้มีความผิดปกติที่เกี่ยวข้องกับการกลั้นปัสสาวะ เช่น ฮอร์โมนที่ลดลง มีการหย่อนตัวของกล้ามเนื้อเชิงกราน เป็นต้น นอกจากนั้นผู้สูงอายุที่มีอายุมากๆ อาจกลั้นปัสสาวะไม่อยู่แบบชั่วคราวได้เพียงแค่มีความผิดปกติในการทำงานของร่างกายเพียงเล็กน้อย เช่น เพียงแค่ท้องผูก หรือรับประทานยาบางชนิด ก็ทำให้ปัสสาวะราดได้ เป็นต้น

2.โรคประจำตัวของผู้ป่วย ซึ่งมีโรคประจำตัวหลายโรคที่ส่งผลต่อการกลั้นปัสสาวะ เช่น เบาหวาน เบาจืด โรคทางสมอง เป็นต้น

3.ปริมาณปัสสาวะมากขึ้นจากสาเหตุต่างๆ เช่น ผู้ป่วยดื่มน้ำมากขึ้น รับประทานยาขับปัสสาวะ

4.มีการอุดกั้นต่อการไหลของปัสสาวะ ทำให้มีปัสสาวะตกค้าง เช่น ต่อมลูกหมากโตในเพศชาย เป็นต้น

5.มีความผิดปกติบริเวณกระเพาะปัสสาวะ เช่น มีนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ มีการอักเสบติดเชื้อ อาทิ กระเพาะปัสสาวะอักเสบ เป็นต้น

สาเหตุการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ชนิดชั่วคราว เมื่อรักษาสาเหตุอาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ก็จะหายไป สาเหตุได้แก่ 
- การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ 
- การติดเชื้อที่ช่องคลอด 
- ท้องผูก 
- ผลจากยาบางชนิด 

สาเหตุถาวรที่กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ได้แก่ 
- กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานอ่อนแรง 
- กล้ามเนื้อกระเพาะปัสสาวะอ่อนแรง 
- หูรูดท่อปัสสาวะอ่อนแรง 
- ต่อมลูกหมากโต 
- ผลจากการขาดฮอร์โมน 
- โรคทางระบบประสาทเช่นอัมพาตท่อนล่าง
 


ภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ (Urinary Incontinence, UI) เป็นอาการที่พบได้ในเพศหญิง วัยกลุ่มผู้ใช้แรงงาน โดยเฉพาะวัยกลางคน อาการอาจจะแทรกซ้อนอยู่ในกลุ่มโรคต่าง ๆ ในกลุ่มผู้สูงอายุทั้งสองเพศ ตลอดจนผลข้างเคียงจากการใช้ยาบางชนิด เป็นที่คาดการณ์ว่า อาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ได้ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตตามปกติของประชากรทั่วโลกเป็นจำนวนหลายสิบล้านคน ทั้งเป็นปัญหาที่บั่นทอนคุณภาพชีวิตในสังคม การประกอบอาชีพ การใช้ชีวิตประจำวัน ปัญหาต่อสรีระร่างกาย รวมทั้งการมีเพศสัมพันธ์ และสุดท้ายยังส่งผลทำให้เป็นปมด้อยต่อสภาพจิตใจ

ภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ หมายถึง การที่มีปัสสาวะรั่วไหลโดยไม่ได้ตั้งใจ ซึ่งมากพอที่จะทำให้เป็นปัญหาในการเข้าสังคม หรือเป็นปัญหาทางสุขภาพ และอนามัย ภาวะนี้จะต้องสามารถตรวจให้เห็นได้ อาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ สามารถจำแนกออกเป็นชนิดต่าง ๆ ได้ดังนี้คือ

- ปัสสาวะเล็ดขณะไอ หรือจาม (Stress Incontinence) หมายถึง ภาวะที่มีอาการปัสสาวะเล็ดลอดออกมาในขณะที่มีการเพิ่มแรงเบ่งกดเข้าไปในกระเพาะปัสสาวะ หรือแรงเบ่งในช่องท้อง ได้แก่ ไอ จาม หรืออาจเกิดขึ้นในขณะที่กำลังเดิน วิ่ง ก้าวขึ้นบันได ก้มลงยกของหนัก ๆ ฯลฯ

- ปัสสาวะเล็ดเมื่อเปลี่ยนอิริยาบท (Stress Incontinence on activities) ความหมายเหมือนกับภาวะปัสสาวะเล็ดเมื่อไอ จาม ในกรณีนี้เกิดเมื่อเปลี่ยนอิริยาบท เช่น เดิน วิ่ง ก้าวขึ้นบันได ยกของหนัก เป็นต้น ซึ่งมักจะเป็นสิ่งที่รบกวนการดำเนินชีวิตประจำวัน

- ปัสสาวะราด (Urgency Incontinence) หมายถึง ภาวะที่ความรู้สึกปวดปัสสาวะมาก ปวดกลั้น และไปห้องน้ำไม่ทัน แต่กลับปัสสาวะราดออกมาก่อน

- ปัสสาวะรดที่นอน (Bed Wetting) เป็นอาการที่มักจะพบในเด็ก แต่ในผู้ใหญ่ก็พบได้บ้าง รวมทั้งผู้สูงอายุ จากอัตราที่ตรวจพบในหญิงไทยทุกกลุ่มอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป พบว่ามีอาการในระดับเล็กน้อย กล่าวคือ พบได้นาน ๆ ครั้งหรือบางครั้ง

- ปัสสาวะปวดกลั้น (Urgency) หมายถึง ความรู้สึกปวดปัสสาวะอย่างมาก ทำให้ต้องรีบที่จะเข้าห้องน้ำทุกครั้ง เพราะมีความรู้สึกว่าปัสสาวะกำลังจะราดออกมา แต่ก็ยังสามารถยับยั้งไว้ได้

- ปัสสาวะซึมออกโดยไม่รู้สึกตัว (Leak without Warning) เป็นภาวะที่ปัสสาวะไหลซึมออกมาเอง โดยไม่มีความรู้สึกอยากปัสสาวะ อาจจะเป็นลักษณะล้นซึม (Overflow Incontinence) หรือเป็นวงจรประสาทก็ได้ (Reflex Incontinence)


การกลั้นปัสสาวะไม่อยู่มีกี่ชนิด

Stress incontinence เป็นชนิดที่พบบ่อยที่สุดมักจะพบในผู้ป่วยผู้หญิงที่มีอายุและมีบุตรหลายคนเนื่องจากกล้ามเนื้อมีการยืดและอ่อนแรง ผู้ป่วยจะมีอาการปัสสาวะออกเมื่อไอ จาม หัวเราะ หรือกิจกรรมที่เพิ่มความดันหน้าท้องเช่นการเป่าลูกโป่ง 
Picture of Stress incontinence
Urge incontinenceผู้ป่วยไม่สามารถอั้นปัสสาวะได้นานพอ เมื่อรู้สึกปวดปัสสาวะจะถ่ายทันทีทำให้เข้าห้องน้ำไม่ทัน อาจจะถ่ายปัสสาวะทุก 2 ชั่วโมง 


Mixed incontinence เป็นภาวะเกิดร่วมทั้งสองอย่าง 

Overflow incontinence ผู้ป่วยกลุ่มนี้จะมีปัญหาไม่สามารถปัสสาวะออกเช่นโรคต่อมลูกหมากโต หรือโรคทางเส้นประสาทเช่นโรคเบาหวานผู้ป่วยมักจะมีปัสสาวะเต็มกระเพาะปัสสาวะรู้ได้โดยการคลำพบก้อนที่หัวเหน่า ผู้ป่วยจะมีปัสสาวะไหลกระปริดกระปอยผู้ป่วยจะปัสสาวะครั้งละไม่มาก หลังปัสสาวะจะรู้สึกว่ายังปัสสาวะไม่หมด ใช้เวลาปัสสาวะนานแต่ปัสสาวะออกน้อย 


Unconscious or reflex incontinence มักเกิดในผู้ป่วยที่มีโรคทางระบบประสาท 


Functional incontinence ผู้ป่วยพวกนี้อาจจะมีโรคทำให้เคลื่อนไหวช้าเช่นข้อเสื่อมทำให้ไปห้องน้ำไม่ทัน

แบ่งตามความรุนแรงของอาการแบ่งเป็น 3 ระดับ คือ

- กลุ่มอาการเล็กน้อย (Mild Symptom) คือ พบได้นาน ๆ ครั้ง หรือเป็นบางครั้ง
- กลุ่มอาการปานกลาง (Moderate Symptom) คือ พบได้บ่อย ประมาณครึ่งหนึ่งของการขับถ่ายปัสสาวะในช่วงเวลาหนึ่ง
- กลุ่มอาการมาก (Severe Symptom) คือ แทบทุกครั้ง หรือทุกครั้งที่มีการถ่ายปัสสาวะ

เมื่อพิจารณาความรุนแรงของอาการเฉพาะ 2 กลุ่ม คือ มีอาการปานกลาง และอาการมากรวมกัน คาดว่าน่าจะเป็นระดับอาการที่มากพบจะรบกวนการดำเนินชีวิตประจำวัน และสมควรได้รับคำแนะนำเสริมสร้างระดับสุขศึกษาพื้นฐานหรือระดับงานสาธารณสุขมูลฐาน โดยให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังอาการ และหรือป้องกันตนเอง เพื่อที่จะไม่เป็นมากยิ่งขึ้นในโอกาสต่อ ๆ ไป โดยเฉพาะเมื่ออายุสูงขึ้นเรื่อย ๆ
 
การวินิจฉัย
การวินิจฉัยคงต้องอาศัยประวัติแยกให้ได้ว่าการกลั้นปัสสาวะเป็นชนิดใดและอาจจะต้องพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อประเมินและรักษา การรักษาแบ่งได้เป็น

- การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม Behavioral จะต้องสอนผู้ป่วยให้เปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่าง 

- Bladder training เป็นฝึกกล้ามเนื้อกระเพาะปัสสาวะใช้กับผู้ป่วยที่กลั้นปัสสาวะไม่ได้ชนิด Urge incontinence ให้ผู้ป่วยปัสสาวะเป็นเวลาเช่นทุกหนึ่งชั่วโมงเมื่อทำได้ดีค่อยเพิ่มเวลาจนนานพอตามต้องการ 

- ผู้ป่วยที่เป็น stress incontinence ให้ฝึกบริหารกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานให้แข็งแรงทำวันละ 30-80 ครั้ง 

- หลีกเลี่ยงอาหารที่ระคายต่อกระเพาะปัสสาวะ เช่น กาแฟ สุรา 

การรักษาวิธีนี้ไม่มีโรคแทรกซ้อน 

การใช้เครื่องมือ องค์การอาหารและยาของสหรัฐได้รับรองเครื่องมือ 2 ชนิดในการรักษา stress incontinence
 เป็นเครื่องมือที่ใช้ครั้งเดียวทิ้งโดยสอดเครื่องมือเข้าไปในท่อปัสสาวะแล้วฉีดลมเข้าในท่อซึ่งจะป้องกันปัสสาวะเล็ดออกมา เมื่อจะปัสสาวะก็เอาลมออกและปัสสาวะ ข้อเสียคือมีการติดเชื้อบ่อย 

การรักษาด้วยยาใช้ได้กับชนิด Urge incontinence โดยให้ยา anticholinergic ข้อเสียคือปากแห้ง ตามัว ท้องผูก การรักษาโดยการผ่าตัด วิธีการผ่าตัดขึ้นกับชนิดของการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ 

Treatment of Urinary Incontinence

Treatment options for urinary incontinence depend on the type of incontinence and the severity of the condition. Treatments include:

  • Lifestyle Changes. Significant weight gain can weaken pelvic floor muscle tone, leading to urinary incontinence. Losing weight through healthy diet and exercise is important. Regulating the time you drink fluids and avoiding alcohol and caffeine are also helpful.
  • Behavioral Techniques. Pelvic floor exercises (Kegel exercises) can help strengthen the muscles of the pelvic floor that support the bladder and close the sphincter. Bladder training can help patients learn to delay urination.
  • Medications. Drugs, such as oxybutynin (Ditropan) and tolterodine (Detrol), are mainly used to treat urge incontinence.
  • Surgery. Many types of surgical procedures are used to correct anatomical problems that contribute to severe urinary incontinence.

 

สนใจผลิตภัณฑ์สำหรับผู้สูงอายุ ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ ผ้ารองซับ คลิกช็อปปิ้ง หรือสอบถาม
ข้อมูลเพิ่มเติมที่02 803 7310, 02 803 7311


  
About Us | Add URL I Privacy Policy | Member Register | Health Shop | Contact Us | Health Board | Advertising
Disease / Condition | Head Line News | Healthcare | Diagnostic | Alternative Medicine | Aromatherapy |
Health Game Zone


1999-2009 Thailabonline.com. All rights reserved. 
เลขทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์  e-Commerce Registration Number  7100803000130
By using this information service,    you accept the terms of our Visitor Agreement. Please read it. 
The material on Thailabonline.com and iHealthsite.net are for informational purposes only and is not 
a substitute for medical advice or treatment for any medical conditions.   You should promptly seek 
professional medical care if you have any concern about your health, and you should always consult 
your physician before starting a fitness regimen.
”Thailabonline.com” and “ihealthsite.net” and ”AromaEssence” and ”MedHealthMart” are trademarks of Crystal Diagnostics Co.,Ltd.