|
top
ปัญหา/โรคของหญิง
วัยหมดประจำเดือน
(หญิงวัยทอง)
ภาวะการขาดฮอร์โมน
ในสตรีวัยทอง
ฮอร์โมนจากพืช
/ สมุนไพร
ช่วยแก้ปัญหาเนื่องจากขาด
ฮอร์โมนในสตรีวัยทอง
เบาหวาน
Diabetes Mellitus
โรคเก๊าต์
Gout
ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ
Hypoglycemia
โรคของหญิงวัยหมด
ประจำเดือน
Menopausal Syndrome


สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม
กรุณาแจ้งให้ทึมงานเพื่อ
จัดเตรียมหาสาระให้

Contact :
info@thailabonline.com
ชมรมเรารักสุขภาพ
ไทยแล็ปออนไลน์
|
|
ลักษณะทั่วไป
โรคของหญิงวัยหมดประจำเดือน
มักพบในผู้หญิงที่ใกล้ประจำเดือนหมด
หรือหมด
ไปแล้ว (อายุประมาณ 45-55 ปี)
ผู้หญิงในวัยนี้ประมาณ 25%
จะไม่มีอาการใด ๆ
ทั้งสิ้น ประมาณ
50% อาจมีอาการเพียงเล็กน้อย และอีก 25 %
จะมีอาการไม่
สบายต่าง ๆ
สาเหตุ
มีสาเหตุจากการลดลงของฮอร์โมนเอสโตรเจนในร่างกาย
ร่วมกับความแปรปรวน
ทางด้านจิตใจและอารมณ์
อาการ
ก่อนประจำเดือนจะหมดอย่างถาวร
มักมีประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ
หรือประจำเดือน
มาน้อย แล้วต่อมาผู้ป่วยจะมีอาการร้อนซู่ซ่าตามผิวกาย
(เช่น บริเวณหน้าอก คอ
และ
ใบหน้า)
มีเหงื่อออก ใจสั่นปวดตามข้อ ปวดศีรษะ
บางคนอาจมีอาการหงุดหงิด
โมโห
ง่าย ขี้วิตกกังวล ซึมเศร้า
ไม่มีสมาธิ และนอนไม่หลับอาการอาจเป็นอยู่เพียง
2-3
สัปดาห์ หรือนานที่สุดถึง 5 ปี
(เฉลี่ยประมาณ 2-3 ปี) แล้วจะหายไปได้เอง
อาการแทรกซ้อน
เยื่อบุช่องคลอดบางและแห้ง
ผิวหนังบาง
และอาจมีภาวะกระดูกพรุนหรือกระดูกผุ
(osteoporosis)และย่างเข้าสู่วัยสูงอายุ
อาจมีการแตกหักของกระดูกง่าย
การรักษา
1.
ถ้าผู้ป่วยมีอาการเพียงเล็กน้อย
ไม่ต้องให้ยารักษาแต่อย่างใด
ควรให้ความมั่นใจ
แก่ผู้ป่วยว่า อาการที่เกิดขึ้นเป็นการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย
ตามธรรมชาติ และจะ
หายได้เองในไม่ช้า
2. ถ้ามีอาการไม่สบายมาก
ให้ยารักษาตามอาการ เช่น
ถ้าหงุดหงิด นอนไม่หลับ
ให้
ไดอะซีแพม ถ้าปวดข้อหรือปวดศีรษะ
ให้ยาแก้ปวด เป็นต้น
3. ถ้าอาการไม่ดีขึ้น
หรือสงสัยว่ามีสาเหตุอื่น
ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
อาจต้อง
ทำการตรวจพิเศษเพิ่มเติม
ถ้าเป็นโรคของหญิงวัยหมดประจำเดือน
อาจให้กินฮอร์
โมนเอสโตรเจนทดแทน
เพื่อลดอาการไม่สบายต่าง ๆ
รวมทั้งป้องกันอาการเยื่อบุ
ช่องคลอดบาง
และภาวะกระดูกพรุน การให้ฮอร์โมนเอสโตรเจนทดแทน
อาจเลือก
วิธีใดวิธีหนึ่งดังนี้
- ให้ฮอร์โมนเอสโตรเจน (เช่น conjugated
estrogen 0.3 มก.หรือ 0.625 มก.,
หรือ estradiol 0.5 หรือ 1 มก., หรือ estrone sulfate 0.625 มก.) วันที่ 1-25
ของแต่ละเดือน,
ร่วมกับฮอร์โมนโพรเจสเตอโรนได้แก่
medroxyprogesterone
acetate 5-10 มก. ในวันที่
14-25 ของเดือน หยุดกินทั้ง 2
ชนิดตั้งแต่วันที่ 26 จน
ถึงสิ้นเดือน
ผู้ป่วยจะมีเลือดประจำเดือนมาในช่วงปลายเดือน
-
ให้ฮอร์โมนเอสโตรเจนร่วมกับ
medroxyprogesterone acetate 0.25 มก.
ทุกวันไม่มีเว้น
ในระยะ 2-3 เดือนแรกอาจมีเลือดออกกะปริดกะปรอย
หลังจากนั้น
เลือดจะหยุด
และไม่ออกอีกเลย
ข้อแนะนำ
1.
โรคนี้ไม่ใช่โรคที่มีอันตรายร้ายแรง
ควรอธิบายให้ผู้ป่วยเข้าใจว่า
เป็นเรื่องของ
ธรรมชาติ
ไม่ควรวิตกทุกข์ร้อนจนเกินไป
2.
ถ้าพบว่ามีเลือดออกจากช่องคลอดกะปริดกระปรอย
หรือออกนานกว่าปกติ
หรือ
กลับมีประจำเดือนครั้งใหม่หลังจากหมดไปนานกว่า
6 เดือนแล้ว
ควรแนะนำผู้ป่วย
ไปโรงพยาบาล
อาจเป็นอาการของมะเร็งปากมดลูก ได้
3. ผู้หญิงหลังวัยหมดประจำเดือน
เนื่องจากฮอร์โมนเอสโตรเจนในร่างกายลดลง
ทำให้เยื่อบุช่องคลอด บางและระคายเคืองได้ง่าย
จะมีอาการคัน
และช่องคลอดมัก
จะแห้ง
ทำให้เจ็บปวดเวลาร่วมเพศบางครั้งอาจมีอาการตกขาวร่วมด้วย
ถ้ามีอาการ
ตกขาวและคันในช่องคลอด
ควรปรึกษาแพทย์ เพื่อตรวจให้แน่ใจว่าไม่มีสาเหตุอื่น
ๆ
แพทย์จะให้ครีมสเตอรอยด์ทาแก้อาการคัน
ผู้ป่วยที่มีความรู้สึกเจ็บขณะร่วมเพศ
ก่อนร่วมเพศควรใช้เยลลี่หล่อลื่น
เช่น ยาเยลลี่ เค-วาย (K-Y jelly)
ใส่ในช่องคลอด
จะช่วยลดอาการเจ็บปวดได้
การกินฮอร์โมนเอสโตรเจนทดแทน
จะช่วยป้องกันภาวะ
เหล่านี้ได้
ส่วนในรายที่ไม่ได้กินฮอร์โมน
อาจใช้เอสโตรเจนชนิดครีมทาในช่องคลอด
7-10 คืน แล้วต่อไป ทาสัปดาห์ละ 2
คืนหรือคืนเว้นคืนก็ได้ผลเช่นกัน
4. หลังวัยหมดประจำเดือน
เนื้อกระดูกซึ่งมีแคลเซียมเป็นองค์ประกอบที่สำคัญ
จะลด
ลงในอัตราที่เร็วขึ้นกว่าเดิม
เนื่องจากการลดลงของเอสโตรเจน
(ซึ่งมีฤทธิ์ป้องกัน
การสึกหรอหรือลดลงของเนื้อกระดูก)ทำให้เกิดภาวะกระดูกพรุน
(กระดูกผุ) ได้ และ
เมื่อปล่อยไว้จนย่างเข้าวัยสูงอายุ
หรือ หลังหมดประจำเดือน 10-20 ปีขึ้นไป
ก็มักจะ
เกิดปัญหากระดูกแตกหักง่าย
เช่น กระดูกสะโพกหักกระดูกข้อมือหักกระดูกสันหลัง
ทรุดหรือหัก
(ทำให้หลังค่อม)
อาจทำให้พิการหรือเป็นภาระแก่ผู้ใกล้ชิดได้
ภาวะ
กระดูกพรุนพบบ่อยในผู้หญิงที่กินแคลเซียมน้อยตั้งแต่วัยสาว,
สูบบุหรี่, ดื่มเหล้า,
ขาดการออกกำลังกาย, กินยา สเตอรอยด์เป็นประจำ
หรือมีคนในครอบครัวเป็น
กระดูกพรุนด้วยภาวะกระดูกพรุนสามารถป้องกันได้โดยการกินอาหารที่มีแคลเซียม
สูง
(เช่น นม เต้าหู้ ปลาไส้ตัน
กุ้งฝอย กุ้งแห้ง งาดำมะเขือพวงผักคะน้า ใบยอ เป็นต้น)
และออกกำลังกายสม่ำเสมอ
ตั้งแต่อายุ 20-30 ปี
ส่วนผู้หญิงในวัยหมดประจำเดือน
ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญถึงความจำเป็นที่ต้องกิน
ฮอร์โมนเอสโตรเจนทดแทน
ซึ่งต้องกินติดต่อกันนานเป็นปี ๆ
ฮอร์โมนนี้ยังมีข้อดีในการป้องกันโรคหัวใจขาดเลือด
ส่วนผลข้างเคียง (เช่นทำให้เกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือด,
ความดันโลหิตสูง)
จะพบได้น้อยมากเนื่องจากเป็นการใช้ฮอร์โมนในขนาดต่ำกว่าที่ใช้อยู่ในยาเม็ดคุม
กำเนิดมาก
และการกินฮอร์โมนโพรเจสเตอโรนควบด้วยจะป้องกันผลข้างเคียงเหล่านี้
รวมทั้งลดความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านมและโพรงมดลูก
จากการใช้เอสโตรเจน
ลงด้วย
นอกจากนี้อาจจำเป็นต้องกินแคลเซียมเสริมวันละ
1 กรัมควบด้วย |
ภาวะการขาดฮอร์โมนในสตรีวัยทอง
ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง
?
สตรีวัยทองหรือสตรีวัยหมดประจำเดือน
หมายถึงสตรีที่อยู่ในภาวะสิ้นสุดของการมี
ประจำเดือน
เนื่องจากรังไข่หยุดทำงาน
จึงมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายและ
จิตใจ
โดยมีสาเหตุเนื่องมาจากฮอร์โมนเพศ
คือ ฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen
hormone )
การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ใช่เกิดจากสาเหตุของการเป็นโรค
แต่เป็นการหยุด
ของรอบเดือน
การลดลงของฮอร์โมนเอสโตรเจน
จะส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงทั้งทาง
ร่างกายและจิตใจ
โดยปกติแล้วจะเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงในช่วงอายุประมาณ
40 ปี
ขึ้นไป
ผลจากทางด้านสาธารณะสุขทำให้มีแนวโน้มของสตรีในวัยนี้มีจำนวนเพิ่มมาก
ขึ้น คาดว่าในปี ค.ศ. 2000
จะมีประมาณ 14.1%
ของประชากรไทยทั้งหมด
ในสตรีวัยทองเมื่อรังไข่หยุดทำงานผลก็จะไม่มีการตกไข่อีกต่อไปสิ่งที่ตามมาก็คือ
จะไม่มีประจำเดือนและไม่มีการสร้างฮอร์โมนเพศ
จึงทำให้อวัยวะต่างๆที่มีความ
สัมพันธ์กับระดับฮอร์โมนเพศเสื่อมถอยลง
ทำให้มีผลต่อการแสดงออกทั้งทางกาย
และจิตใจแปรปรวนไปจากเดิมได้
ผลที่มีต่อระบบต่างเช่น
ทางด้านร่างกาย
-
จะทำให้ผนังบุโพรงมดลูกเจริญเติบโตได้ไม่ดี
หรืออาจทำให้ประจำเดือนมามาก
ผิดปกติหรือขาดหายไปได้หลายๆเดือน
ในบางรายอาจมีอาอารเลือดออกผิดปกติ
ได้
- พบว่าประมาณร้อยละ 50-70
ของวัยนี้จะเกิดอาการร้อนวูบวาบ
เหงื่ออกตอนกลาง
คืนหรือเวลาหลับ
และส่วนใหญ่รู้สึกว่าอาการที่กล่าวนี้
ค่อนข้างน่ารำคาญเพราะทำ
ให้ ตกใจตื่น
จึงทำให้นอนหลับได้ไม่เต้มที่
หลับไม่สนิท
ส่งผลให้ปวดศีรษะตามมา
-
ต่อมที่สร้างเมือกที่หล่อเลี้ยงช่องคลอดลดลง
ทำให้ช่องคลอดรู้สึกแห้งและเจ็บใน
ขณะมีเพศสัมพันธ์
- เกิดปัญหาการนอนไม่หลับ
จนอาจทำให้เกิดภาวะความวิตกกังวล
เครียด หงุดหงิด
และอารมณ์แปรปรวน
-
ก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงของระดับไขมันในกระแสเลือด
โดยมีการศึกษาพบว่า
ระดับของโคเลสเตอรอล
ไตรกลีเซอไรด์ และ LDL (low density lipoprotein)
จะ
เพิ่มขึ้น
ในขณะที่โคเลสเตอรอลดี (เป็นประโยชน์)
ที่เรียกว่า HDL (high density
lipoprotein) ลดลง
เหตุนี้เองจึงทำให้สตรีวัยทองมีอัตราเสี่ยงต่อการเป็นโรคหลอด
เลือดหัวใจอุดตันได้สูงกว่าปกติถึง
7 เท่า
-
สตรีที่หมดประจำเดือนใหม่ๆ
จะมีผลทำให้ความหนาแน่นของเนื้อกระดูกลดลง
อย่างรวดเร็วในช่วง 5
ปีแรก
ดังนั้นการขาดฮอร์โมนเอสโตรเจนจึงเป็นสาเหตุทำให้
เกิดโรคกระดูกพรุนซึ่งจะทำให้เกิดอาการกระดูกหักหรือกระดูกแตกได้ง่าย
ทางด้านจิตใจ
ก่อให้เกิดความวิตก
กังวล ความกลัว หงุดหงิด
อารมณ์ฉุนเฉียว
ขาดความเชื่อมั่น
ในตนเอง หวาดระแวง
และไม่สามารถปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้
ฮอร์โมนจากพืช /
สมุนไพร
ช่วยแก้ปัญหาเนื่องจากขาดฮอร์โมนในสตรีวัยทอง


|